วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับหลานเนรคุณ ปลอมเป็น'เสือแฉะ' บุกชิงทรัพย์น้าสาว

หลานสามีเลี้ยงมา 15 ปี ปลอมตัวเป็น "เสือแฉะ" บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์บ้านน้าสาวอยู่บ้านคนเดียวกลางดึก จับมัดมือมัดปากนอนคว่ำกับพื้น น้าสาวอาศัยจังหวะเผลอหนีเข้าห้องนอนแล้วล็อกกลอน 3 ชั้นโทรแจ้งตำรวจ โจรเผ่นหนี แต่ผู้เสียหายจำคนร้ายได้จึงแจ้งตำรวจตามรวบไว้ได้

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 มิ.ย.57 มีรายงานว่า พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล วรุณโณ รอง ผบก.ภ.จว.ฯ พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา ผกก.สภ.ผักไห่ ร่วมกันจับกุมตัว นายไพโรจน์ ไพรสันต์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 3 ต.หน้าโคก อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 248/2557 ลงวันที่ 1 มิ.ย.57 ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนไปทำแผนรับคำสารภาพที่บ้าน นางนงลักษณ์ พุทธคุณ อายุ 49 ปีอยู่บ้านเลขที่ 9/10 หมู่ 3 ต.ผักไห่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.57 เวลาประมาณ 23.30 น.โดยใช้อาวุธมีดพกสั้นจี้ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงพ่อเปิ่นจำนวน 1 องค์ รวมราคาทรัพย์สิน 35,000 บาทแล้วหลบหนีไป

พล.ต.ต.เสริมคิด เผยว่า นางนงลักษณ์ ทำงานเป็นพยาบาล รพ.ผักไห่ ขณะเกิดเหตุอยู่บ้านคนเดียว ส่วนนายไพโรจน์ เป็นหลานสามีได้ขี่จักรยานยนต์มาคนเดียว ได้มุดเหล็กดัดเข้าไปในบ้าน แล้วเดินไปปิดไฟ เมื่อนางนงลักษณ์เปิดประตูห้องออกมาจึงใช้มีดจี้ให้นอนคว่ำกับพื้นแล้วใช้เสื้อมัดมือและปากไว้แล้วเริ่มค้นทรัพย์สิน แต่นางนงลักษณ์อาศัยช่วงจะหวะเผลอหนี เข้าห้องนอนแล้วล็อกประตู แล้วจึงโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลให้ตำรวจมาช่วย จนเจ้าหน้าที่สามารถจับคนร้ายได้ในเขต ต.หน้าโคก แต่ไม่พบของกลางโดยอ้างว่าสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองหล่นหายขณะหลบหนีตำรวจ จากการสอบประวัตินายไพโรจน์ ได้พ้นโทษมาจากเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.56 ในคดีลักทรัพย์มาแล้ว

นางนงลักษณ์ เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญว่าตนกำลังนั่งเล่นเฟซบุ๊กอยู่ในห้องคนเดียวจู่ๆ ไฟฟ้าดับตนจึงเดินออกมาดูแล้วเปิดไฟห้องน้ำด้านนอกไฟฟ้าก็ติดเห็นคนร้ายสวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้ายืนอยู่ข้างเสาแล้วใช้อาวุธมีดสั้นปรี่เข้ามาจี้ที่คอแล้วบังคับให้นอนลงกับพื้นแล้วหยิบเสื้อในตะกร้าผ้ามามัดมือทั้งสองข้างในลักษณะไพล่หลังแล้วเอาผ้ามามัดปาก

ผู้เสียหายเล่าต่อว่า ตนเห็นดวงตา จมูก และรูปร่างก็จำได้ว่าคนร้ายคือนายไพโรจน์ เพราะว่า ตนเคยไปอยู่บ้านสามีมา 15 ปี เลี้ยงดูตั้งแต่นายไพโรจน์ยังเล็กๆ อยู่ จึงบอกกับคนร้ายว่า “โรจน์อยากได้สร้อยก็ถอดจากคอน้าไปได้เลย เอาไปขายได้หลายหมื่นนะ” คนร้ายจึงเดินเข้ามาถอดสร้อยคอ แล้วตอบกลับว่า “ไม่ได้ชื่อโรจน์ บอกคือเสือแฉะ” จากนั้นคนร้ายจึงใช้มีดขู่กรีดรองเท้าจนขาดเพื่อให้อยู่นิ่งๆ ตนจึงรอโอกาสที่คนร้ายกำลังค้นทรัพย์สินกระโดดเข้าห้องแล้วล็อกกลอน 3 ชั้นแล้วโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนที่โรงพยาบาลให้แจ้งตำรวจ และตนมั่นใจว่าคนร้ายคือนายไพโรจน์ ไพรสันต์ ตำรวจจึงออกหมายจับตามจับตัวได้ทันก่อนหลบหนีไป

หลานสามีเลี้ยงมา 15 ปี ปลอมตัวเป็น "เสือแฉะ" บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์บ้านน้าสาวอยู่บ้านคนเดียวกลางดึก จับมัดมือมัดปากนอนคว่ำกับพื้น น้าสาวอาศัยจังหวะเผลอหนีเข้าห้องนอนแล้วล็อกกลอน 3 ชั้นโทรแจ้งตำรวจ โจรเผ่นหนี...