วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอเวลา

ไม่ต้องถามให้เมื่อยตุ้มอีกต่อไปว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะได้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา??

เพราะคำแถลงล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน.คสช.มีคำตอบประเด็นนี้อย่างชัดเจน

คือต้องใช้เวลาอีก 15 เดือนจากนี้ไป

“แม่ลูกจันทร์” ขอนำแผนบันได 3 ขั้น เพื่อนำประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย มาฉายซ้ำให้เห็นภาพชัดเจน

บันไดขั้นที่ 1 เริ่มจากควบคุมสถานการณ์ให้ “นิ่ง” หยุดความขัดแย้งของมวลชนทุกฝ่ายและสยบความเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.ทั้งใต้ดินและบนดิน

เป็นช่วงที่ คสช.จำเป็นต้องใช้อำนาจกฎหมายจัดหนักจัดเต็มเพื่อให้สังคมไทยคืนสู่ความสงบโดยเร็ว

โดยจะใช้เวลาปฏิบัติการไม่เกิน 3 เดือน

บันไดขั้นที่ 2 เมื่อสถานการณ์เริ่มนิ่งในระดับน่าพอใจ ก็จะประกาศใช้ “ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว” จัดตั้งสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่

ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และจัดตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างประเทศครบวงจร

จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี

บันไดขั้นที่ 3 เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สังคมไทยคืนกลับสู่ความปรองดองกันได้แล้ว ก็จะประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย

เพื่อให้ได้คนดี มีคุณธรรมเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินว่า แผนบันได 3 ขั้น ของ คสช. ถ้ารวมเวลาดำเนินการตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทางน่าจะใช้เวลาปีครึ่งถึงสองปี

เพราะกว่าจะมี นายกฯคนใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่ มีสภานิติบัญญัติชุดใหม่ จะเป็นเดือนกันยายน

กว่าการปฏิรูปประเทศ และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสมบูรณ์ ก็ต้องบวกไปอีก 1 ปี

กว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ต้องใช้เวลาเตรียมการอีก 3 เดือน

กว่าจะประกาศผลเลือกตั้ง กว่าจะเริ่มเปิดประชุมสภา กว่าจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายอย่างน้อยๆก็ทดเวลาเจ็บไปอีก 2 เดือน

รวมทุกขั้นตอนแล้วจะอยู่ที่ 18 เดือน ถึง 20 เดือน โดยประมาณ

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าถ้าแผนบันได 3 ขั้น ของ คสช.ทำให้สังคมไทยกลับคืนสู่ความสมานฉันท์อย่างยั่งยืน และทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

ถือว่าการยึดอำนาจการปกครองครั้งนี้ก็เกิดผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ

หวังว่าจะไม่เสียของเหมือนการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลย

แถมทำให้ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อยิ่งกว่าเดิม!!

อนึ่ง...ถ้าเปรียบเทียบการปฏิวัติ

ลับลวงพรางของ “พล.อ.สนธิ” กับการปฏิวัติครั้งนี้ของ “พล.อ.ประยุทธ์” จะเห็นความแตกต่างหลายแง่หลายมุม

ข้อแตกต่างที่เห็นชัดที่สุดคือเมื่อยึดอำนาจสำเร็จ “บิ๊กบัง” ปล่อยอำนาจหลุดจากมือเร็วเกินไป

หลังปฏิวัติ 11 วัน “บิ๊กบัง” รีบประกาศใช้ธรรมนูญชั่วคราว

หลังปฏิวัติ 12 วัน “บิ๊กบัง” รีบแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังปฏิวัติ 23 วัน “บิ๊กบัง” รีบแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ 242 คน

จากนั้นเป็นต้นไป “บิ๊กบัง” ก็สูญเสียอำนาจเบ็ดเสร็จที่เคยมีอยู่ในกำมือ

อืมม์...23 วันเท่านั้นไม่เหลืออะไรเลย.

"แม่ลูกจันทร์"

1 มิ.ย. 2557 10:25 ไทยรัฐ