วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระราชาผู้สามารถ

เรื่องง่ายๆ ความหมายดีๆ (สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือ นานมี) เรื่องที่ 52 สุริยเทพ ไชยมงคล ตั้งชื่อว่า...ปิดประตูเมืองง่ายกว่าปิดปาก

พระราชาผู้แกล้วกล้าสามารถพระองค์หนึ่ง ทรงนำทัพชนะศึกได้ทั้งสิบทิศ มหานครของพระองค์จึงเจริญมั่งคั่ง ทรัพย์สินของพระองค์ก็มากมาย ไม่มีใครเทียบเทียมได้

และยังทรงถูกขานชื่อว่า มีพระมเหสีที่สวยและฉลาดที่สุดในโลก

วันหนึ่ง ขุนนางใหญ่สีหน้าไม่ค่อยดี เข้ามากราบทูล ได้ออกไปตรวจราชการทุกหย่อมย่านของบ้านเมือง ได้ยินเสียงราษฎรส่วนใหญ่ชื่นชมบุญบารมี และโครงการต่างๆของพระองค์

แต่ก็มีราษฎรบางส่วน แม้เป็นส่วนน้อย พูดถึงพระราชาในด้านที่ไม่ดี

“พระองค์เป็นเจ้าชีวิต พวกเขาไม่สมควรกล่าวเช่นนั้น”

พระราชาทรงพระสรวล...อย่างพระอารมณ์ดี ตรัสว่า

“ท่านก็รู้ดีว่า เราปกครองมหาอาณาจักรนี้ โดยยึดหลักคุณธรรม ยึดหลักความปกติสุขของราษฎร ถือผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

ไม่เพียงเท่านั้น ท่านก็รู้ เราเคารพกฎหมาย เคารพขนบธรรมเนียมประเพณี ไม่ยิ่งหย่อนกว่าราษฎรทุกคน

โดยอำนาจพระราชา เรามีสิทธิจัดการกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น แต่เราก็รู้ดีว่า แม้เราจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ สั่งปิดประตู
พระนครทุกด้าน ในพริบตา

แต่เราไม่สามารถสั่งปิดปากราษฎร ทุกคนได้เลย

ยกเหตุผลแล้ว พระราชาก็ตรัสกับขุนนางใหญ่ว่า “การที่มีคนพูดถึงเราในด้านไม่ดี ไม่นับว่าเป็นปัญหา สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า เราได้พยายามทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมอย่างเต็มที่ มากน้อยแค่ไหน”

เรื่องง่ายๆ จบแค่นี้ สุริยเทพ ไชยมงคล อธิบายความหมายดีๆ ต่อไปว่า

ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงนั้น ประชาชนเป็นผู้บันทึก ผู้มีอำนาจไม่สามารถปิดบังอำพราง และเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้

จิ๋นซีฮ่องเต้ เคยรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่น นำราชวงศ์ฉินไปยังจุดสูงสุด นับเป็นผลงานขั้นสุดยอด แต่เมื่อทนเสียงวิพากษ์–
วิจารณ์ไม่ได้ สั่งขุดหลุมฝังคนทั้งเป็น เผาตำรากำจัดลัทธิขงจื๊อ

นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ให้คนรุ่นหลังเห็นถึงความผิดพลาดทางนโยบาย

ราชวงศ์ฉินผู้เกรียงไกร กลับมีอายุอยู่ได้เพียง 15 ปี

นับแต่อดีตกาลนานไกล มีฮ่องเต้มากมายในหลายราชวงศ์ ลุแก่อำนาจ ใช้ความป่าเถื่อนบังคับกดขี่ราษฎร และแล้วฮ่องเต้เหล่านั้น ก็กลายเป็นองค์สุดท้ายของราชวงศ์

การปิดปากประชาชน ก็เหมือนการปิดกั้นสายน้ำ

สุริยเทพ ไชยมงคล ยกตัวอย่างยุคจั๋นกั๋ว จือฉ่านแห่งรัฐเจิ้ง เข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดี ทรงฟังความคิดเห็นของราษฎร เป็นเหมือนแม่น้ำหลายๆสาย ที่ไหลมารวมกัน ก่อนจะลงทะเล

หากมีสิ่งใดขวางทางแม่น้ำ ก็ขวางได้แค่เพียงชั่วคราว ไม่นานสิ่งกีดขวางนั้น ก็จะถูกกัดเซาะจนพังทลาย

ไม่เว้นกระทั่งเขื่อนที่สร้างอย่างมั่นคงแข็งแรง

เมื่อน้ำป่าบ่าไหลกระหน่ำมา สุดท้ายเขื่อนก็เอาไม่อยู่ ทั้งเมื่อเขื่อนพัง ยังนำภัยพิบัติรุนแรงรวดเร็วยิ่งกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้นำทั้งหลาย จึงสั่งปิดปากราษฎรไม่ได้

ทางเลือกเดียวก็คือ...ความพยายามสร้างคุณงามความดีให้

มากๆ จนทำให้ปากที่เคยด่าเหล่านั้น หันมากล่าวคำชม

ท่านผู้นำท่านไหน รู้ดี...ทำดี อยู่แล้ว ก็จงทำต่อไป คน ไทยไม่น้อย ใช้มุมมองเดียวกับ เติ้ง เสี่ยวผิง...จะแมวดำหรือแมวขาว ไม่สำคัญ ขอให้เป็นแมวที่จับหนูได้ก็พอ.

กิเลน ประลองเชิง

1 มิ.ย. 2557 11:40 1 มิ.ย. 2557 11:40 ไทยรัฐ