วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวเน็ตยื่นถอดถอนทูตสหรัฐ

ก็เป็นเรื่องแปลกที่ รัฐบาลสหรัฐฯ ของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ออกมาแสดงท่าทีต่อการรัฐประหารในเมืองไทยครั้งนี้อย่างมากจนน่าแปลกใจ ล่าสุดหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แถลง “โรดแม็ปปฏิรูปประเทศไทย” จะใช้เวลา 1 ปี 3 เดือน นางสาวเจน ชากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาแถลงต่อผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตันทันที เหมือนเป็นคู่กรณีกับไทย

นางสาวเจน แถลงว่า โรดแม็ป คสช. ที่มีเป้าหมายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่วางกรอบไว้ 15 เดือน
ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไป และยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน

ท่าทีของ รัฐบาลโอบามา ต่อการรัฐประหารในประเทศไทยที่ออกมาถี่ยิบ ตั้งแต่ นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จนถึงการแถลงข่าวล่าสุดของโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นท่าทีที่แปลกและผิดปกติมาก แต่จะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากย้อนกลับไปอ่านข่าวสารในรอบหลายปีที่ผ่านมาก็จะรู้ว่า รัฐบาลบารัค โอบามา มีผลประโยชน์สัมพันธ์กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยค่อนข้างมาก ทั้ง ด้านการทหาร และ แหล่งทรัพยากรนํ้ามันดิบในอ่าวไทย ที่เคยเป็นข่าวมาตลอด กระทั่งล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็ยังมีข่าวการร่วมทุนบ่อนํ้ามันในอ่าวไทย

ยังไม่นับ ความสัมพันธ์ส่วนตัว ของ คุณคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวลึกซึ้งกับแกนนำรัฐบาลก่อน จนถูกคนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังลงชื่อเพื่อ “ยื่นถอดถอนการเป็นทูตประจำประเทศไทย” ต่อ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผ่าน “เว็บไซต์ทำเนียบของผู้นำสหรัฐฯ” ซึ่งตัวเลขล่าสุด มีผู้ลงชื่อร่วมถอดถอนแล้วกว่า 5,800 รายชื่อ

ถ้านำ กรณีรัฐประหารในไทยครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการเสียเลือดเนื้อไปเทียบกับ รัฐประหารในอียิปต์ เมื่อปีที่แล้ว ที่มีการเสียเลือดเนื้อมากมาย แต่กลับมีข่าวในสื่อตะวันตกค่อนข้างเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯให้การสนับสนุนการปฏิวัติในอียิปต์อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ออกหน้า เพราะสหรัฐฯมีผลประโยชน์ในอียิปต์มายาวนานตั้งแต่ รัฐบาลเผด็จการ ของ ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ที่ถูกปฏิวัติ และ สหรัฐฯไม่ชอบใจรัฐบาลเลือกตั้ง ของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ ที่ไม่ค่อยเอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯเหมือนเดิม

นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เพิ่งออกมาวิจารณ์การรัฐประหารในไทยอย่างหนัก และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทันที แต่กรณี การปฏิวัติในอียิปต์ เมื่อปีที่แล้ว นายจอห์น เคอร์รี่ กลับแถลงข่าวแก้ตัวแทนกองทัพอียิปต์ว่า กองทัพอียิปต์กำลังพยายามที่จะฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ทั้งๆที่กองทัพไทยก็กำลังทำรูปแบบเดียวกัน ฟื้นฟูประชาธิปไตยที่แท้จริงจากระบอบประชาธิปไตยเผด็จการ

เห็นธาตุแท้สองมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาหรือยัง

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา จอมพลอับเดล ฟัตตาห์ อัล–ซิซี อดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้นำการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ ภายใต้การสนับสนุนลับๆของสหรัฐฯ ก็ชนะการเลือกตั้งได้เป็น ประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่ สมใจสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียงท่วมกว่า 92% เอาชนะคู่แข่งโนเนม ซึ่งได้เสียงไม่ถึง 5% หลังจากที่ต้อง “ต่อเวลาขยายวันเลือกตั้งออกไปอีก 1 วัน” เพราะมีประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งน้อยเกินไป

แม้จะต่อเวลาเลือกตั้งออกไปอีก 1 วัน ก็มีประชาชนไปใช้สิทธิแค่ 46% ไม่ถึงครึ่งจากผู้มีสิทธิออกเสียง 54 ล้านคน น้อยกว่าสมัยประธานาธิบดี มอร์ซี่ ที่มีผู้มาใช้สิทธิ 52%

นี่คือธาตุแท้ของสหรัฐฯ ความจริงแล้ว สหรัฐฯไม่ได้อีนังขังขอบว่า ประเทศไหนจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ขอเพียงสหรัฐฯได้ประโยชน์ก็พอใจแล้ว อย่างกรณี อียิปต์ สหรัฐฯก็ให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของ ฮอสนี มูบารัก มาตลอด เพราะสหรัฐฯได้ประโยชน์ แต่กลับไม่พอใจ รัฐบาลเลือกตั้ง ของ ประธานาธิบดีมอร์ซี่ และสนับสนุนจอมพลอัล–ซิซี ให้ปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง สหรัฐฯก็เป็นเช่นนี้เอง ผลประโยชน์ของสหรัฐฯต้องมาก่อน อย่าไปตื่นเต้นกับคำพูดของสหรัฐฯมากนัก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

2 มิ.ย. 2557 10:18 ไทยรัฐ