วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โผล่เทอร์มินอล21 ม็อบต้าน หลบราชประสงค์

ทหาร-ตร.ระดมคุมเข้มทุกจุด จับคุณย่า71-อุ้มหญิงนิรนาม บิ๊กตู่ให้เลี่ยงใช้ความรุนแรง

ม็อบต้านรัฐประหารแยกราชประสงค์กร่อย ถูกทหาร-ตำรวจ ตรึงกำลังบล็อกแน่นหนา รวบตัวหญิงวัย 71 ปี สวมหน้ากาก “people” บุกเดี่ยวต้านยึดอำนาจ ปรับแผนใหม่ย้ายไปชุมนุมหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โชว์สัญลักษณ์ชู 3 นิ้วสู้ เรียกร้องเสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ ก่อนถูกทหารไล่หนีกระเจิง “ประยุทธ์” เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด กำชับใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ย้ำเลี่ยงใช้ความรุนแรง สั่งเร่งออกหมายจับไล่ล่า “บก.ลายจุด-โกตี๋-ตั้ง อาชีวะ” คสช.โต้แหลกปฏิเสธเผยแพร่ภาพหลวงปู่พุทธอิสระเทศน์ออกอากาศช่อง 5 ฉุนจ้องป่วนให้ประชาชนเกิดความสับสน

ทหาร-ตำรวจตรึงกำลังแน่นแยกราชประสงค์ เพื่อรับมือกลุ่มต่อต้านรัฐประหารที่จะมาจัดกิจกรรมปาร์ตี้หน้ากากต้านรัฐประหาร ในวันที่ 1 มิ.ย. แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลุ่มต้านรัฐประหารไม่ได้เดินทางมาตามที่นัดหมาย โดยย้ายไปชุมนุมที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 แทน

ทหาร-ตร.ตรึงแน่นราชประสงค์

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่แยกราชประสงค์ กำลังทหารจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 4 กองร้อย ตลอดจนกำลัง สารวัตรทหาร ฝ่ายข่าวกรองทหารนอกเครื่องแบบ ตำรวจปราบจลาจล 3 กองร้อย ร่วมกันเข้าตรึงกำลังรอบบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อเตรียมสกัดกั้นการชุมนุมของกลุ่มต้านรัฐประหาร นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ที่จะมาจัดกิจกรรมปาร์ตี้หน้ากากต่อต้านรัฐประหาร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีการตั้งจุดวางกำลังบนถนนทุกเส้นที่จะเข้าสู่แยกราชประสงค์ พร้อมนำกำลังทหารขึ้นไปยืนรักษาการบนสกายวอล์ก ขณะที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ และศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ที่ถูกกำหนดเป็นจุดนัดรวมตัวของกลุ่มต้านรัฐประหารนั้น เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากั้นไว้ และสั่งห้ามสื่อมวลชนบันทึกภาพ และมีการนำเครื่องขยายเสียงเปิดเพลงที่มีเนื้อหาการรักชาติ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนนับร้อยคนที่มาปักหลักรอทำข่าว โดยสื่อมวลชนที่มาทำข่าวต้องมาลงทะเบียนกับทหารไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม การจราจรโดยรอบยังเปิดใช้ตามปกติ แต่มีรถผ่านบางตา เนื่องจากศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า เกษรพลาซ่า และเซ็นทรัลเวิลด์ปิดชั่วคราว

กลุ่มต้านรัฐ ปห.ไม่มาตามนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามเมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายในเวลา 10.00 น. ไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารเดินทางมาบริเวณแยกราชประสงค์ตามกำหนด เนื่องจากมีการประกาศผ่านโซเชียลมีเดียให้ย้ายสถานที่จัดชุมนุมปาร์ตี้หน้ากากเป็นห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 ย่านสุขุมวิท มีเพียงคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งแฝงตัวมาซุ่มรอดูสถานการณ์โดยรอบ แต่ไม่มีการแสดงสัญลักษณ์ใดๆให้ผิดสังเกต

รวบหญิงอายุ 71 สวมหน้ากาก

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รักษาการรอง ผบช.น. เดินทางตรวจพื้นที่ร่วมกับทหาร โดย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า จะผ่อนปรนการจราจรไม่ปิดถนน แต่จะตรวจสอบไม่ให้รถผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ เนื่องจากประเมินว่าผู้ชุมนุมจะไม่เข้ามารวมตัว จึงปิดเฉพาะทางเดินบนสกายวอล์ก ตั้งแต่สถานีชิดลมถึงแยกเฉลิมเผ่า และไม่ให้รถไฟฟ้าจอดที่สถานีชิดลม ราชดำริ และเพลินจิต จนกระทั่งเวลา 11.00 น. มีหญิงสูงอายุคนหนึ่ง สวมเสื้อสีครีม สวมหมวกสีขาว และสวมหน้ากากมีข้อความว่า “people” ทราบชื่อต่อมาว่าคือ น.ส.วารี ทินกร อายุ 71 ปี เดินบุกเดี่ยวมาที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ก่อนยืนชูมือขึ้นท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน จากนั้นเมื่อหญิงคนดังกล่าวเดินกลับไปทางแยกประตูน้ำ กำลังตำรวจนอกเครื่องแบบที่ซุ่มอยู่จึงเข้าควบคุมตัว ทำให้หญิงคนดังกล่าวขัดขืนตะโกนคำว่า help me ให้สื่อต่างชาติบันทึกภาพ ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถจักรยานยนต์ไปยัง สน.ลุมพินี ซึ่งศูนย์ทนายอาสาช่วยเหลือผู้ถูกควบคุมตัวได้ส่งทนายอาสาเข้าไปยื่นขอประกันตัวแล้ว

ม็อบต้านชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว

ต่อมาเวลา 12.00 น. บรรยากาศที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 ย่านสุขุมวิท ภายหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารย้ายการชุมนุมจากแยกราชประสงค์มาที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากมารวมตัวกันแสดงออกในการต่อต้านรัฐประหาร โดยเป็นการไปรวมตัวแบบจรยุทธ ต่างคนต่างมา ไม่แสดงสัญลักษณ์ให้รู้ว่ามาต่อต้านการรัฐประหาร จากนั้นผู้ชุมนุมต่างพากันชู 3 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องถึงการมีเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ตามแบบภาพยนตร์ชื่อดัง “The Hunger Games” ที่มีเนื้อหา ผู้ถูกปกครองพยายามต่อต้านผู้ปกครองที่มีอำนาจเหนือกว่า ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมบางคนใช้กระดาษเปล่ามาชูบนทางเดินสกายวอล์ก จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์สื่อสารถ่ายภาพแล้วนำไปแชร์บนโซเชียลมีเดีย

ชุลมุน ตร.-ทหารรุกไล่ผู้ชุมนุม

ขณะที่กำลังทหาร ประมาณ 1 กองร้อย พร้อมรถหุ้มเกราะแบบฮัมวีติดปืนกลหนักเคลื่อนกำลังเข้ามาดูแลความสงบบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์-มินอล 21 ท่ามกลางความแตกตื่นของนักท่องเที่ยว พร้อมเจรจาขอให้มีการปิดห้างสรรพสินค้าชั่วคราว เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนของผู้ชุมนุม สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามควบคุมผู้มาร่วมแสดงออกทางการเมืองกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวอยู่ภายในห้าง แต่มวลชนที่มาชุมนุมช่วยกันแย่งตัวออกมาได้ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายรวมตัวกันบนลานสกายวอล์กติดทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อโศก ก่อนนำป้ายผ้าสีดำ มีภาพและข้อความต้านรัฐประหารมากาง พร้อมตะโกนว่า “เลือกตั้งๆ” บางรายนำหน้ากากเป็นรูปนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุดมาใส่ โห่ฮาไล่ทหารตำรวจ เมื่อสถานการณ์เริ่มไร้การควบคุม ทางห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จึงประกาศปิดชั่วคราวทันที จากนั้นกำลังทหาร และตำรวจเริ่มเข้าควบคุมพื้นที่บนสกายวอล์ก โดยทหารในชุดโล่ควบคุมฝูงชนราว 1 กองร้อย นำกำลังเข้ายึดสกายวอล์ก และไล่ประชาชนทั้งหมดลงพร้อมปิดสถานีรถไฟฟ้าอโศก ทำให้มวลชนต้านรัฐประหารเริ่มสลายตัวกลับ

ล็อกตัวผู้ชุมนุมใกล้เทอร์มินอล 21

เมื่อเวลา 14.00 น. หลังจากสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มต่อต้านรัฐประหารบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 คลี่คลายลงแล้วนั้น ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารไทม์สแควร์ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตทวีวัฒนา โดยมีเหตุชายฉกรรจ์ 2 คน ที่โดยสารมากับรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน 422 ไม่ทราบหมวดตัวอักษร ลงจากรถมาฉุดตัวหญิงอายุประมาณ 50 ปี ที่แต่งกายคล้ายกับผู้ชุมนุมต้านรัฐประหาร นำตัวขึ้นรถขับมุ่งหน้าแยกชิดลม โดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง

ระดมกำลังเฝ้าวงเวียนใหญ่

ส่วนที่วงเวียนใหญ่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเทศกิจวางกำลังจำนวนมากกระจายรอบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อดูแลความสงบ หลังมีกระแสข่าวจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมการต่อต้านรัฐประหารนัดรวมตัวแสดงพลัง ในช่วงเวลา 09.00 น. โดยตำรวจตั้งด่านตรวจบนถนนทั้ง 4 สาย ที่มุ่งหน้าเข้าสู่วงเวียนใหญ่ ได้แก่ ถนนอินทรพิทักษ์ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนลาดหญ้า และถนนประชาธิปก แต่ไม่พบกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท ผบก.ประจำ บช.ตชด.รรท.ผบก.น.8 กล่าวว่า วันนี้มีกระแสข่าวกลุ่มคัดค้านการรัฐประหารนัดรวมตัวเพื่อแสดงสัญลักษณ์กันทั่ว กทม. โดยที่วงเวียนใหญ่เป็นอีกจุดที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุม จึงประสานเจ้าหน้าที่ทหาร 2 กองร้อย ตำรวจ 2 กองร้อย และเจ้าหน้าที่เทศกิจ 100 คน เข้าดูแลความสงบเรียบร้อย อยากฝากไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่ายให้หยุดการเคลื่อนไหว เพราะทาง คสช.ต้องการคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบโดยเร็วที่สุด

ลุยหอศิลปท้าทายทหาร

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ ทหารกว่า 3 กองร้อยสนธิกำลังร่วมกับตำรวจและเทศกิจ เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรม ภายหลังกลุ่มต้านรัฐประหารนัดหมายรวมตัวจัดกิจกรรม โดยกลุ่มต่อต้านเริ่มทยอยเดินทางมารวมกันแบบจรยุทธ ไม่มีการแสดงสัญลักษณ์ใดๆ จากนั้นขึ้นไปรวมตัวกลุ่มบนทางเดินสกายวอล์ก ส่งเสียงโห่ฮาใส่ทหารที่ตั้งแถวอยู่ด้านล่าง ฝ่ายปฏิบัติการจิตวิทยาทหารจึงใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเตือนให้ออกนอกพื้นที่ หลังประกาศได้ 3 รอบ จึงสั่งเคลื่อนกำลังทหารในชุดควบคุมฝูงชน เข้ายึดทางเดินสกายวอล์กไล่ผู้ไม่เกี่ยวข้องลง ก่อนควบคุมชายต้องสงสัย 1 ราย สอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย จึงปล่อยตัว ส่วนผู้ชุมนุมต้านรัฐประหารสลายตัวในที่สุด

อนุสาวรีย์ชัยฯไร้มวลชนต้าน

ขณะที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ตรึงกำลังเฝ้าดูแลสถานการณ์โดยรอบพื้นที่ ทั้งบริเวณป้ายรถประจำทาง และสกายวอล์ก เพื่อเตรียมรับมือผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร โดยมีรถควบคุมผู้ต้องหามาจอดบริเวณเกาะกลางถนน ขณะที่ประชาชนบางส่วนมาเฝ้าติดตามสถานการณ์และเก็บภาพบรรยากาศ โดยยังคงเปิดเส้นทางจราจรให้สัญจรตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการจิตวิทยาได้เปิดเพลงปลุกใจ มีเนื้อหาให้คนไทยมีความสามัคคี พร้อมเผยแพร่ภาพภารกิจของทหารผ่านจอแอลซีดีขนาดใหญ่ รวมถึงชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานของ คสช. โดยขอความร่วมมือจากประชาชนให้ลดการยั่วยุ มาช่วยกันสร้างความปรองดอง จนกระทั่ง 18.15 น. เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจส่วนใหญ่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ เหลือไว้เพียงบางส่วนตามจุดต่างๆรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ไม่มีกลุ่มมวลชนมาแสดงการต่อต้านหรือสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด

คงกำลัง 8 กองร้อยรับมือ

พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการโรงเรียนศูนย์การทหารม้าจังหวัดสระบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงใช้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเท่าเดิมคือ 8 กองร้อย เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 5 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 กองร้อย และในวันที่ 2 มิ.ย.จะยังคงยึดแนวปฏิบัตินี้เช่นเดิม ส่วนจะปรับลดกำลังหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะเดินทางมาชุมนุมต่อต้านอีกหรือไม่ หากมีการต่อต้านเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องจับกุมเพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ปิดถนนบล็อกม็อบต้าน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานการนัดชุมนุมของกลุ่มต่อต้านการทำรัฐประหาร 8 จุด ได้แก่ ราชประสงค์ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช สี่แยกเทพารักษ์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ ปราบกบฏหลักสี่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา และห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ เบื้องต้นสั่งการให้ปิดการจราจรบริเวณแยกราชประสงค์ทั้ง 4 ด้าน และมีคำสั่งให้รถไฟฟ้าบีทีเอสงดจอดรับส่งผู้โดยสารสถานีเพลินจิต ชิดลม และราชดำริ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย โดยใช้กำลังตำรวจ ทหาร 38 กองร้อยดูแล รวมทั้งเร่งควบคุมตัวบุคคลที่ออกมาแสดงการต่อต้านรัฐประหาร เพราะขัดต่อประกาศกฎอัยการศึก ส่วนผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงแรมที่ให้ใช้สถานที่ในการชุมนุมจะมีความผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 49 ถือว่าให้การสนับสนุน

เร่งไล่ล่า “บก.ลายจุด-โกตี๋-ตั้ง”

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช.มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนเร่งออกหมายจับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ โดยจัดชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ข้อหาหมิ่นสถาบัน

“วัชรพล” สั่งบี้สางคดีรุนแรง

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ประชุมเร่งรัดคดีเกี่ยวกับความรุนแรง การใช้ระเบิด อาวุธสงคราม คดีความรุนแรงอื่นๆ และคดีหมิ่นสถาบันฯ โดย พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานข้อมูล และสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับความรุนแรง การใช้ระเบิด และอาวุธสงคราม บางคดีอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการหาหลักฐานเพิ่ม กำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับความรุนแรง การใช้ระเบิดและอาวุธสงครามเช่นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ตลอดจนคดีคนร้ายใช้อาวุธเอ็ม 79 ยิงที่บริเวณสี่แยกคอกวัว และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทุกคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะคดีระเบิดกลุ่ม กปปส. ที่ จ.ตราด ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 9 ราย

“บิ๊กตู่” จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีกลุ่มต่อต้านรัฐประหารออกมาเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ของ กทม.ในวันที่ 1 มิ.ย.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารนั้น มีแผนการรับมือตามสถานการณ์ แต่จะเป็นอย่างไร ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ โดยจะใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง

คสช.ปัดภาพหลวงปู่เทศน์ช่อง 5

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ภาพหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ เทศนาทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆว่าภาพที่ปรากฏดังกล่าวนั้น คสช. และกองทัพบกขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมา ททบ.5 ไม่ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำให้ประชาชนเกิดความสับสน คสช.และกองทัพบกสั่งให้ฝ่ายกฎหมายเข้ามาดูแลเรื่องนี้แล้ว จะตรวจสอบหาต้นตอของผู้นำภาพมาเผยแพร่ เพื่อนำตัวมาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เตือน คสช.อย่าส่อทุจริต

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า การที่ คสช.ตั้งศูนย์ปรองดอง เพื่อสร้างความสมานฉันท์ สลายสีเสื้อนั้น ขอให้ยึดตามแนวของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่นายคณิต ณ นคร เป็นประธานที่เคยศึกษาไว้คือ ต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คู่ขัดแย้งยอมรับความจริงก่อนที่จะเข้ามาร่วมสมานฉันท์ว่า ใครทำผิดอะไรไม่ใช่จับแกนนำ นปช.หรือ กปปส.มาอยู่รวมกัน แล้วเขย่าให้ผสมผสานกัน โดยไม่รับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่สามารถปรองดองกันได้ เพราะไม่มีการยอมรับข้อเท็จจริงว่า ใครทำผิด ส่วนการนิรโทษกรรมต้องไม่เหมาเข่ง ต้องไม่นิรโทษกรรมฐานความผิดสำคัญคือ 1.กรณีหมิ่นสถาบัน 2.ความผิดอาชญากรรม ปล้น ฆ่า เผา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ คสช.ต้องระวังมากที่สุดคือ ขณะนี้ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคอยตรวจสอบการบริหาร ดังนั้นการส่อทุจริตใดๆใน คสช.อย่าให้มีขึ้นเด็ดขาด ถ้ามีขึ้น กระแสสังคมชื่นชมทหารจะขาดศรัทธาต่อ คสช.ทันที หาก คสช.ไม่ระวัง สิ่งที่ทำจะไม่ประสบผลสำเร็จ และจะถูกประชาชนออกมาเดินขับไล่แทน

ร้อยเอ็ดคุมเข้มรับม็อบต้าน

ด้านความเคลื่อนไหวการต่อต้านรัฐประหารในต่างจังหวัดนั้น ที่ จ.ร้อยเอ็ด พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผบ.จังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ร้อยเอ็ด นำกำลังทหาร จทบ.ร้อยเอ็ดและทหาร ป.พัน. 16 เข้าประจำการในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารที่นัดรวมตัวกัน ขณะที่ พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าประจำการสนามหน้า บก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเตรียมรับแผนสนธิกำลังทหารปฏิบัติการร่วมกัน โดยมีการวางกำลังทหารกับตำรวจรอบบึงพลาญชัย ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด การตั้งด่านตรวจในทุกอำเภอและถนนทุกสายที่มุ่งหน้าเข้า จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่มีเหตุการณ์ใด

สกลนครไร้เงากลุ่มต่อต้าน

ส่วนที่ บก.ภ.จ.สกลนคร นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.สกลนคร พล.ต.ธนกร จงอุตส่าห์ ผบ.จทบ. สกลนคร ในฐานะผู้บัญชาการรักษาความสงบประจำพื้นที่ จ.สกลนคร พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยพลเรือน ทหาร และตำรวจ กว่า 500 นาย รับมือกลุ่มต่อต้านการทำรัฐประหาร หลังจากมีการโพสต์ข้อความเชิญชวนทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยให้กำลังทหารออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจ ควบคุมสถานที่สำคัญและตั้งจุดสกัดตามเส้นทางที่จะมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองรวม 7 จุด นอกจากนี้ ยังให้กำลังตำรวจทั้ง 31 สถานี ร่วมกับอาสาสมัครออกตั้งจุดสกัดในพื้นที่ 18 อำเภอ ปรากฏว่า ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มต่อต้านแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีกลุ่มต่อต้านมาชุมนุม ผู้บัญชาการรักษาความสงบประจำพื้นที่ จ.สกลนคร จึงถือโอกาสฝึกซ้อมแผนในการปฏิบัติงานร่วมกัน 3 ฝ่ายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายอำนวยความสะดวกและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

2 มิ.ย. 2557 07:55 2 มิ.ย. 2557 07:55 ไทยรัฐ