วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส.นักเรียนเก่ามะกัน โต้กลับสหรัฐ

ส.นักเรียนเก่ามะกัน โต้กลับสหรัฐ

  • Share:

ให้เคารพมิตรประเทศ ยันไม่เป็นเมืองขึ้นใคร คสช.ไม่วิตกถูกกดดัน

คสช.ไม่ตกใจแรงกดดันจากนานาชาติ หวังสายสัมพันธ์อันยาวนานจะทำให้สหรัฐฯ-ออสเตรเลียคลายแรงบีบได้ นิวซีแลนด์อีกชาติเร่ง คสช.คืนประชาธิปไตยให้คนไทยโดยเร็ว ส.นักเรียนเก่าฯโต้มะกันจอมจุ้น ลั่นไม่เคยเป็นเมืองขึ้น ย้ำสัมพันธ์ฉันมิตร “บิ๊กตู่” เรียกคสช.ชุดใหญ่แจงความคืบหน้า 7 กลุ่มงาน หวังดันโรดแม็ปเศรษฐกิจไปสู่การปฏิบัติ กปปส.สถาปนาตนเป็นหมาเฝ้าบ้าน จับตาดูความจริงใจฝ่ายทหาร ปชป.ผสมโรงหนุนโละทิ้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เตือนฟังข้าราชการมากระวังถูกยัดไส้ เชียร์สะสางแหล่งทำมาหากิน “ยิ่งลักษณ์” โผล่โพสต์เฟซบุ๊กครั้งแรกหลังรัฐประหาร ขอบคุณทุกความห่วงใย

จากท่าทีนานาประเทศที่เริ่มกดดันให้ คสช.เร่งคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว แต่ทาง คสช.ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ล่าสุดสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ออกมาตอบโต้สหรัฐฯว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของมิตรประเทศ

“บิ๊กตู่” ยังไม่ได้ฤกษ์เข้านั่งทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 1 มิ.ย. พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการใช้ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นสถานที่ทำงานว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีนโยบายใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ทำงาน และยังคงใช้สถานที่ของกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน เป็นศูนย์กลางในการทำงาน และเชิญผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาใน บก.ทบ. ในส่วนของหน่วยงานที่ใช้สถานที่ทำเนียบรัฐบาลทำงาน ยังคงเป็นหน่วยงานเดิมที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล เช่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

หวังมะกัน–จิงโจ้ผ่อนแรงกดดัน

พ.อ.วีรชนกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประเทศออสเตรเลียประกาศลดระดับความร่วมมือทางการทหารกับไทยว่า คสช.ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว รวมถึงมีการห้ามผู้นำ ทางทหารของกองทัพไทยเข้าประเทศออสเตรเลียด้วย ซึ่งทางกองทัพของไทยมีความเข้าใจ และพยายามใช้ทุกช่องทางที่มีอธิบายกับทุกประเทศให้เข้าใจ และพยายามหาทางผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ ทั้งนี้เราไม่ได้ตกใจแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมา ไทย สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย มีความร่วมมือทางทหารค่อนข้างมาก แต่ต้องเข้าใจว่าการทหารของทั้ง 2 ประเทศผูกพันกับรัฐสภาของเขา เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นทางรัฐสภาของเขาก็ต้องมีการประชุมทบทวนความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ทางทหารของไทยและสหรัฐฯมีมายาวนาน 185 ปี และไทยกับออสเตรเลียยาวนานกว่า 60 ปี กองทัพหวังว่าต่างประเทศจะเข้าใจและทบทวนมาตรการต่างๆต่อไป แม้ว่าความร่วมมืออื่นๆจะลดลงตาม ส่วนประเทศในอาเซียนก็มีความเข้าใจ และมีการออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วง แต่กฎกติกาของอาเซียนนั้นจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง

เรียก คสช.ชุดใหญ่แจงผลงาน

พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษก คสช. กล่าวว่า วันที่ 2 มิ.ย. เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เชิญรองหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รวมถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.ประชุมเพื่อหารือ หลังจากให้หัวหน้าหน่วยต่างๆไปประชุมส่วนย่อยทั้ง 7 กลุ่มงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกลุ่มงานเศรษฐกิจ ซึ่งหัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด จึงได้เชิญสำนักงบประมาณ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานกระทรวงการคลัง มาบรรยายสรุปผลดำเนินการที่ผ่านมา รวมถึงแผนงานเร่งด่วน แผนการจัดการ การบูรณาการ เสนอเป็นโรดแม็ปเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติต่อไป

ขอร้องกลุ่มต้านรอดูผลงานก่อน

พ.อ.ณัฐวัฒน์กล่าวว่า คสช.ได้ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ทุกวัน เพราะยังมีกลุ่มต่อต้าน ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำให้เจรจาและทำความเข้าใจเป็นหลัก และขอความกรุณาให้คณะ คสช. ได้ทำงานแก้ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน อยากให้กลุ่มต่อต้านเห็นถึงความตั้งใจจริง และรอดูผลงานของ คสช.ก่อน ว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ขอให้มั่นใจว่า คสช.จะคืนอำนาจ จัดให้มีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

นิวซีแลนด์กดดันเร่งคืน ปชต.

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายเมอร์เรย์ แม็คคัลลี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ ที่แสดงจุดยืนเช่นเดียวกับผู้นำอีกหลายประเทศ เรียกร้องให้ คสช. นำประเทศไทยกลับคืนสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยนายแม็คคัลลีได้อ้างถึงแผนโรดแม็ปของ คสช. ซึ่งระบุว่าจะต้องใช้เวลาราว 1 ปี 3 เดือน เพื่อรอจัดการเลือกตั้ง ถือเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป และทางการนิวซีแลนด์ขอเรียกร้องให้แกนนำคณะรัฐประหารไทย ยึดมั่นในการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย และคืนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน โดยเฉพาะเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชน และสิทธิในการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง รวมถึงการปล่อยตัวนักโทษการเมือง เพื่อเปิดให้กลุ่มต่างๆมีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองสมานฉันท์อย่างพร้อมหน้ากันทุกกลุ่ม

62 ประเทศประกาศเตือนมาไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ล่าสุดได้มีการประกาศเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทยแล้ว 62 ประเทศทั่วโลก โดยมี 19 ประเทศ ที่ประกาศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทยหากไม่จำเป็น ในระดับสีแดง หรือ avoid non-essential traver ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี ฟินแลนด์ รัสเซีย กรีซ ฮังการี มอลตา อิหร่าน ฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม โครเอเชีย และไซปรัส และอีก 43 ประเทศที่แจ้งเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในประเทศไทย โดยให้เฝ้าติดตามสถานการณ์และหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุม ในระดับสีเหลือง ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก บราซิล ชิลี อังกฤษ ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ลิทัวเนีย นอร์เวย์ โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โรมาเนีย ลัตเวีย เอสโตเนีย สโลวัก ลักเซมเบิร์ก ตุรกี อินเดีย คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เคนยา ไนจีเรีย อิสราเอล คาซัคสถาน มัลดีฟส์ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน มาเก๊า อินโดนีเซีย บรูไน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

“ปู” โผล่เฟซบุ๊กหลังรัฐประหาร

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมรูปถ่ายคู่กับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย มีข้อความระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา และมีหลายท่านแสดงความห่วงใย และถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบ จึงขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณในความห่วงใย ของพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่ได้ส่งผ่านมา ทั้งผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก และผ่านสื่ออื่นๆอย่างต่อเนื่อง จึงขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้มาโดยตลอด และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วย

กปปส.สถาปนาเป็นหมาเฝ้าบ้าน

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า บทบาท กปปส.ต่อไปนี้ เราจะเป็นหมาเฝ้าบ้านคอยสอดส่องดูแลติดตามการทำงานของ คสช. รวมถึงรัฐบาล สภานิติบัญญัติ หรือสภาปฏิรูป ที่ตั้งขึ้นโดยอำนาจของ คสช. ว่าอยู่ในแนวทางที่ กปปส.เรียกร้องหรือไม่ ประชาชน สังคม ประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าประชาชน สังคมไทยไม่ได้ประโยชน์ การรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะภารกิจของ กปปส.ยังไม่จบ เนื่องจากสิทธิการแสดงออกในทางการเมือง อยู่ติดกับสิทธิพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว แม้ช่วงนี้จะยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิตามธรรมชาติ และคาดว่าในอนาคตอันใกล้คงจะมีธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหรือรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้

จับตาดูความจริงใจฝ่ายทหาร

นายถาวรกล่าวต่อว่า เพียงแต่ช่วงนี้เราให้ความร่วมมือเพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติ แต่ห้ามไม่ให้ เราคิดที่จะพัฒนาประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเมื่อเห็นว่าปัญหาที่มีอยู่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็ต้องคิดแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองให้ดีขึ้น จะห้ามความคิดคงไม่ได้ จากนี้ไปจึงต้องจับตาดูเพราะไม่แน่ใจว่าทหารจะจริงใจเข้ามาแก้ไขปัญหาชาติตามที่เราเรียกร้องให้มีการปฏิรูปหรือไม่ และคาดการณ์ได้ว่าเมื่อเกิดรัฐประหาร ระบอบทักษิณก็จะกล่าวอ้างตลอดว่า เขาถูกรังแกจากทหาร คาดว่าจะใช้โอกาสนี้ปลุกระดมประชาชนในทุกทาง อย่างที่กำลังเป็นอยู่ทั้งกลุ่มต่อต้าน ทั้งเวทีนานาชาติ

หนุนโละทิ้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เตรียมพิจารณาปรับเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมว่า อยากให้ทหารปฏิรูปในสิ่งที่นักการเมืองทำไม่ได้ รัฐบาลที่ผ่านๆ มา ใช้บอร์ดรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนหนึ่งในการแย่งชิงอำนาจ คาดหวังว่า คสช.จะพิจารณาบุคคลที่เป็นมืออาชีพเข้ามาทำงาน แต่ถ้าที่สุดแล้วมีแต่ทหารเข้ามาเป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ก็ไม่ต่างกันกับรัฐบาลอื่นๆ แต่ตนยังเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นคนดี จึงต้องดูว่าการตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจมีการใช้แนวคิดในพันธกิจเดิมๆ หรือไม่ โดยบอร์ดที่น่าจับตาดูมากที่สุดคือ บอร์ดการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)

เตือนฟัง ขรก.มากระวังถูกยัดไส้

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานเดินหน้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เช่น กระทรวงการคลัง แต่ปัญหาด้านพลังงานที่มีกระทรวงพลังงานเป็นแม่งาน กลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะปัญหาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น คสช.รับฟังข้าราชการกระทรวงพลังงานมากเกินไปหรือไม่ ทำให้การแก้ปัญหายังอยู่ในวังวนเดิม อยากให้รับฟังความเห็นจากภาคส่วนอื่นบ้าง เช่น กลุ่มเอ็นจีโอ นักวิชาการ อดีต ส.ว. ส่วนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2558 อยากให้ดูใน 2 เรื่อง คือ ความคุ้มค่าในบางโครงการ และงบประมาณค่าที่ปรึกษาในโครงการต่างๆ คสช.อย่าเชื่อข้าราชการมากเกินไป โดยเฉพาะการหยิบบางโครงการของร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทมาทบทวน ขณะที่งบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท บางโครงการยังไม่ผ่านการสำรวจผลกระทบในด้านต่างๆ ขอเตือนให้ระวังถูกข้าราชการยัดไส้ ทำให้ คสช.เดินผิด เหมือนรัฐบาลเดิมที่เดินพลาดมาแล้ว

เชียร์สะสางแหล่งทำมาหากิน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ที่เกิดการทุจริตจากการที่นักการเมืองส่งคนของตัวเองเข้าไปทำงาน รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีปัญหาหมักหมม ขอให้ คสช.ใช้โอกาสนี้ทำให้สะเด็ดน้ำ ถ้า คสช.มุ่งดำเนินการอย่างโปร่งใส เชื่อว่าประชาชนจะสนับสนุนทั้งประเทศ

“สิงห์ชัย” หนุนปัดฝุ่นเมกะโปรเจกต์

ด้านนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางของ คสช. ที่เตรียมปัดฝุ่นโรดแม็ปบางโครงการ ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทเพื่อบริหารจัดการน้ำ และในร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานประเทศ แต่ต้องดูรายละเอียดเพื่ออุดช่องว่างไม่ให้เกิดการทุจริตได้ เพราะข้อดีที่ต้องทำโครงการขนาดใหญ่ในช่วงนี้ จะมีแรงต้านน้อยกว่าการทำโดยรัฐบาลที่มาตามครรลองระบอบประชาธิปไตยปกติ โดยเฉพาะในด้านการทำสำรวจความคิดเห็นหรือทำประชาพิจารณ์ที่สำคัญคือต้องควบคุมเครือข่ายคนใกล้ชิดของ คสช.ให้ดีเช่นกัน แต่ตนอยากให้คงนโยบายการสนับสนุนแทรกแซงราคาพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะ ข้าว และพืชเศรษฐกิจเอาไว้ เพียงแต่ต้องกำหนดลิมิตวงเงิน และระยะเวลาการสนับสนุน และป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตได้อีก

ไล่บี้คนเห็นต่างระวังบานปลาย

นายสิงห์ชัยกล่าวว่า เท่าที่ติดตามการออกคำสั่งและประกาศของ คสช. เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านสังคม เห็นว่ายังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการประกาศจัดการแก๊งเงินกู้นอกระบบ หรือพวกค้ายาเสพติด คสช.ต้องมีแอ็กชั่นมากกว่านี้ ในเมื่อมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดนี้ หากยังทำไม่สำเร็จ ปัญหาก็จะวนกลับไปสู่จุดเดิม นอกจากนี้ขอให้ระมัดระวังท่าทีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มที่เห็นต่างต่อการรัฐประหาร โดยเฉพาะในกลุ่มนักวิชาการ และประชาชน ที่แสดงออกโดยสันติ เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายอีก

ส.นักเรียนเก่าฯโต้มะกันจุ้นจ้าน

วันเดียวกันเวลา 13.30 น.ที่สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา อาคารจามจุรี สแควร์ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ แถลงตอบโต้ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย พร้อมกับเร่งรัดให้ไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ว่าพวกตนในฐานะกรรมการบริหารสมาคมนักเรียนเก่าฯ อยากเตือนสหรัฐอเมริกาให้ทราบว่า การแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯจะทำให้เสียมิตรภาพ ตนได้รับโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และไลน์จำนวนมาก ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักแสดงความไม่เห็นด้วย และเบื่อที่จะฟังถ้อยแถลงของสหรัฐฯ จึงถึงเวลาแล้วที่กระทรวงการต่างประเทสหรัฐฯ จะนับถือมิตรประเทศของสหรัฐฯในฐานะเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ในฐานะเมืองขึ้นของสหรัฐฯ ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร และจะดำรงความเป็นอิสรภาพและเสรีภาพต่อไป

ลั่นไม่ใช่เมืองขึ้นแต่เป็นมิตร

คุณหญิงทรงสุดากล่าวอีกว่า การแถลงข่าววันนี้ ทำในฐานะเพื่อนที่หวังดีต่อสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการ วิจารณ์ทางการเมือง เพราะสมาคมฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ต้องการแสดงความรู้สึก เพราะคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ ต่างก็จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ต่างรู้จักสหรัฐฯดีเกือบเหมือนประเทศของเราเอง อยากเตือนให้ทราบว่า 8 ศตวรรษ เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นประเทศตะวันตก เรามีเกียรติ และหลีกเลี่ยงในการแทรกแซงกิจการของประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากการแถลงท่าทีครั้งนี้ เราจะสะท้อนท่าทีของสมาคมฯโดยทำหนังสือผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้ทราบต่อไป และขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย ทำความเข้าใจกับต่างประเทศให้มากขึ้น

ชี้ยังไม่เข้าใจภาวะไทยถ่องแท้

ด้านนายสุวิทย์ ยอดมณี อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สหรัฐฯเคยมีความยากลำบากกับปัญหาในประเทศ เช่น ตอนเลิกทาส ก็มีเหตุการณ์คนเสียชีวิต และมีความพยายามที่จะปฏิรูปปรับปรุงภายในซึ่งใช้เวลาถึง 25 ปี แต่โรดแม็ปของ คสช. ที่ประกาศออกมาใช้ระยะเวลาเพียงปีเศษ ดังนั้นการออกมาแถลงของโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทราบปัญหาภายในของไทย โดยเฉพาะปัญหาความแตกแยก และมีการสูญเสียเกิดขึ้น จึงเห็นว่าข้อมูลที่สหรัฐฯรับทราบคงยังไม่สมบูรณ์ ว่าหากไม่มีการเข้าควบคุมอำนาจจะเกิดอะไรขึ้น จึงขอให้สหรัฐฯจับตาดูเหตุการณ์ในประเทศไทยก่อนที่จะตัดสิน เพราะการออกมาแถลงเช่นนี้เพื่อนของสหรัฐฯจะค่อยๆหายไป

ฟุ้งเป็นทฤษฎีใหม่ประชาธิปไตย

นายขจิต สุขุม นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การที่สหรัฐฯเร่งเร้าไทยให้เข้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว เป็นการก้าวก่ายกิจการภายในของไทย ทั้งที่สหรัฐฯรู้ดีว่า นับแต่ปี 2475 ไทยได้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ผ่านประสบการณ์ด้านการปกครองมาโดยตลอด เรามีการปฏิวัติในหลายรูปแบบ และครั้งนี้อาจเป็นทฤษฎีใหม่เสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการปฏิวัติรูปแบบหนึ่งที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในรูปแบบของประเทศเล็ก ถ้าสหรัฐฯสังเกตให้ดีอาจจะเป็นบทเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ของประชาธิปไตย

สรรพสามิตชง 3 ภารกิจเร่งด่วน

เมื่อเวลา 15.00 น.ที่กระทรวงการคลัง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง และผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจ เพื่อรวบรวมแผนปฏิบัติการ (โรดแม็ป) เศรษฐกิจ ก่อนประกาศลำดับการดำเนินการต่อสังคม โดยก่อนการประชุมนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอเรื่องเร่งด่วนต่อที่ประชุม 3 เรื่อง คือ 1.การคงอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตรต่ออีก 1 เดือน จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.2557 เป็นวันที่ 31 ก.ค.2557 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะชี้แจงต่อที่ประชุมว่าหากกลับมาจัดเก็บในอัตรา 1 บาทต่อลิตร จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 9,000 ล้านบาทต่อปี 2.ของบกลางเพื่อจ่ายคืนภาษีรถยนต์คันแรกในช่วงเดือน ส.ค. ถึงเดือน ก.ย. วงเงิน 5,000 ล้านบาท 3.การขอเงินงบกลางวงเงิน 20 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนภาษีให้ผู้ประกอบการส่งออก เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับก่อนหน้านี้มีไม่เพียงพอ ส่วนการจัดเก็บรายได้ในเดือน พ.ค. ของกรมสรรพสามิตยังอยู่ในภาวะทรงตัวโดยคาดว่า 6 เดือนหลังของปี 2557 จะจัดเก็บรายได้น้อยกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นไปตามปกติ เนื่องจากครึ่งปีหลังมีวันหยุดมาก สำหรับแนวโน้มการจัดเก็บภาษีหลังการรัฐประหาร คาดว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นและมากกว่าปี 2556 ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับคืนมา จะมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

สรรพากรใจชื้นยอดภาษีกระเตื้อง

ด้านนายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่าจะเสนอให้ คสช. พิจารณาเห็นชอบแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกรมสรรพากร โดยจะเสนอให้ต่ออายุการคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ ออกไปอีก 1 ปี และปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา เพื่อดึงดูดให้มีผู้เข้ามาอยู่ในฐานภาษีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีในปีถัดไป โดยภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปี 2557 คาดว่าจะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายไม่สูงเท่าที่คาดไว้จากเดิม ที่ 100,000 ล้านบาท จากเป้าหมายรวมที่ 1.89 ล้านล้านบาท เนื่องจากในเดือน พ.ค. แนวโน้มการจัดเก็บภาษีจากการบริโภค (แวต) มีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึง การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. มียอดยื่นแบบเสียภาษีสูงกว่าที่คาดไว้

สบน.เล็งกู้รอบ 2 จ่ายจำนำข้าว

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า สบน.จะได้ข้อสรุปเรื่องแผนการกู้เงินรอบที่ 2 อีก 42,431 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนสภาพคล่องให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ทยอยจ่ายเงินแก่เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นมีแนวทางการกู้ 2 ลักษณะ คือ ออกพันธบัตรระยะสั้น 3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 2 หรือการกู้เงินโดยตรงจากสถาบันการเงิน (เทอมโลน) ซึ่งมีข้อดีคือเมื่อขายข้าวคืนก็สามารถทยอยจ่ายคืนได้ทันที ไม่เหมือนการออกพันธบัตร การกู้เงินดังกล่าวต่อเนื่องจากการเปิดวงเงินกู้ 50,000 ล้านบาท ที่จะเปิดประมูลในวันที่ 3 มิ.ย. เพื่อนำไปชำระคืนให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว 92,000 ล้านบาท โดยวงเงินกู้รอบแรก จากการหารือกับสถาบันการเงินเบื้องต้นคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี สถาบันการเงินบางรายมีข้อเสนอที่จะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กำหนด ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะทยอยจ่ายคืนให้กับ ธ.ก.ส. 2 รอบ คือวันที่ 6 มิ.ย.ที่ 30,000 ล้านบาท และวันที่ 10 มิ.ย. ที่ 20,000 ล้านบาท

ลดแลกแจกแถมตรึงดีเซล-แอลพีจี

ต่อมาเวลา 18.36 น. พล.อ.อ.ประจินแถลงภายหลังการหารือว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จะคงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาทเช่นเดิม พร้อมกับให้ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนในราคา ณ วันที่ 31 พ.ค.2557 ไว้เช่นเดิมก่อน แม้จะมีการปรับขึ้นราคาในวันที่ 1 มิ.ย. ตามนโยบายรัฐบาลเดิม แต่ช่วงบ่ายของวันที่ 1 มิ.ย. ได้ประสานปลัดกระทรวงพลังงาน และ ปตท. ให้ดำเนินการกลับไปใช้ราคาเดิมแล้ว ต้องขออภัยบางครั้งพยายามทำงานเต็มที่ แต่บางเรื่องก็ได้ข้อมูลช้าไป โดยจะตรึงราคานี้จนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างให้แล้วเสร็จ รวมไปถึงแอลพีจีภาคขนส่งด้วย นอกจากนี้จะให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7 เปอร์เซ็นต์ออกไปอีกหนึ่งปี ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังและผู้เกี่ยวข้องไปหารือกันในสัปดาห์หน้า

ทำ 4 มาตรการเร่งด่วนกระตุ้น ศก.

พล.อ.อ.ประจินกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำ คือ 1.โครงการประกันภัยข้าวนาปี 2557 ที่ต้องเตรียมเงินสำหรับการจ่ายเบี้ยประกันและการจ่ายชดเชยให้ชาวนา เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว 2.การขับเคลื่อนโครงการลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รถไฟ รางรถไฟ ถนนต่างๆ โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง 3.การผลักดันเศรษฐกิจตามแนวชายแดนทั้งมาเลเซีย พม่า ลาว เป็นต้น ให้เห็นเป็นรูปธรรมในปลายปีนี้ 4.การสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (ไมโครเอสเอ็มอี) ผู้ประกอบการขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) ผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ให้มีเงินลงทุน สร้างรายได้ สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

รอ กสทช.เคาะเลิกชัตดาวน์ทีวีดาวเทียม

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เหตุที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจาก กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ให้ข้อมูลว่ากำลังเร่งจัดระเบียบผู้ประกอบการ เพราะบางรายที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องรูปแบบและลักษณะของการประกอบการ จึงต้องเชิญมาตกลงเพื่อขอรับทราบรายละเอียดที่จำเป็นเพิ่มเติม ทั้งนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าที่ผ่านมากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ได้ทยอยเปิดบริการแล้ว เหลือบางรายส่วนน้อย แต่คงทยอยดำเนินการให้เพิ่มเติมในต้นสัปดาห์หน้า

เรียก “เรืองไกร–คารม” รายงานตัว

ต่อมาเวลา 21.15 น. คสช.มีคำสั่งที่ 42/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ วันที่ 2 มิ.ย.2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.นายคารม พลพรกลาง 2.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สั่ง ณ วันที่ 1 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

“จักรพันธุ์–ประภัสร์” ก็โดนด้วย

จากนั้นมีคำสั่ง คสช.ที่ 43/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ วันที่ 2 มิ.ย.2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.พ.ต.อ.นริศ แสวงจิตร 2.นางหน่อย แดงเป้า 3.น.ส.การิน ประจันทร์ 4.นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 5.นายประภัสร์ จงสงวน 6.นายจักรพันธุ์ ยมจินดา 7.นายบัญญัติ เย็นใจเฉื่อย 8.นายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม สั่ง ณ วันที่ 1 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

นักวิชาการ–หน.พรรคเล็กโดนเรียบ

ตามด้วยคำสั่ง คสช.ที่ 44/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ วันที่ 2 มิ.ย.2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ 2.นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ 3.นายรัชพงศ์ โอชาพงศ์ 4.นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย 5.น.ส.อุลัยรัตน์ ชูด้วง 6.นายอัมรินทร์ ใสรัมย์ 7.นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ 8.นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ 9.นายกิตติศักดิ์ สุจิดดารมย์ 10.น.ส.จิตรา คชเดช 11.นางสลิลทิพย์ ณ พัทลุง 12.นายสุวัฒน์ หล่ำบุตร 13.นายเสรีภาพ สุนทรชัยภัค 14.นายพฤธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข 15.นายสราวุฒิ ภูธรโยธิน 16.นายวันชัย จงจรูญหิรัณย์ 17.นายธนพร ศรียากูร 18.นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ 19.นายพิพัฒน์ พรรณสุวรรณ์ 20.นางยุพิณ กองจันดี 21.นายเฉลียว จันเขียด 22.นายสิรภพ กรณ์อรุษ 23.นายเอกราช เนตรดี 24.นายปัญญา สุรกำจรโรจน์ 25.นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ 26.นายธนัท ศรีนิธิโฆษิต 27.น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ 28.นายคฑาวุธ บูรณ์พิทักษ์ สั่ง ณ วันที่ 1 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้