วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ผวจ.พัทลุง' วอนชาวบ้านคืนทองคำ เลี่ยงถูกดำเนินคดี

'ผวจ.พัทลุง' วอนชาวบ้านคืนทองคำ เลี่ยงถูกดำเนินคดี

  • Share:

"ผวจ.พัทลุง" นำเจ้าหน้าที่กรมศิลป์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่สวนปาล์ม ตรวจจุดที่มีการขุดพบทองคำ วอนชาวบ้านนำทองขายคืนให้ทางราชการ โดยจะให้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า เลี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. 57 นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) พัทลุง พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ อ.เขาชัยสน เพื่อพบปะกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ณ ศาลาประชาคม อ.เขาชัยสน โดยมีอดีต ส.ส.พัทลุงทั้ง 3 คน คือ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร และนายนริศ ขำนุรักษ์ ให้การต้อนรับ

จากนั้นพร้อมด้วย นายอนันต์ ชูโชติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผอ.สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร นายอาณัติ บำรุงวงค์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 จ.นครศรีธรรมราช และ ส.ส.พัทลุงทั้ง 3 คน เดินทางไปยังบ้านพักของ นายวิ ทับแสง อายุ 55 ปี เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีการขุดพบทองคำ บริเวณบ้านพักเลขที่ 1 ม.6 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน

ในการพบกันครั้งนี้ นายวิได้มอบทองคำแผ่นให้กับ ผวจ.พัทลุง เพื่อให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน 1 แผ่น โดยมี ส.ส.พัทลุง ทั้ง 3 คน ร่วมกันเป็นสักขีพยาน จากนั้น ผวจ.พัทลุง ได้เดินทางมายังพื้นที่ แปลงซึ่งมีการขุดพบทองคำ ท่ามกลางชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูเป็นจำนวนมาก โดยมีกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังเหตุการณ์ประมาณ 150 คน

นายวินัย กล่าวว่า วันนี้ได้รับแผ่นทองคำจากนายวิมา 1 แผ่น น้ำหนักกว่า 2 บาท การพบทองในครั้งนี้ ถือเป็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และความโชคดีของ จ.พัทลุง จนทำให้จังหวัดพัทลุงโด่งดัง เพราะเป็นพื้นที่มหัศจรรย์ระดับโลก ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรในการขุดค้นทางโบราณคดีต่อไป และในวันนี้ตนก็ได้ประกาศขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีทองคำ ของมีค่า มาคืนให้กับกรมศิลปากร โดยจะมีค่าตอบแทนในขั้นที่น่าพอใจ คาดว่าจะได้เงินรางวัลดังกล่าวภายใน 15 วัน ซึ่งทางจังหวัด จะให้โอกาสและเวลาในการคืนของสิ่งมีค่าดังกล่าวต่อทางราชการในระยะหนึ่ง หากไม่มีการส่งคืนสิ่งของดังกล่าว ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานเป็นภาพของผู้ที่ขุดพบทองคำ และของมีค่าจำนวนหนึ่งแล้ว

ทางด้าน นายอนันต์ ชูโชติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนในฐานะคนพัทลุงคนหนึ่งมีความแปลกใจกับการพบทองในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนบริเวณที่พบทอง จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์ก็พบว่า บริเวณดังกล่าวไม่ใช่ท่าเรือ เป็นพื้นที่เรือเข้าไม่ได้ เพราะไม่มีลำน้ำผ่าน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช หรือไม่ ก็ต้องพิสูจน์จากการขุดค้นกันต่อไป ซึ่งผู้มอบทองและของมีค่าให้กับกรมศิลปากรนั้น กรมฯ จะให้คุณค่ามากกว่าราคาทองในท้องตลาด โดยผู้มอบทองจะได้รับรางวัลที่น่าพอใจ ซึ่งที่ผ่านมา นายเสกสรรย์ นาคกลัด ชาว อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้มอบศิวลึงค์ทองคำ ที่พบในถ้ำค้างคาว น้ำหนัก 2 บาท ซึ่งนายเสกสรรย์ได้รับรางวัลมากถึง 200,000 บาท และปีนี้ทางกระทรวงกำลังเสนอเรื่องให้นายเสกสรรย์ เข้ารับรางวัลพระราชทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระเทพฯ ในฐานะบุคคลตัวอย่าง ประจำปี 2558 อีกด้วย

ส่วนนายอาณัติ บำรุงวงค์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การขุดค้นจะดำเนินการไม่ได้ หากยังมีน้ำและโคลนในพื้นที่ จึงจำเป็นจะต้องขอความร่วมมือจากชลประทานจังหวัด เข้ามาดูดน้ำและโคลนให้หมด และจะต้องมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้สะดวกต่อการขุดค้น ส่วนการขุดค้น จะต้องขุดลึกประมาณ 3 เมตร กว้างราว 2 เมตร ยาวประมาณ 12 เมตร และจะต้องนำหลังคามาใช้ด้วย เพื่อประโยชน์ต่อการดูการทับถมของชั้นดิน หากมีผู้ชี้ช่องทาง แนะนำในการขุดค้น ก็จะทำให้การดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบโฉนดที่ดินแปลงนี้ ก็เป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการขุดค้นมากพอสมควร

ขณะที่ นายวิ เจ้าของที่ดิน กล่าวว่า ตนได้มอบแผ่นทองคำให้กรมศิลปากรแล้ว โดยมี ผวจ.พัทลุง เป็นผู้รับมอบ และจะประสานให้ญาติๆ และเพื่อนบ้านนำของมีค่ามามอบให้ในโอกาสต่อไป ส่วนตนยินดีจะให้ความร่วมมือกับทางราชการในการขุดค้นหาสิ่งมีค่าในที่ดินของตน ถึงแม้สวนปาล์มน้ำมันของตนจะเสียหายทั้งหมดก็ตาม ส่วนทรัพย์สินมีค่าที่ชาวบ้านขุดพบในครั้งนี้ คงไม่น้อยกว่า 18 ล้านบาทอย่างแน่นอน



นอกจากนี้ นายเปีย พุทธแก้ว อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 7 บ้านทุ่งอ้อ ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ทองคำที่แปลงปาล์มของนายวินั้น คนขับรถแบ็กโฮที่ว่าจ้างให้มาขุดร่องปาล์มเป็นผู้พบครั้งแรก ซึ่งขณะที่ขุดดินลึกลงไป ก็ได้ยินเสียงดังเหมือนกองขวดแตกกระจาย วันรุ่งขึ้น เจ้าของสวนปาล์มไปดู ก็พบว่าเป็นชิ้นส่วนของไห และปรากฏว่ามีทองกระจัดกระจายอยู่พื้นที่ตรงนั้น โดยเศษไหนั้นยังพบเป็นรูปฝาไห ระบุเลขที่ 1962 และมีการขุดพบทองตามมา สำหรับแผ่นทองที่พบ ไม่มีภาษาไทย ส่วนกำไลบางวง นอกจากจะเป็นรูปงู รูปพญานาค รูปนกยูงแล้ว ยังมีรูปดอกไม้พิกุลเหมือนในวรรณคดีอีกด้วย ซึ่งการพบของมีค่าในครั้งนี้ จะเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพัทลุงและของประเทศมากทีเดียว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้