ข่าว
100 year

ชาวเน็ตยื่นถอดถอนทูตสหรัฐ

ลม เปลี่ยนทิศ3 มิ.ย. 2557 05:00 น.
SHARE

ก็เป็นเรื่องแปลกที่ รัฐบาลสหรัฐฯ ของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ออกมาแสดงท่าทีต่อการรัฐประหารในเมืองไทยครั้งนี้อย่างมากจนน่าแปลกใจ ล่าสุดหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แถลง “โรดแม็ปปฏิรูปประเทศไทย” จะใช้เวลา 1 ปี 3 เดือน นางสาวเจน ชากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาแถลงต่อผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตันทันที เหมือนเป็นคู่กรณีกับไทย

นางสาวเจน แถลงว่า โรดแม็ป คสช. ที่มีเป้าหมายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่วางกรอบไว้ 15 เดือน
ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไป และยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน

ท่าทีของ รัฐบาลโอบามา ต่อการรัฐประหารในประเทศไทยที่ออกมาถี่ยิบ ตั้งแต่ นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จนถึงการแถลงข่าวล่าสุดของโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นท่าทีที่แปลกและผิดปกติมาก แต่จะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากย้อนกลับไปอ่านข่าวสารในรอบหลายปีที่ผ่านมาก็จะรู้ว่า รัฐบาลบารัค โอบามา มีผลประโยชน์สัมพันธ์กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยค่อนข้างมาก ทั้ง ด้านการทหาร และ แหล่งทรัพยากรนํ้ามันดิบในอ่าวไทย ที่เคยเป็นข่าวมาตลอด กระทั่งล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็ยังมีข่าวการร่วมทุนบ่อนํ้ามันในอ่าวไทย

ยังไม่นับ ความสัมพันธ์ส่วนตัว ของ คุณคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวลึกซึ้งกับแกนนำรัฐบาลก่อน จนถูกคนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังลงชื่อเพื่อ “ยื่นถอดถอนการเป็นทูตประจำประเทศไทย” ต่อ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผ่าน “เว็บไซต์ทำเนียบของผู้นำสหรัฐฯ” ซึ่งตัวเลขล่าสุด มีผู้ลงชื่อร่วมถอดถอนแล้วกว่า 5,800 รายชื่อ

ถ้านำ กรณีรัฐประหารในไทยครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการเสียเลือดเนื้อไปเทียบกับ รัฐประหารในอียิปต์ เมื่อปีที่แล้ว ที่มีการเสียเลือดเนื้อมากมาย แต่กลับมีข่าวในสื่อตะวันตกค่อนข้างเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯให้การสนับสนุนการปฏิวัติในอียิปต์อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ออกหน้า เพราะสหรัฐฯมีผลประโยชน์ในอียิปต์มายาวนานตั้งแต่ รัฐบาลเผด็จการ ของ ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ที่ถูกปฏิวัติ และ สหรัฐฯไม่ชอบใจรัฐบาลเลือกตั้ง ของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ ที่ไม่ค่อยเอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯเหมือนเดิม

นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เพิ่งออกมาวิจารณ์การรัฐประหารในไทยอย่างหนัก และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทันที แต่กรณี การปฏิวัติในอียิปต์ เมื่อปีที่แล้ว นายจอห์น เคอร์รี่ กลับแถลงข่าวแก้ตัวแทนกองทัพอียิปต์ว่า กองทัพอียิปต์กำลังพยายามที่จะฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ทั้งๆที่กองทัพไทยก็กำลังทำรูปแบบเดียวกัน ฟื้นฟูประชาธิปไตยที่แท้จริงจากระบอบประชาธิปไตยเผด็จการ

เห็นธาตุแท้สองมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาหรือยัง

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา จอมพลอับเดล ฟัตตาห์ อัล–ซิซี อดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้นำการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ ภายใต้การสนับสนุนลับๆของสหรัฐฯ ก็ชนะการเลือกตั้งได้เป็น ประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่ สมใจสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียงท่วมกว่า 92% เอาชนะคู่แข่งโนเนม ซึ่งได้เสียงไม่ถึง 5% หลังจากที่ต้อง “ต่อเวลาขยายวันเลือกตั้งออกไปอีก 1 วัน” เพราะมีประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งน้อยเกินไป

แม้จะต่อเวลาเลือกตั้งออกไปอีก 1 วัน ก็มีประชาชนไปใช้สิทธิแค่ 46% ไม่ถึงครึ่งจากผู้มีสิทธิออกเสียง 54 ล้านคน น้อยกว่าสมัยประธานาธิบดี มอร์ซี่ ที่มีผู้มาใช้สิทธิ 52%

นี่คือธาตุแท้ของสหรัฐฯ ความจริงแล้ว สหรัฐฯไม่ได้อีนังขังขอบว่า ประเทศไหนจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ขอเพียงสหรัฐฯได้ประโยชน์ก็พอใจแล้ว อย่างกรณี อียิปต์ สหรัฐฯก็ให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของ ฮอสนี มูบารัก มาตลอด เพราะสหรัฐฯได้ประโยชน์ แต่กลับไม่พอใจ รัฐบาลเลือกตั้ง ของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ และสนับสนุนจอมพลอัล–ซิซี ให้ปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง สหรัฐฯก็เป็นเช่นนี้เอง ผลประโยชน์ของสหรัฐฯต้องมาก่อน อย่าไปตื่นเต้นกับคำพูดของสหรัฐฯมากนัก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยรัฐบาลสหรัฐฯประธานาธิบดี บารัค โอบามาโรดแม็ปปฏิรูปประเทศไทยประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้