วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับแก๊งสกิมเมอร์ รูดบัตรนับ10ล้าน

จับแก๊งสกิมเมอร์ รูดบัตรนับ10ล้าน

  • Share:

อดีตเด็กรับจ้าง ก๊อบปเครดิตฯ หาเงินเที่ยวผับ

ตร.กก.1 บก.ป.จับกุม 3 ผู้ต้องหา ชาวไทยก่อเหตุใช้เครื่องสกิมเมอร์ คัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของลูกค้าที่มาเที่ยวในสถานบันเทิง ย่านทองหล่อและสุขุมวิท หลังธนาคารในไทยและต่างประเทศทยอยเข้าร้องทุกข์ พบมูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท เผยประวัติทั้งหมดเคยเป็นเด็กรับจ้างรูดบัตรให้ร้านค้าก่อนขึ้นชั้นทำเอง ซ้ำร้าย 1 ในผู้ต้องหาเคยถูกจับแต่ไม่เข็ดหวนกลับมาทำใหม่ สารภาพหาเงินใช้จ่ายเที่ยวเตร่

รวบ 3 ผู้ต้องหาชาวไทยแก๊งสกิมเมอร์บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ รอง สว.กก.1.บก.ป. พร้อมพวกจับกุมตัวนายสมเกียรติ หรือตั้ม ขันติแก้ว อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 12 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นายธีทัต หรือทศ หรือปู ศรีอ่อน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 4 ต.หนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และนายอาทิตย์ หรืออาร์ต เครือแสง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 2 ต.จิกสังข์ทอง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ จับกุมทั้งหมดได้ที่ปากซอยศรีนครินทร์ 45 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. พร้อมของกลางเครื่องสกิมเมอร์ คัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 2 เครื่อง ภายในมีข้อมูลอยู่ระหว่างเตรียมคัดลอกกว่า 100 รายการ คอมพิวเตอร์แบบพกพา 2 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องมีโปรแกรมสำหรับบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็กและถอดข้อมูลออกจากเครื่องสกิมเมอร์ เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก 1 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจำนวนมาก

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี เผยว่า เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. ได้รับแจ้งจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศกว่า 7 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาต ธนาคารซิตี้แบงค์ บริษัทอิออน รวมทั้งธนาคารต่างประเทศอีกหลายประเทศในทวีปเอเชียและยุโรป ว่า ตรวจพบการคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแหล่งดำเนินการในประเทศไทย สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาทและยังทำลายชื่อเสียงของประเทศด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

“เบื้องต้นสั่งการให้ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1.บก.ป. สืบสวนหาเบาะแสจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันปลอมแปลงบัตรมาเป็นเวลา 5-6 ปี โดยเริ่มจากเป็นเด็กเดินรูดบัตรซื้อสินค้าให้กับร้านค้าทั่วไป ทำให้รู้ข้อมูลต่างๆของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนลงทุนหาซื้อเครื่องสกิมเมอร์ในตลาดมืดราคาเครื่องละ 2-3 หมื่นบาท รวมทั้งบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่ามาลงข้อมูล ส่วนมูลค่าความเสียหายรวมประมาณหลายสิบล้านบาท ตรวจประวัติพบนายอาทิตย์ หรืออาร์ต เครือแสง เคยถูกจับกุมในคดีเดียวกันที่ สน.บางนา เมื่อปี 51 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 15 ปี อุทธรณ์เหลือ 6 ปี ถูกจำคุกจริง 2 ปี 9 เดือน เพิ่งพ้นโทษออกมา 6 เดือน แต่มาถูกจับซ้ำหลังกลับมาก่อเหตุ สอบสวนทั้งหมดรับสารภาพก่อเหตุกับเหยื่อที่มาใช้บริการและจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตในสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทและทองหล่อที่มีพรรคพวกเป็นพนักงานเก็บเงินคอยให้ข้อมูล โดยจะนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิง”

ภายหลังเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีไว้เพื่อใช้ ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือทำปลอมขึ้นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์จริงที่ถูกตัดทอนข้อความหรือแก้ไขด้วยประการใดๆ อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงเพื่อให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงใดๆซึ่งระบุไว้ข้างต้นและการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางให้ พงส. กก.1 บก.ป.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้