วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ทดสอบ BMW M3/M4 (ตอนที่ 3)



"ขอให้สนุกกับผลิตภัณฑ์ของพวกเรา ระวังตำรวจ และอย่าทำมันพัง" Michael Wimbeck Hand of Project BMW M3/M4 พูดกับผม หลังจากเดินมาส่งที่รถทดสอบ M4 นี่คือ การกลับมาขับทดสอบในยุโรปรอบที่ 2 ของปีนี้ กับยนตรกรรมแบบสปอร์ตรุ่นล่าสุด ในเวอร์ชั่น M ของ BMW Group และ BMW M GmbH รถทดสอบคันนี้ มีสีเหลือง นัมเบอร์สี B67 – Austin Yellow Metallic สุกปลั่งราวกับห่อหุ้มด้วยทอง สะท้องแสงแดดตอนบ่ายเป็นประกายเงาวับ ผมกับริชชี่ ผู้สื่อข่าวและคอลัมนิสต์รถยนต์ของหนังสือพิมพ์ Bangkok post กำลังจะออกเดินทางด้วยพาหนะที่เจ๋งที่สุดในปีนี้

มันคือรถทดสอบ M4 สปอร์ตคาร์คูเป้ ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลรถถนนสมรรถนะสูงของ BMW เส้นทางทดสอบในวันแรกเริ่มขึ้นในบริเวณด้านหน้าของโรงแรม Epic Sana ในเมืองฟาโร ประเทศโปรตุเกส หลังจากต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลยาวนานถึง 14 ชั่วโมง ทีมทดสอบจากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบไปด้วย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็เดินทางมาถึงยังสุดขอบทางตอนใต้ของทวีปยุโรป เป็นการบินระยะไกลที่ต้องเปลี่ยนเครื่องแล้วบินต่ออีกถึง 3 ชั่วโมง จากสนามบินในเมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี มายังสนามบินเล็กๆ ของเมืองฟาโร เมืองท่องเที่ยวที่มีชายหาดและภูมิประเทศแปลก แตกต่างไปจากเมืองชายหาดแห่งอื่นๆ ในแถบนี้


"ฟาโร" เป็นเมืองหลวงของเขตอาร์กราฟ เขตย่อยอาร์กราฟ อำเภอฟาโร มีเทศบาลบริหารงาน ประชากรในเมือง 4 หมื่นกว่าคน รวมทั้งเขตเทศบาลมี 5.8 หมื่นคน มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยโรมัน และถูกปกครองโดยแขกมัวร์ถึง 500 ปี ด้วยความที่เป็นเมืองที่อากาศอบอุ่นของประเทศ ชายหาดและท้องฟ้าแจ่มใส จึงเป็นเมืองพักตากอากาศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 5 ล้านคนต่อปี สภาพอากาศในช่วงบ่ายวันทดสอบมีฝนตกสลับกับท้องฟ้าแจ่มใสเป็นช่วงๆ อุณหภูมิในช่วงปลายเดือน พ.ค. อยู่ที่ 11.5 องศาฯ และมีลมแรง เนื่องจากฟาโรมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับมหาสมุทรแอตแลนติก อิทธิพลของกระแสลมเย็นจากทะเลบวกกับแนวเขตที่ตั้ง ทำให้สภาพภูมิประเทศในดินแดนแห่งนี้ มีความแปลกตาอยู่ค่อนข้างมาก

ชายหาดของเมืองฟาโร เกิดจากการพัดพาเอาทรายจากทะเลจำนวนมาก ขึ้นมากองเป็นภูเขาทราย ซึ่งมีทั้งสีขาวและสีแดง หาดในบางช่วงบางตอนมีภูเขาทรายเว้าๆ แหว่งๆ สูงบ้าง ต่ำบ้าง คล้ายกันกับสภาพภูมิประเทศของไทยที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ ส่วนถนนหนทางภายในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลของยุโรปใต้แห่งนี้ ค่อนข้างแคบ การสัญจรไปมาด้วยการขับรถ จึงต้องใช้ความระมัดระวังกันเป็นพิเศษ เนื่องจากฟาโรเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยมากมาย 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ผมกับริชชี่เริ่มออกเดินทางขับทดสอบเจ้า M4 โดยมีรถ M3 ของนักข่าวไทยภายในทีมขับตามกันออกมา โดยค่อยๆ ปรับสภาพความคุ้นชินทั้งตัวรถและถนนหนทาง ก่อนที่จะขึ้นไปบนไฮเวย์เพื่อทำความเร็ว


พื้นที่ในห้องโดยสารของ M4 ผสมปนเประหว่างหนัง อัลลอย และงานตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แท้ๆ คงไม่ต้องบรรยายถึงความหรูหรากันให้มากเรื่อง ตำแหน่งท่านั่งที่เบาะผู้โดยสารตอนหน้า คุณสามารถปรับให้จมลงไปที่พื้น หรือยกตัวเบาะเพื่อเพิ่มมุมมองได้ดั่งใจ เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำ 3 ระดับให้ท่านั่งที่สบายเนื้อสบายตัว แต่ค่อนข้างกระชับเนื่องจากมันคือ สปอร์ตคาร์แบบ 2 ประตู ที่มีกำลังเกิน 400 แรงม้า การนั่งที่มั่นคงบนสปอร์ตคาร์พลังสูง จะช่วยทำให้ตัวคุณไม่เซปะทะกับแผงประตูขณะหักเลี้ยวด้วยความเร็ว

ออกจากหน้าโรงแรมไปได้ไม่ไกล ถนนหนทางเริ่มแคบลงทุกที ทำให้ริชชี่ ซึ่งรับหน้าที่ขับทดสอบไม้แรก ต้องเพิ่มความระวัง ทั้งรถร่วมทาง รวมถึงคนเดินเท้าและรถจักรยานที่มีอยู่ประปรายบนถนนของเมืองฟาโร โหมดการขับเคลื่อนที่มีให้เลือก 3 รูปแบบ เริ่มจาก Comfort / Sport / Sport+ ถูกริชชี่ปรับตั้งให้การควบคุมเจ้า M4 พลังช้างสารคันนี้ให้อยู่ที่โหมด Comfort เพื่อการขับที่ย่านความเร็วต่ำในเมืองที่มีการจราจรค่อนข้างโล่ง แต่มีเส้นทางคับแคบ ความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นภายในใจตั้งแต่เห็นเมล์เชิญให้มาขับทดสอบ M3 และ M4 ตัวใหม่ ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นฝูง M Car จอดรออยู่หน้าโรงแรมนับสิบๆ คัน ถึงแม้วันนี้จะมีฝนสลับกับแสงแดดจ้าในช่วงบ่าย แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการขับทดสอบในวันแรกแต่อย่างใดทั้งสิ้น


M Car คือ ลัทธิบูชาความเร็วอย่างแท้จริงของเหล่าบรรดาสาวกผู้คนที่ชื่นชอบความแรงบนถนน ชัดเจนด้วยการตอบสนองของตัวรถ ต่อการขับในทุกระดับความเร็ว บนไฮเวย์หมายเลข A22 เชื่อมต่อกับ N 122 ที่มุ่งตรงไปยัง Casa Amarela Mertola ซึ่งเป็นจุดแวะพักก่อนวกรถกลับ มีระยะทางยาวประมาณ 156 กิโลเมตร ริชชี่ลองเร่งความเร็วของเจ้า M4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในหลายๆ ด้านทั้งอัตราเร่งและการยึดเกาะ สภาพการควบคุมบนไฮเวย์ที่ไร้สิ้น ซึ่งรถร่วมทาง ทำให้การกระหน่ำคันเร่งไปตามทางลาดยางเรียบๆ เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ความเร็วทะยานไต่ระดับไปตามแรงกดของฝ่าเท้า สัมผัสของ M Car รุ่นล่าสุดที่มีบานประตูเพียงแค่สองบานในรุ่น M4 ผ่องถ่ายตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างต่อเนื่องเมื่อพบกับทางโล่งๆ เผลอหรือเพลินไปเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ความเร็วจาก 170 กิโลเมตร พุ่งขึ้นเป็น 230 กิโลเมตร

มันนิ่งและมั่นคงแม้จะโดนกระแสลมแรงเย็นเฉียบจากแอตแลนติก ที่พัดตัดขวางบนทางไฮเวย์ในบางช่วงบางตอน ที่ต้องวิ่งผ่านหุบเขาเตียนโล่ง พื้นที่ในแถบอากราฟไปยัง คาซ่า อาเมเรลา เต็มไปด้วยสีน้ำตาลเข้มจากสีสันของทุ่งหญ้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิตของยุโรปทางตอนใต้ ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลสลับกับเนินเขาสูงบ้างต่ำบ้าง สองข้างทางในบางจังหวะที่วิ่งผ่านชุมชนเล็กๆ มีบ้านเรือนทรงแปลกตา คล้ายคุณกำลังวิ่งอยู่ในประเทศละตินอเมริกาใต้ที่ไหนสักแห่ง มันสร้างความรู้สึกแปลกแยกไปจากรถทดสอบที่ผมและริชชี่กำลังควบอย่างสิ้นเชิง วิวทิวทัศน์ที่กระจ่างต่อสายตาของสื่อมวลชนไทย กำลังถูกบดกลืนโดยเจ้าเด็กแสบ M4 สีเหลืองทอง B67 – Austin Yellow Metallic ของตัวรถเปล่งประกายทันที ที่กระทบกับแสงอาทิตย์ในตอนบ่ายของประเทศโปรตุเกส ช่างเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมจริงๆ


75 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เราจอดรถบนไฮเวย์ที่อ้างว้าง โล่งไกลสุดสายตา เดินไปรอบๆ เพื่อบันทึกภาพและดื่มด่ำกับบรรยากาศแปลกๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็นในที่ใดมาก่อน ทั้งๆ ที่เดินทางทดสอบรถยนต์มาค่อนโลก ผมสลับสับเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นคนขับ ปล่อยให้ริชชี่สบายๆ ไปกับการนั่งโดยสารบน M4 ด้วยการใช้ความเร็วต่ำก่อนในช่วงแรกของการทดลองขับ ความคุ้นเคยและเรียนรู้นิสัยใจคอของรถทดสอบที่มีกำลังมากถึง 430 แรงม้า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาดูใจกันไปสักระยะ เมื่อความคุ้นเคยเพิ่มมากขึ้นถึงจะเริ่มใช้ความเร็ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นมาตรฐานสำคัญในชีวิตของคอลัมนิสต์นักทดสอบรถยนต์ ผมปรับเบาะให้พอดีกับสรีระของตัวเอง ท่านั่งที่ค่อนข้างจมทำให้รู้สึกถึงความมั่นคง เปลือกตัวถังของ BMW M4 ซึ่งประกอบไปด้วยโลหะเหล็ก อะลูมินั่มอัลลอย และคาร์บอนไฟเบอร์ห่อหุ้มและปกป้องคุณราวกับเปลือกที่หุ้มไข่แดง


มันมีน้ำหนักตัวเบากว่า M3 อยู่ถึง 23 กิโลกรัม เนื่องจากมีประตูน้อยบานกว่า พวงมาลัยให้ความรู้สึกตึงไม้ตึงมือแม้จะอยู่ในโหมด Comfort ริชชี่ช่วยปรับโหมดกลับมาเป็น Sport Mode หลังจากผมขับไปได้สักพัก พวงมาลัยที่เคยหนึบแน่นยิ่งเพิ่มความแน่นและมั่นคงขึ้นไปอีก มันเหมือนกับการขันเชือกจนเกือบจะตึง ระยะของการหมุนแตกต่างจาก Series-3 f30 อยู่พอสมควร พวงมาลัยของ Series-3 รุ่นมาตรฐานนั้น มีความเบาสบายมือมากกว่า เนื่องจากย่านของกำลังด้อยกว่ากันหลายเท่า

การผลิตพวงมาลัยไฟฟ้าในปัจจุบันของ BMW Group มีการเพิ่มเติมอารมณ์ของการควบคุมอย่างชัดเจน เมื่อคุณเปลี่ยนไปสู่โหมดการขับเคลื่อนแบบสปอร์ต การเตรียมความพร้อมของระบบบังคับเลี้ยว การเปลี่ยนจังหวะอัตราทดและการซึมซับแรงสั่นสะเทือนของระบบรองรับใน M Car ยุคใหม่ เช่น M4 คันนี้จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจน คุณสามารถสัมผัสได้ Sport Mode มีรสชาติและน้ำหนักของพวงมาลัยราวกับรถแข่ง มันมีให้คุณทั้งความแม่นยำในโค้ง ความหนึบจากน้ำหนักที่ถูกระบบหน่วงเอาไว้ เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวงมาลัยของ M4 จะยิ่งมั่นคงขึ้น ช่วยส่งถ่ายความเสถียรของตัวรถ ขณะทำความเร็วและเป็นอาการที่นักขับทุกคนต้องการ


เครื่อง 6 สูบแถวเรียง 2979 ซีซี เทอร์โบคู่ ของ M3 และ M4 ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับ M Car ส่วนช่วงล่างและแขนยึดต่างๆ หล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมินั่มอัลลอยน้ำหนักเบา อัลลอยทุกชิ้นของระบบรองรับ ผ่านกรรมวิธีอัดด้วยแรงดันสูงพิเศษแบบฟอร์จ ซึ่งก็ควบรวมไปถึงล้ออัลลอยของ 19 นิ้ว ของ M ที่มีชื่อเรียกว่า Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke M Style 437 เพลากลางที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยให้การหมุนในทุกๆ รอบ มีความเสถียรอย่างสูงสุด เมื่อทุกอย่างผสานการทำงานด้วยอัตราส่วนที่พอดิบพอดี จากการคำนวณในขั้นตอนของการพัฒนา มันจึงทั้งนิ่งและมั่นคงมากๆ แม้จะถูกอัดอย่างต่อเนื่อง ทางแบบไฮเวย์ข้ามเมืองที่ปราศจากรถรา ทำให้การขับทดสอบเต็มไปด้วยความรู้สึกที่สงบและมีสมาธิกับรถทดสอบคันนี้มากยิ่งขึ้น


แซสซีส์ของ BMW M3/M4 คือ ส่วนผสมที่สุดยอด วิศวกรในแผนก M ทำแซสซีส์ออกมาในแบบเฉพาะตัวที่มีความเหมาะสมกับแรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์ พวกเค้าบอกกับเราว่า ทุกอย่างของ M Car ทั้งสองคันนั้นเหมือนกันหมด ทั้งค่าความแข็งของสปริงและขนาดของเหล็กกันโคลง ก็ยังคงเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว มันไม่ใช่พวกตัวแสบอย่างซุปเปอร์คาร์ของอิตาเลียน ที่ควบคุมได้ยากและใช้งานได้แค่วันหยุดสุดสัปดาห์

สำหรับ M3 และ M4 นั้น พวกมันถูกสร้างโดยคำนึงถึงการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ผนวกเข้ากับการที่สามารถนำลงไปซิ่งในสนามแข่งประจำวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ได้ โดยแทบจะไม่ต้องโมอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว มันคือ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่แปะตราสัญลักษณ์ M ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เกาะถนนหนึบแน่น และมีพละกำลังเหลือเฟือจากการกระหน่ำบูสของเทอร์โบทั้งสองตัว แม้จะเต็มไปด้วยตัวช่วยในการขับขี่ ซึ่งมีความสลับซับซ้อนจากกลไกไฟฟ้าที่เชื่อมโยงการทำงานทั้งระบบควบคุมการทรงตัว ระบบล็อก หรือกระจายแรงบิดที่เฟืองท้าย โหมดการควบคุมสามระดับ ที่ยอมให้คุณซ่าได้อีก หากมีฝีมือมากพอที่จะบังคับมันไม่ให้ไปแปะกับรั้ว เสาไฟฟ้า หรือแม้แต่ต้นไม้ริมถนน


ถนนด้านหน้าของเรามีโค้งเอสลงเนินยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา ผมกดคันเร่งส่งลงไปเพื่อลองอะไรบางอย่างในรถคันนี้ เจ้า M4 ตอบโต้กลับทันทีทันควัน ด้วยแรงดึงตื้อที่สามารถกดตัวคุณให้จมลงไปในเบาะนั่ง มันดึงหนักและดึงนานตราบเท่าที่คุณยังไม่ยอมยกเท้าออกจากคันเร่ง มันจะพุ่งทะยานราวกับลูกกระสุนที่ถูกยิงออกจากปลายปากกระบอกปืน แรงดึงตื้อที่ปรากฏ ยิ่งสร้างความเร้าใจผสมปนเปไปกับความเสียวสยองเมื่อตัวเลขของความเร็วบนหน้าปัดเข็มวัดแสดงที่ 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถทดสอบในกลุ่ม M Car ทุกคัน เป็นรุ่นพิเศษที่ลงออปชั่นมาเต็มเหยียด ทั้งตัวปลดล็อกความเร็ว เฟืองท้ายแบบพิเศษ เบรกคาร์บอนเซรามิกและล้อขอบ 19 นิ้ว ซึ่งเป็นออปชั่นเสริมที่ลูกค้าของ M Car ต้องควักเงินเพิ่มทั้งสิ้น เมื่อลองออกตัวอย่างรุนแรง ยางเส้นอวบของ Michelin รุ่น pilot super sport ส่งเสียงแหกปากโวยวายออกมาเหมือนกับกำลังโดนกระทำชำเราอย่างทารุณ มันส่งเสียงดังเอี๊ยดสนั่น ไปพร้อมๆ กับควันยางสีขาวและกลิ่นเหม็นไหม้จากหน้ายาง ที่ถูกบดไปบนพื้นถนนอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะรับมือ


เมื่อคุณทำการกระแทกคันเร่งใน M4 รอบเครื่องยนต์ จะตวัดขึ้นทันทีไปแตะที่ 8000 รอบเกือบจะทุกเกียร์ไล่เรียงตั้งแต่เกียร์ 2 ไปจนถึงเกียร์ 6 ขณะเดียวกัน ตัวรถก็ยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมๆ กับการไต่ระดับความเร็วชนิดบ้าคลั่ง เสียงของเครื่อง 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ดังสนั่นก้องไปทั้งหุบเขาในเขตอากราฟ แรงกระชากจากการบูสของเทอร์โบแบบ MONO scroll Twin Turbo มีกำลังแรงดันในการบูสตัวละ 1.35 บาร์ เมื่อเทอร์โบทั้งสองทำงานไปพร้อมๆ กัน โดยรับผิดชอบกระบอกสูบ 3 ตำแหน่งต่อเทอร์โบ 1 ตัว แรงดัน 2.7 เท่าจากแรงดันบรรยากาศปกติ ทำการอัดไอดีิผ่านอินเตอร์คูลเลอร์ เพื่อลดอุณหภูมิก่อนที่จะเข้าไปยังห้องเผาไหม้ แล้วระเบิดระเบ้อออกมาเป็นพลังงานของการขับเคลื่อน

พลังงาน 56 กิโลกรัมเมตร ในรูปของหน่วยวัดแรงบิด ผลักดันเจ้า M4 ราวกับถูกติดตั้งด้วยจรวดขับดันที่ส่วนท้าย เครื่องยนต์รอบจัดของมันส่งเสียงทุ้มราบเรียบเป็นโทนเดียวกันในย่านรอบเครื่องยนต์กลางๆ ต่อเมื่อโดนหวดหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ที่ย่านรอบเครื่องยนต์เกิน 6500-8200 รอบ มันจะครางออกมาเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะเสนาะหู แม้จะไม่โหดดิบดุดันเท่ากับเสียงอันแหบพร่าของเครื่อง V8 ใน M3 รุ่นที่แล้ว แต่เสียงของเครื่อง 6 สูบเรียงมีเอกลักษณ์และความบันเทิงเริงรมย์ ที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนของการทำงานได้ไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว


ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็น M4 ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจขณะใช้ความเร็ว ตังถัง แซสซีส์ และช่วงล่างแสดงออกถึงการทำงานที่แม่นยำ มันเป็น M Car ที่ผ่านการปรุงแต่งในขั้นตอนของการพัฒนามาเป็นอย่างดี เครื่องเคราและระบบรองรับ รวมถึงชุดส่งกำลังอยู่ภายใต้เปลือกตัวถังที่งดงาม และมีความทันสมัยจากการคัดเลือกวัสดุ มันเป็นรถที่ขับได้ง่าย แม้จะขับเร็วและถูกอัดอย่างต่อเนื่องทั้งวัน อาการต่างๆ ก็ยังคงปกติ สำหรับตำแหน่งที่ต้องรับภารกรรมมหาศาล

นอกจากเฟืองท้ายและชุดส่งกำลังคลัตช์คู่แล้ว ยางของเจ้า M4 คือ อีกหนึ่งตำแหน่งที่ต้องถูกทารุณกรรมมากเป็นพิเศษ ยาง Michelin pilot super sport หน้า 255/35 ZR 19 หลัง 275/30 ZR 19 มีเนื้อยางแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะและการถ่ายเทแรงบิดลงสู่พื้น แม้จะมีเสียงดังที่ย่าน 160 กิโลเมตรขึ้นไป แต่กริ้บอันสุดยอดจะแสดงออกมาทันที เมื่อผิวถนนอยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะพอควรแบบยิ่งร้อนยิ่งเกาะ ยางยังให้อารมณ์ของรถแข่งไปตลอดทางจากความแข็งของช่วงล่างบวกกับแก้มยางที่ต้องแข็งโป๊ก เพื่อป้องกันความผิดพลาดเมื่อผู้ขับออกตัวอย่างรุนแรง ยางราคาแพงลิบสี่เส้นเริ่มปรากฏลายบั้งบนขอบหน้ายางให้เห็น เนื่องจากโดนกระหน่ำหนักในการทดสอบรอบแรกๆ ของสื่อมวลชนจากยุโรปและอเมริกา ก่อนจะตกมาถึงมือสื่อเอเชีย


46 กิโลเมตรสุดท้าย ก่อนจะถึงยังจุดแวะพัก ระบบนำทางของ BMW M4 ซึ่งมีการทำงานเหมือนกันกับ Series-3 f30 แจ้งเตือนให้เลี้ยวขวาออกจากไฮเวย์ไปสู่ทางชนบทเล็กๆ สองเลนสวนกันที่ลาดด้วยยางมะตอย ผมลดความเร็ว หักพวงมาลัยเลี้ยวออกจากทางหลวง N122 เข้าสู่ทางเล็กๆ หมายเลข N123 จู่ๆ พายุฝนที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่บนไฮเวย์ ก็โปรยปรายหยดน้ำลงมาพร้อมๆ กับกระแสลมแรงพัดตัดขวางด้านข้างของตัวรถ ต้นไม้ใหญ่สองข้างทางกับสายฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา รวมกับความแคบของทาง ทำให้ผมเปลี่ยนจากการขับแบบทั่วไป มาเป็นแบบย่องเบา แม้ฝนจะตกแต่ Pilot super sport และช่วงล่าง Double-joint spring strut front axle ช่วยส่งความรู้สึกนิ่งและมั่นคงเมื่อผิวถนนนองไปด้วยน้ำฝน

ทางในช่วงนี้ มีทั้งแบบขึ้น - ลงเนิน บวกกับความคดเคี้ยวเลี้ยวลดของโค้งนับสิบโค้ง โหมด Sport ถูกปรับกลับคืนมาเป็น Comfort Mode เพื่อกันไม่ให้แรงบิดโดนยักย้ายถ่ายเทลงไปที่พื้นมากจนเกินไป พวงมาลัยของ M4 ในสภาพการท่ี่มีฝนตกจากความหนึบหนักของระบบพวงมาลัยไฟฟ้า Electro hydraulic servo valve ที่คำนวณทั้งความเร็วและองศาของการหมุน ตลอดจนตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ จะทำการแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัย ที่มีความถูกต้องเหมาะสมบนสภาพการที่เปียกชื้น อะไรจะดีเลิศขนาดนั้น


Casa Amarela Mertola เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยใกล้กับภูเขา Mertola ซึ่งมีเศษซากของกำแพงเมืองเก่าแก่อายุเกิน 500 ปี ล้อมกรอบภูเขาเตี้ยๆ คล้ายเนินดินที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนทรงแปลกตาคล้ายกับภูมิประเทศทางตอนกลางของอิตาลี ตัวอาคารสีขาวหลังคามุมด้วยกระเบื้องสีแดง ร้านอาหาร Casa Amarela Mertola มีแม่น้ำ Rivera de Malagon ไหลผ่านกลางเมือง เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประกอบขึ้นเป็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหัวเมืองท่องเที่ยวทางทะเลในโปรตุเกส แวะพักไปครึ่งชั่วโมง ทีมทดสอบ M3/M4 ออกเดินทางต่อโดยสลับรถกันขับ จาก M4 ในตอนเช้าเปลี่ยนมาเป็น M3 ที่มีประตูมากบานกว่าแต่ทุกอย่างทุกตำแหน่งยกเว้นบานประตูนั้น เหมือนกันราวกับฝาแฝด

เส้นทางในช่วงขากลับจาก Casa Amarela Mertola มายังโรงแรมท่ี่พัก ซึ่งใช้เป็นจุดสตาร์ทเมื่อช่วงเที่ยงมีระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร สั้นกว่าตอนขามานิดหน่อยแต่สภาพทางแบบสองเลนสวนกัน สลับกับการวิ่งขึ้นลงเนินเขายาวสุดสายตา ทำให้ความตื่นเต้นไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย สีฟ้าสดของเจ้า M3 กลืนไปกับท้องฟ้าของเมืองฟาโร หลังจากพายุฝนพัดผ่าน ทุกอย่างดูกระจ่างต่อสายตาทั้งปุยเมฆและสีฟ้าอันแจ่มแจ๋วของเจ้า M3

ภายในของมันประกอบด้วย โทนสีขาวสลับดำตามสไตล์ที่มีความถนัดของแผนกออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารในหน่วยงานของ BMW Group ในรถ M3 คุณจะรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าใน M4 จากพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่า อารมณ์แบบสปอร์ตซีดานตัวกลั่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อผมเริ่มบรรเลงลงคันเร่ง ทางโล่งๆ ของทางหลวงหมายเลข N112 เหมือนเชื้อเชิญอวยชัยให้กับเจ้า M3 มันปราศจากรถราร่วมทางราวกับอยู่กันคนละโลก นานๆ ทีถึงจะมีรถท้องถิ่นสวนมาสักคัน สองข้างทางยังคงเป็นทุ่งหญ้าสีน้ำตาลอ่อนและเนินเขาเรียงราย พื้นผิวสีฟ้าของเจ้า M3 เหมือนกับลอยละล่องอยู่ท่ามกลางปุยเมฆสีขาว จู่ๆ ความอ้างว้างของวิวรอบตัว ทำให้ผมคิดถึงเมืองไทยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


BMW M4 F82 SPECIFICATIONS
Body type.......................................2+2 seater fixed-head coupé
Number of doors............................2
engine type.....................................turbocharged petrol
Engine manufacturer......................BMW
Engine code
Cylinders Straight.........................6
Capacity.........................................3 litre 2979 cc (181.79 cu in)
Bore × Stroke..................................84.0 mm × 89.6 mm 3.31 × 3.53 in
Bore/stroke ratio..............................0.94
double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 24 valves in total
maximum power output...............431 PS (425 bhp) (317 kW) at 5500-7300 rpm
Specific output.................................142.7 bhp/litre 2.34 bhp/cu in
maximum torque...........................550 Nm (406 ft·lb) (56.1 kgm) at 1850-5500 rpm
Specific torque.................................184.63 Nm/litre 2.23 ft·lb/cu3
Engine construction..........................?
sump................................................wet sumped
compression ratio............................10.2:1
Fuel system......................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)2320.1 kPa (336.5 psi)
Maximum RPM..................................8500 rpm
crankshaft bearings.............................?
Acceleration 0-100km/h.....................4.30 s
Acceleration 0-160km/h (100mph).....?
Standing quarter-mile..........................?
Standing kilometre..............................22.20 s
Maximum speed..................................250 km/h (155 mph)
Power-to-weight ratio..........................274.11 PS/g 201.6 kW/g 270.36 bhp/ton 0.12 bhp/lb
Weight-to-power ratio..........................4.96 kg/kW 8.29 lb/bhp
Engine coolant.....................................Water
Unitary capacity...................................496.5 cc
Aspiration............................................Turbo
Compressor...........................................non
Intercooler.............................................Y
Catalytic converter................................Y
Engine position.....................................front
Engine layout........................................longitudinal
Drive wheels.........................................rear wheel drive
Torque split...........................................N/A
Steering.................................................rack & pinion PAS
turns lock-to-lock....................................?
Turning circle..........................................?
Front suspension................................... Aluminium double-joint spring strut axle, M-specific kinematics and rigidity set-up
Rear suspension.................................... Aluminium five-link axle, control arms and wheel carriers, rear axle subframe in lightweight steel construction, rigidly bolted to the body, M-specific kinematics and rigidity set-up
Wheel size front...................................9.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437 Wheel size rear....................................10.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437 Tyres front............................................255/35 ZR 19 Michelin pilot super sport
Tyres rear..............................................275/30 ZR 19 Michelin pilot super sport
Brakes ..................................................
Front brake............................................6-piston fixed-calliper M carbon ceramic brakes / inner-vented, perforated
Rear brake.............................................4-piston fixed-calliper M carbon ceramic brakes / inner-vented, perforated
Gearbox................................................7 speed M-DTC auto/manual
Wheelbase...........................................2812 mm
Track/tread (front)...............................1579 mm
Track/tread (rear)................................1603 mm
Length.................................................4671 mm
Width...................................................1870 mm
Height..................................................1383 mm
length:wheelbase ratio.........................1.66
Kerb weight..........................................1572 kg 3466 lb
fuel tank capacity..................................60 litres13.2 UK Gal 15.9 US Gal
Drag coefficient...................................0.340
Frontal area...........................................2.23 m² CdA 0.76

Handling, ride and braking
M-developed electric power steering with Servo-tronic
M Drive and M Driving Dynamics Control
Aluminum front sub frame
Aluminum suspension arms and wheel carriers Lightweight steel
sub frame Twin-tube gas-pressure shock absorbers M Compound
4-wheel ventilated anti-lock disc brakes (ABS) with Dynamic Brake Control (DBC) Dynamic Stability Control (DSC), including Brake Fade Compensation, Start-off Assistant, Brake Drying, and Brake Stand-by features; with M Dynamic Mode
Active M Differential
Double-joint spring strut front axle

2015 BMW M4 Coupe F82 2 Door - M3 F80 4 Door Standard Exterior Features
Lightweight hood with power dome
Font fenders made from aluminum
Sculpted front apron with three large air intakes
Black double-bar kidney grille
M exterior mirror casings
Rear apron with integrated diffuser
Exhaust system with four tailpipes
Trunk lid with integrated spoiler
Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437 M
Mixed Performance Tires Michelin pilot super sport
M Carbon Ceramic Brakes


Camera and Lens
Nikon Df 17-55 f2.8 / 28-70 f2.8 / 70-200 f2.8 VR NANO

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

เดินทางไปยังสุดขอบของทวีปยุโรปในเมืองฟาโร ประเทศโปรตุเกส เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ M car คันล่าสุด BMW M3/M4 สองศรีพี่น้อง สุดยอดแห่งรถถนนประจำปี 2014 .... 2 มิ.ย. 2557 15:18 3 มิ.ย. 2557 17:09 ไทยรัฐ