วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคใหม่...กระต่ายกับเต่า

นิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า...เริ่มต้นวิ่งแข่งกัน...กระต่ายวิ่งปรี๊ด เดียว ก็นำหน้าไปไกล...จึงให้แต้มต่อ พักนอนหลับให้สบาย...แต่พอตื่นขึ้นมา เต่าที่ตั้งใจ คลานต้วมเตี้ยมไปข้างหน้า ก็ถึงเส้นชัยแล้ว

การวิ่งแข่งนัดนี้ ในนิทานเรื่องนี้ เป็นอันว่า เต่าเป็นผู้ชนะ

แต่ในนิทานเรื่องใหม่...เต่า กระต่าย ตัวเดิม กระต่ายท้าแก้มือ วิ่งแข่งกันในลู่ทางเดิม...เต่าก็รับคำท้า คราวนี้ กระต่ายไม่ลืมบทเรียน...
ไม่แวะนอน...วิ่งรวดเดียว ก็ชนะไปเลย

เต่า...ผู้แพ้ มีข้ออ้าง...“ทุกครั้งที่แข่ง เจ้าเป็นผู้เลือกเส้นทาง เราขอท้าแข่งครั้งใหม่ ขอให้เราเลือกเส้นทางเอง”

“ตกลง...” จะว่าไป กระต่ายก็หัวใจนักเลง

ลู่แข่งขันครั้งนี้ มีทั้งทางบก ทางน้ำ กระต่ายวิ่งนำหน้าฉิว แต่พอ ไปถึงริมน้ำ ก็ข้ามไม่ได้ ได้แต่มองเต่า ที่คลานต้วมเตี้ยมมาถึงริมแม่น้ำ และว่ายข้ามแม่น้ำ

ผลแข่งขันนัดที่สาม...กระต่ายแพ้...อีกแล้ว

ความจริง ทั้งกระต่ายกับเต่า เป็นเพื่อนรักกันมานาน...ทดสอบฝีเท้า แพ้ชนะกันไป ก็ไม่เห็นมีใคร ได้อะไรดีขึ้นมา แต่การแข่งขัน เป็นวิสัยสัตว์ อยู่เฉยๆแล้วเฉา

การแข่งขันนัดที่ 4 จึงต้องมีขึ้น ภายใต้กฎกติกาใหม่ในลู่แข่งขันสายเก่า คือมีทั้งทางบกทางน้ำ

ทางบก กระต่ายวิ่งเร็วมาก มันแบกเอาเจ้าเต่าไว้บนหลัง...เมื่อถึงริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าเต่าก็แบกกระต่ายไว้บนหลัง

ทันทีที่ถึงอีกริมฝั่งแม่น้ำ ทั้งเต่ากระต่าย ก็ถึงเส้นชัย พร้อมกัน

นิทานเรื่องนี้ หาอ่านได้ในหนังสือ เรื่องง่ายๆ แต่ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์) สุริยเทพ ไชยมงคล ลำดับไว้เป็นเรื่องที่ 52
เขาอธิบาย ความหมายชวนคิด เพิ่มเติมเอาไว้ ดังนี้

มนุษย์ก็เป็นเช่นเต่า กระต่าย คือมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการแข่งขัน แต่ละคนแต่ละตัว พยายามใช้จุดเด่น ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ขึ้นอยู่กับเส้นทาง ที่กำหนดไว้

เมื่อเป็นเช่นนั้น การแข่งขันจึงต้องมีต่อไป

แต่หากเปลี่ยนจุดหมาย...ไม่ใช่หาผู้ชนะผู้แพ้ แต่เป็นทดสอบความสามารถ หาเพื่อนร่วมงานหนัก งานใหญ่ในวันข้างหน้า มีจุดหมาย เพื่อประเทศชาติ

งานเหล่านี้ เป็นงานที่ซับซ้อน เดิมพันด้วยความสุขความทุกข์ของคนทั้งบ้านเมือง ซึ่งต้องแข่งขันกับบ้านเมืองอื่น ในโลกสมัยใหม่ ก็ยิ่งต้องพัฒนาคนให้มีความสามารถ มากพอจะรับมือ

เป้าหมายตรงหน้า การแข่งขันที่เคยทำกันตามวิสัย ก็ต้องเปลี่ยนไป เป็นการร่วมมือ

ความหมายในการร่วมมือ ก็คือ จะต้องร่วมกันส่งเสริมจุดเด่น และหลีกเลี่ยงจุดด้อย หาทางที่ให้ได้ชัยชนะด้วยกัน

นิทานเรื่องเต่ากับกระต่าย จึงต้องถูกเล่าใหม่ เตือนใจคน รุ่นใหม่นาทีแรก 16.30 น. ของวันที่ทหารยึดอำนาจ ฝนตกใหญ่ ผมกำลังเผาจริง ศพเฮียใจ (สมใจ พรหมทรัพย์) ที่วัดประทุมฯ แม่กลอง ขับรถบนถนนสี่ชั่วโมง กลับบ้านกรุงเทพฯไม่ได้ ต้องหันกลับไปจุดเริ่มต้นเดิม...นอนบ้านแม่...ที่แม่กลอง

ใจคอห่อเหี่ยว...วิตกกังวลวุ่นวาย หรือว่า เศรษฐกิจเมืองไทย ได้เวลาเผาจริง

โดยธรรมชาติ ทหารเป็นมนุษย์ที่น่ารัก น่าคบหา ซื่อตรงเปิดเผยจริงใจ...ไม่ปากอย่างทำอย่างเหมือนนักการเมือง

แต่เมื่อนึกถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ของกระบวนการบริหารบ้านเมือง ผมไม่กล้าหวังว่า ทหารที่ปกติวิสัย รับคำสั่ง...อย่างเดียว ...จะฝ่าฟันด่านหินนี้ไปได้

แต่พอมีประกาศชื่อที่ปรึกษาหลายท่าน ตั้งแต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ฯลฯ ถือว่าถูกฝาถูกตัว...ไม่มีชื่อกูรูลีลา 18 มงกุฎบางคนที่เล่าลือ...ผมก็ใจชื้น...

โดยชื่อชั้นท่านเหล่านี้เหมือนกลจักรชั้นดี มีทหารเป็นพลัง ขับเคลื่อน...พอเริ่มเห็นเค้าลาง แห่งความหวัง

พยายามปลงใจ คิดใหม่...ไม่ว่าจะเป็นเต่า เป็นกระต่าย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็เป็นไทยด้วยกัน.

กิเลน ประลองเชิง

2 มิ.ย. 2557 09:35 ไทยรัฐ