วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิ่งที่ คสช.พึงระวังอย่าให้เกิด

โดย สายล่อฟ้า

1ปีครึ่งอาจจะมีบวก–ลบนิดหน่อยที่ คมช.จะอยู่ในอำนาจเพื่อสร้างความสงบสุขให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์สามัคคี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่มีความสมบูรณ์ หลุดพ้นจากการเมืองแบบเดิมๆที่สร้างความขัดแย้งแตกแยก

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้าคณะ คสช.ได้ประกาศโรดแม็ปชัดเจนไปแล้วโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ

ระยะที่ 1 ช่วงแรกของการควบคุมอำนาจการปกครองจะดำเนินการเรื่องปรองดองสมานฉันท์ให้เร็วที่สุด กรอบเวลา 2-3 เดือน มีการจัดตั้งศูนย์การปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปในส่วนกลางและระดับพื้นที่

ระยะที่ 2 การใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการจัดทำอยู่ จะมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติ สรรหานายกฯ ตั้งคณะรัฐมนตรีบริหารราชการ จัดทำรัฐธรรมนูญตั้งสภาปฏิรูปเพื่อปฏิรูปแก้ไขทุกเรื่อง คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ระยะที่ 3 เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ที่ทุกฝ่ายพอใจ กฎหมายทันสมัยทุกด้าน ระเบียบกติกาต่างๆได้รับการแก้ไข ได้คนดี คนสุจริต มีคุณธรรมมาปกครองบ้านเมือง

ที่แน่นอนก็คือไม่มีการนิรโทษกรรมใดๆทั้งสิ้น

ทั้งนี้ คสช.ไม่ต้องการก้าวสู่อำนาจ ไม่ต้องการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ใดๆ การปรับโครงสร้างส่วนราชการก็เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพไม่เรียกผลประโยชน์ตอบแทน

นั่นคือการประกาศท่าทีอย่างชัดเจนของ คสช.ที่มองเห็นอนาคตของประเทศว่าจะมีทิศทางอย่างไร

ก็ดีครับ...เพื่อทุกฝ่ายจะได้เข้าใจให้ตรงกัน

สิ่งสำคัญก็คือจากนี้ไป คสช.จะสามารถดำเนินการให้เป็นไปตาม โรดแม็ปที่วางเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเพราะถือเป็น “งานช้าง” ที่แม้ว่าจะมีความตั้งใจจริง แต่ในการขับเคลื่อนนั้นอาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้เหมือนกัน

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ คสช.จะต้องเจอและเป็นอุปสรรคน่าจะมีอยู่ 3 ประเด็น

1.กลุ่มที่สูญเสียอำนาจจะยอมละวางมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีการปรับความคิดกันบ้างแล้ว เพียงแต่ว่าจะยอมสยบโดยดีหรือหาทางต่อสู้ต่อไป โดยเฉพาะคนสำคัญที่อยู่ต่างประเทศและบงการมาตลอด

2.จากภายนอกประเทศที่มีหลายส่วนได้แสดงปฏิกิริยาไม่ยอมรับการเข้ามาควบคุมอำนาจของ คสช.โดยอ้างความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ประกาศคัดค้านอย่างเต็มที่

3.ประชาชนที่สนับสนุน คสช. และมีความคาดหวังสูงว่าสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันสำคัญ

ที่ว่าอย่างนี้เชื่อว่า คสช.เองก็คงจะทราบดีอยู่แล้วว่า จะต้องเผชิญกับอะไรที่รอข้างหน้าอยู่ ที่ว่าจะรับมืออย่างไรกันมันก็เท่านั้น

แม้ว่า 3 ระยะที่กำหนดเอาไว้แล้วนั้นจะขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่ในทางปฏิบัตินั้นก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของ คสช.เอง

เพราะเวลานี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่ามีความพยายามที่จะวิ่งเข้าหาศูนย์อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ ที่หวังด้านประโยชน์และตำแหน่งหน้าที่

มีการพูดๆ กันด้วยการตั้งคำถามว่าใน คสช.นั้นใครใหญ่จริง

ต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่จะต้องพึงระวังให้มากที่สุด เพราะมันจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือเชื่อมั่นที่มีต่อ คสช.เอง

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้มีบทเรียนให้เห็นมาแล้ว เริ่มต้นก็อาจจะดูดีแต่พอเริ่มเข้าสู่อำนาจจริงๆแล้วก็มักจะมีเหตุหรือตัวแปรที่ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้เห็นมานักแล้ว

อย่าให้เป็นแบบว่า “เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปกลายเป็น บ้องกัญชา” ก็แล้วกัน.

“สายล่อฟ้า”

1 มิ.ย. 2557 10:39 ไทยรัฐ