วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขีดแข่งขันเศรษฐกิจโลกร้อน

คนไทยน้อยคนในปัจจุบันที่จำได้ว่า อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเคยอยู่อันดับ 3 ของโลกเมื่อยุคสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

จากยุคนั้น ถึงทุกวันนี้ อันดับที่เคยโดดเด่นและน่าทึ่งกลับมีแต่ทรงกับทรุดแถวๆ 30 กว่าๆ ของโลกเทียบกับอีก 178 ประเทศทั่วโลก เป็นเพราะอะไร? เชื่อกันมั้ย ยังหาคำตอบกันไม่เจอ!

ทุกวันนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบเหรียญสหรัฐฯก็ลอยตัวแบบว่ามีแทรกแซงตามระยะๆ ก็เป็นไปตามกลไกตลาดเงินที่ประเทศส่วนใหญ่พัฒนากันแล้ว ถ้าจะพูดถึงตลาดรับจ้างผลิตสินค้า ประเทศไทยก็เลิกแทบจะหมดแล้วครับ แม้จะยังตอบตัวเองไม่ชัดว่าเข้าใจวิธีคิดในการผลิตแล้วสร้างยี่ห้อตัวเองเป็นยังไง? ถ้าจะบอกว่าผ่านหลายยุคหลายสมัยของสารพัดรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลังล้วนแต่ถูกเชิญไปกล่าวปาฐกถาบนเวทีโน่น นี่ นั่น เพื่อเปิดวิสัยทัศน์ที่ได้ยินเหมือนฟังแผ่นเสียงตกร่อง

อย่างเช่น ต้องรวมกลุ่มผลิต ต้องเกาะเป็นกลุ่มทำตลาด แบบ Cluster ก็ทำกันแล้ว แม้จะยังงงกับความเข้าใจของทั้งคนกล่าวปาฐกถา และคนฟังปาฐกถาว่า ตกลงพูดถูกต้อง และทำถูกทางหรือเปล่า?

ในแง่คุณภาพแรงงานที่ทำกันมา ทุกวันนี้แรงงานไทยไม่ทำงานพื้นฐานแบบเดิมอีกต่อไป แต่ขยับขึ้นไปรับงานที่ต้องใช้ฝีมือมากขึ้น แต่ไม่มีทั้งรัฐบาล และนายจ้างจะมาสอน ฝึก หัด ตกผลึกให้กลายเป็นอาชีพมากกว่าแค่ทำงานรายวัน ที่สำคัญยังขอค่าแรงเพิ่มเมื่อวันแรงงานแห่งชาติมาถึง? หรือจะเป็นการยกเครื่องระบบภาษีครั้งใหญ่ ที่แทบไม่เคยได้ยินบริษัทชั้นนำต่างชาติพร้อมจะยกนิ้วโป้ง แล้วพูดว่า OK คุณมาถูกทางแล้ว แต่ก็กลับไปได้ยินกระแสข่าวมากมายว่า ต้องเพิ่มช่องทางใหม่ในการเก็บภาษี ก็ไม่ต่างจาก ต้องเก็บทุกเม็ด แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเช็กภาษีทุกวินาที? หรือถ้าจะโทษการเมืองแบบกีฬาสี ที่ปฏิรูปการนำเสนออย่างเหนือชั้น เมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา จนทำให้นักการเมืองสายอาชีพ และสายสมัครเล่นลืมหน้าลืมหลังกับอันดับความสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นประโยชน์ และปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจไทยที่แฝง(อยู่นาน) จนแทบจะไม่ได้ใช้กัน

ในอนาคตขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจบลู หรือ Competiveness in Blue Economy ได้รับการใส่ใจจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะในต่างประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่ต้องอาศัยการยกเครื่องขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ๆ เพื่อสร้างทั้งสินค้า และบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ก็สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยาวนานมากขึ้น

อีกทั้งสลัดทิ้งวิธีคิดเดิมๆ ที่ไม่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน และในอนาคต เพราะโลกร้อนด้วยน้ำมือมนุษยชาติขึ้นทุกวินาที ทุกวัน และทุกปี ดังนั้น การขยับ หรือสลัดทิ้ง เวทีการแข่งขันทางเศรษฐกิจในรูปแบบเดิมที่โลกในยุคหนึ่งอุณหภูมิยังเย็นสบายแผ่นดินไหวไม่ถี่ คลื่นยักษ์สึนามิไม่เกิดขึ้นบ่อย พายุหิมะไม่ถล่มสร้างความเสียหายมาก และยาวนาน ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องจำเป็นและต้องทำ เพื่อเป้าหมายสำคัญ 2 อย่าง คือ เมื่อโอกาสทางเศรษฐกิจ และธุรกิจในยุคโลกร้อนเปิดให้เห็นธุรกิจต่างๆ ต้องรีบคว้า เพื่อรักษาทั้งวงจรธุรกิจและผลกำไรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องทำกันต่อไป

อย่างสุดท้าย คือ สถานะเศรษฐกิจของประเทศที่จะยกระดับเทียบชั้นกับนานาชาติสามารถสร้างมาตรฐานการแข่งขันในเวทีโลก ที่ป้องกันการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเชิงโลกร้อนในอนาคต

คำถาม(ที่ไม่สุดท้าย) คือ คุณพร้อมหรือยังกับ Competitiveness in Blue Economy?.

บัญชา ชุมชัยเวทย์

บัญชา ชุมชัยเวทย์

คนไทยน้อยคนในปัจจุบันที่จำได้ว่า อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเคยอยู่อันดับ 3 ของโลกเมื่อยุคสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ... 2 มิ.ย. 2557 06:33 2 มิ.ย. 2557 08:13 ไทยรัฐ