วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สังฆราชาสุวรรณภูมิ ให้ธรรมนำการเมือง

โดย

...กินคนเดียวไม่พอกิน กินหลาย คนจึงจะพอกิน... ธรรมทัศนะง่ายๆของ พระมหาผ่อง สะมะเลิก อายุ 100 ปี เจ้าอาวาสวัดองค์ตื้อ ประธานสงฆ์องค์การพุทธศาสนสัมพันธ์ สปป.ลาว อีกนัยหนึ่งคือ สมเด็จพระสังฆราชของลาว

พระมหาผ่องเข้าร่วมแสดงธรรมต่อพุทธศาสนิกชนสุวรรณภูมิ ในการประชุมเสวนา “โพธิคยา 980 พุทธพลิกสุวรรณภูมิ ธรรมวิชัยพลิกปัญหาสู่มรรคา” โดยสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ซึ่งมี ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เป็นเลขาธิการสถาบัน จัดขึ้นที่โรงแรมโซฟิเทล อังกอร์โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปารีสอร์ท จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

พระมหาผ่องกล่าวถึงการดำรงตนในภาวะปัจจุบันว่า เรื่องอาหารการกินนั้น ครูสอนมาตั้งแต่ระดับชั้นประถมแล้วว่าควรกินและไม่ควรกินอะไร อย่างตัวท่านเอง อาหารเนื้อสัตว์ใหญ่ๆก็เลี่ยงไป หันมากินผัก ผลไม้ ลูกไม้แทน ส่วนการดำเนินการใดๆ ถ้ามีสมาธิก็จะเกิดความสว่าง แสงสว่างใดจะเสมอด้วยปัญญาไม่มี ถ้าเราปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ การใดๆก็สำเร็จ

การเมืองตามอุดมการณ์เป็นเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ ตราบใดที่แบ่งปันผลประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างยุติธรรมและเท่าเทียม ตราบนั้นบ้านเมืองก็จะไม่เกิดความวุ่นวาย

พระภิกษุสงฆ์ผู้ได้รับผลกระทบจากการเมืองโดยตรง ขนาดเกือบเอาชีวิตไม่รอดในสมัยเขมรแดงครองอำนาจ สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี (สมเด็จเทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา บอกว่า สมัยพอลพตปกครองได้ทำลายศาสนา ทุบวัดวาอาราม ทำลายระบอบกษัตริย์ และทำลายสังคมชาติไปเป็นอย่างมาก ต่อมาด้วยความสามัคคีของชาวพุทธในสุวรรณภูมิ ทั้งลาว เวียดนาม และไทย ทำให้พุทธศาสนาในกัมพูชาฟื้นขึ้นมา

“สมัยนั้นอาตมาเสียใจที่พระสงฆ์กว่า 20,000 รูปเสียชีวิตไป วัดถูกทำลายมากมาย”

สำหรับความวุ่นวายทางการเมืองและความวุ่นวายต่างๆในทางโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผ่นดินสุวรรณภูมิ แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองที่เชื่อกันว่า พระโสณเถระและพระอุตตระเถระ เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนา

จนหยั่งรากลึกนั้น สมเด็จเทพวงศ์บอกว่า สาเหตุการแย่งชิงกัน เพราะมีมนุษย์โลภเกิดขึ้นมา แต่เชื่อว่าดินแดนสุวรรณภูมิจะมีความสุขกลับคืนมา การรวมกันของพุทธศาสนิกชนชาวสุวรรณภูมินับเป็นการดี

แต่ก็อดที่จะกลุ้มใจเล็กๆกับอนาคตไม่ได้ “อาตมาคิดว่า ปัญหาทางธรรมและทางโลกเกิดขึ้นจากคนที่ไม่รู้จักพอ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวสึนามิ ทำให้เราเกิดการพิจารณาว่าสึนามิเกิดขึ้นจากอะไร ก็เกิดมาจากมนุษย์ทำไม่ถูกที่ถูกทาง”

สาเหตุเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่สงบสุขในแผ่นดินสุวรรณภูมิ

ปัจจุบันท่านกังวลใจกับการทะเลาะกัน แม้จะเกิดสมาคมอาเซียน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าทั้ง 10 ประเทศจะรวมกันได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่อาจทำดำเป็นขาวทำขาวให้เป็นดำได้ แต่อยากให้ดินแดนสุวรรณภูมิมีความสงบ สมกับเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

พระเหงียน ทัน เทียน (Nguyen Thanh Thien) ตัวแทนสมัชชาสงฆ์เวียดนาม นัยหนึ่งก็คือสังฆราชแห่งเวียดนาม เริ่มด้วยอนุโมทนาในความคิดสร้างสรรค์ที่จะ “พลิกสุวรรณภูมิ” ด้วยธรรมองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการฝึกอบรมพระภิกษุสงฆ์ไปช่วยกันเผยแผ่พุทธศาสนา เดินตามรอยพระเจ้าอโศกมหาราช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงช่วยพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

พลางย้อนไปถึงพุทธกาลว่า พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมา พระองค์มีเป้าหมายสูงสุดคือช่วยเหลือชาวโลก หลังเทศนาปัญจวัคคีย์ นั่นคือการ
เริ่มต้นเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผ่านกาลเวลามากว่า 2,000 ปี การปฏิบัติตามพระพุทธองค์ ทำให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาสำคัญแห่งโลก ยังประโยชน์ให้กับชาวโลก

การอยู่ในสังคม หากมีความสุดโต่งทางความคิดจะทำให้อยู่ลำบาก ท่านจึงให้มีศีล สมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา ทำให้ศาสนาพุทธแตกต่างจากศาสนาอื่นคือ เน้นให้พึ่งตนเองเป็นหลัก เคารพซึ่งกันและกัน มีความเท่าเทียมกัน และเผื่อแผ่ผู้อื่นด้วย เพื่อจะได้ข้ามห้วงแห่งความทุกข์ไปด้วยกัน

สำหรับโครงการ “ส่งเสริมพระภิกษุสงฆ์ไปศึกษาเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ” ที่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ทำอยู่ คือ ส่งเสริมให้อบรมพระธรรมทูตทั้งไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจะมีประเทศอื่นๆเข้าร่วมอีกนั้น ท่านบอกว่า เท่ากับเป็นการทบทวนการเผยแผ่พุทธศาสนาในอดีตกาล และการมาประชุมพร้อมเพรียงแสดงถึงความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า

พลางตบท้ายว่า “ถ้าอยากมีความสุขก็ต้องสามัคคี ในเวียดนามเดี๋ยวนี้ก็วุ่นวายทางทะเล เกิดเรื่องระหว่างเวียดนามกับจีน อยากให้ร่วมกันแผ่เมตตาให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว”

การเมืองไม่ว่าจะในประเทศและระหว่างประเทศ หากแก้ “โดยธรรม” แล้ว ย่อมเกิดสันติอย่างแท้จริง

ด้านพระธรรมวรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก แสดงธรรมทัศนะว่า ที่แต่ละคนให้ค่า ให้ความสำคัญโครงการเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดี ทั้งผู้นำสงฆ์จากลาว กัมพูชา และเวียดนามก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

การกระทำ “เราทำความถูกต้องซึ่งสวนทางกับความถูกใจ ความถูกต้องเป็นไปด้วยสติปัญญา ไม่ใช่ประชุมในความมืดบอด เป็นการใช้สตินำปัญญา เป็นประทีปส่องการประชุม เป็นไปตามวิสัยสัตบุรุษโดยแท้ ไม่ได้เป็นการซ่องสุม ที่ใดมีคนดีจิตสงบเข้าประชุมกันที่นั่นเรียกว่าสภา พุทธบิดาได้บัญญัติคำนี้ไว้”


สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม แสดงธรรมทัศนะว่า “เมื่อเกิดความสามัคคีในหมู่สงฆ์ดินแดนสุวรรณภูมิเกิด

เครือข่าย ก็จะได้นำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์สืบไป พร้อมชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องให้พระธรรมทูตเรียนวิปัสสนากรรมฐานก่อนไปดินแดนชมพูทวีปนั้น เพราะได้ศึกษาจากประเพณีสมัยพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ ทรงให้พระภิกษุที่เรียนจากพุทธองค์แล้ว ไปฝึกตามป่าเขา เมื่อกลับมาถ้ายังมิได้บรรลุมรรคผลอะไร พระพุทธองค์ก็จะทรงเทศนาสอนเสริมให้ เพื่อให้พระสงฆ์ไปปฏิบัติเพิ่มเติม”

ดังนั้น พระภิกษุที่เป็นนักศึกษา วิชาการศึกษาเชิงลึกในดินแดนสุวรรณภูมิ จึงเป็นการศึกษาที่นำไปสู่ความรู้ในด้านปริยัติและปฏิบัติ ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เสมือนได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ก็ต้องมีอะไรไปอวดพระพุทธเจ้า และสิ่งที่จะไปอวดก็คือข้อปฏิบัติ การเจริญกรรมฐาน
ปัจจุบันพระพุทธศาสนาจะผ่านเวลามากว่า 2,500 ปี แต่พระธรรมในพระพุทธองค์ยังอยู่ และคงความสำคัญ ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมผู้ใดได้รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมของพระพุทธองค์ ก็เหมือนได้เฝ้าพระพุทธองค์ที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ดังพุทธพจน์ “ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรม”

สถานการณ์แต่ละบ้านเมืองใน “สุวรรณภูมิ” กำลังเร่าร้อนด้วยพิษภัยการเมือง ภัยสังคม การจะพลิกให้แผ่นดินธรรมในอดีตกลับมาสงบงามได้เหมือนเดิมนั้น แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหลอมใจกันทำอย่างแท้จริงโอกาสเป็นไปได้ย่อมมี

“จะพลิกฟื้นสุวรรณภูมิด้วยธรรม โดยไม่เอาเวลามากำหนด มั่นใจว่าการไม่มีเวลามากำหนด จะไม่มีวันล้มเหลว ถ้าไม่สำเร็จชาตินี้ ชาติหน้าเกิดมาก็จะทำต่อ” นายสุภชัยประกาศอย่างมุ่งมั่น.