วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘คสช.’ยังไม่ยืนยัน 1ปีคืน‘อำนาจ’

ปชป.จับตา‘โรดแม็ป’ ทหารส่ง‘เก่ง’ถึงบ้าน

ทีมโฆษก คสช.เคลียร์โรดแม็ป “ประยุทธ์” ชัดๆอีกรอบ ชี้ 1 ปีคืนอำนาจให้ประชาชน 3 เดือน มีนายกฯ-ครม.ยังไม่ชัวร์ต้องดูสถานการณ์เป็นใจแค่ไหน วอนอย่ามโน คสช.อยากอยู่ไปนานๆ “วินธัย” ขอความร่วมมือช่วงนี้ห้ามแต่งกายเลียนแบบทหาร ศูนย์ปรองดองฯเดินหน้าสมานฉันท์เนรมิตงานคืนความสุขให้คนไทยหลายพื้นที่มีประชาชนร่วมกิจกรรมคึกคัก “บิ๊กจิน” ให้อดใจรอฟังสูตรปรองดอง 2 มิ.ย. “ประชาธิปัตย์” เอาประสบการณ์ฝังใจ ติงโรดแม็ป คสช.ส่อเค้าเหลว ลิ่วล้อรุกไล่บิ๊กทหารแจงบัญชีทรัพย์สินก่อน-หลังเสร็จภารกิจรัฐประหาร อ้างชาวบ้านอยากรู้อู้ฟู่กันเท่าไหร่ กล้องวงจรปิดจับภาพ “เก่ง-การุณ” โผล่ตัว เป็นๆหน้าบ้าน เมียแฉเห็น 4 นายทหารพามาส่งตอน 5 ทุ่ม ตอนนี้สามีไปอยู่บ้านเพื่อนแล้ว

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงโรดแม็ปปรองดองและชี้แจงแนวทางในการบริหารประเทศให้ประชาชนได้รับทราบหลังทำการยึดอำนาจนั้น

คสช.จัดคิวจ้อผ่านจอสัปดาห์ละครั้ง

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 31 พ.ค.ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษกกองทัพบก ได้ร่วมกันแถลงข่าวประเมินติดตามสถานการณ์รายวัน โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ขอทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนในประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ได้อธิบายการทำงานและเจตนารมณ์ถึงแนวความคิดในการบริหารราชการแผ่นดินให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งในรายการลักษณะนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจะชี้แจงสัปดาห์ละครั้ง ตามวันเวลาที่เหมาะสม อาจจะเป็นทุกวันศุกร์ โดยจะชี้แจงเฉพาะข้อสงสัยและประเด็นที่ประชาชนสงสัย และการขอความร่วมมือกับภาคประชาชน หัวหน้า คสช.ก็จะใช้รายการดังกล่าวชี้แจง จึงขอให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

ลุยปรองดองสู่โรดแม็ปขั้นต่อไป

เมื่อถามถึงหัวหน้า คสช.ระบุว่า จะบริหารประเทศ ในลักษณะนี้ไปอีก 3 เดือนก่อนจะมีการแต่งตั้งนายกฯและ ครม. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ในกรอบ 3เดือน ที่หัวหน้า คสช.ได้กล่าวไว้ก็ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องศูนย์ปรองดองและความสมานฉันท์ของคนในชาติ เป็นกรอบที่หัวหน้า คสช.ได้วางกรอบไว้ โดยมอบหมายให้ กอ.รมน.รับไปดำเนินการในพื้นที่ โดยวันนี้จะมีการจัดงานที่สวนสันติชัยปราการ ซึ่งถือเป็นเซลล์เล็กๆที่นำไปสู่เซลล์ใหญ่ ซึ่งระยะเวลา 2-3 เดือนถือเป็นเจตนารมณ์ของ คสช.ให้สังคมได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่สภาวะแวดล้อมที่เหมาะจะนำไปสู่การ บริหารประเทศ

ยังไม่ชัวร์ 3 ด.ได้นายกฯ–ครม.

ต่อข้อถามว่า หากมีกลุ่มต่อต้านออกมา ทาง คสช.จะบริหารประเทศในลักษณะนี้ออกไปมากกว่า 3 เดือนหรือไม่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า เราบริหารตามสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยเข้าใจในเจตนาและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประเมินได้จากความเรียบร้อยของสังคมที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ กรอบเวลาเป็นเพียงตุ๊กตาที่ตั้งขึ้นมาซึ่งผลที่ออกมาจะนำไปสู่กรอบระยะเวลาที่ 2 และ 3 ต่อไป

ยันเหตุการณ์สงบ 1 ปีคืนอำนาจ

เมื่อถามต่อว่า มีความเป็นไปได้ที่การคืนอำนาจจะเลื่อนออกไปอีกเลยกรอบระยะเวลา 1 ปี พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่อยากให้ไปกำหนดตามกรอบเวลา แต่อยากให้ดูที่ขั้นตอนในการปฏิบัติ เพราะบางครั้งถ้าไม่เกิดความเรียบร้อยในช่วงแรกก็จะไม่สามารถเดินไปสู่ก้าวต่อไปได้ และทำให้ความสำเร็จล่าช้าออกไป จึงอยากให้เป็นไปตามขั้นตอนไม่อยากให้โฟกัสไปที่เวลา

วอนอย่ามโน คสช.จะอยู่ไปนานๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนต้องทำใจใช่หรือไม่ว่า คสช.จะยึดอำนาจเป็นเวลา 1-2 ปีถึงจะเปิดให้มีการเลือกตั้ง พ.อ.วีรชน กล่าวว่า ไม่อยากให้นำตัวเลขมาเป็นตัวกำหนดว่า คสช.จะอยู่ในอำนาจนานแค่ไหน แต่อยากให้ดูถึงความก้าวหน้า หากสถานการณ์เรียบร้อยก็จะมาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง ไม่อยากให้ไปแปลความหมายในเรื่องกรอบเวลา โดยเฉพาะเรื่องโรดแม็ปที่หลายคนมองว่า คสช.ต้องการอยู่ในอำนาจนานเท่าไร ซึ่งมันไม่ใช่ต้องดูที่ความสำเร็จและโอกาสของคนที่ทำงาน อย่าไปแปลความหมายว่าเราต้องการอยู่นาน ถ้าสิ่งใดที่เรียบร้อยก่อนเวลาก็จะปรับเข้าสู่สถานการณ์

ขอแรงสื่อไทยเล่าความจริงชาวโลก

เมื่อถามว่า ประเมินท่าทีของต่างประเทศอย่างไร พ.อ.วีรชน กล่าวว่า การชี้แจงกับต่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญ เข้าใจว่าเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ซึ่งหลักการของแต่ละประเทศก็จะต้องมีการปฏิบัติการตามกฎหมาย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยได้ก็คือ สื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นสื่อไทยและต่างประเทศต้องพยายามรายงานสถานการณ์ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะถูกมองว่ามีการรัฐประหาร แต่ว่าความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยยังสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ ไม่ได้มีปัญหาต่อมาตรการต่างๆ ส่วนคนที่มีปัญหา คือคนที่ไม่หวังดีและมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสถานการณ์ ฉะนั้น ขอวิงวอนให้สื่อช่วยรายงานสถานการณ์เพื่อให้ต่างประเทศได้เข้าใจ

ชุดทหารเก็บเข้าตู้ไปก่อนตอนนี้

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในช่วงนี้มีการแต่งกายเลียนแบบทหาร ซึ่งมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1.การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในฐานะที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไปแอบอ้าง จึงอยากให้ประชาชนได้สังเกตว่า หัวหน้าทีมส่วนใหญ่จะมียศเป็นนายทหาร และมีเอกสารทางราชการรวมถึงยานพาหนะที่เป็นของราชการ ส่วนผู้ที่กระทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทหารในขณะนี้เป็นเพียงข่าวลือ และยังไม่ได้รับแจ้งจากหน่วยในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 แต่อย่างใด โดยจะมีการเตรียมการและแจ้งเพื่อความระมัดระวังไว้ล่วงหน้า 2.เป็นการแต่งกายเลียนแบบทหารที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นนัยใดๆก็ตาม จึงอยากจะให้เลิกการแต่งกายชุดทหารในช่วงนี้ เพราะอยากให้โทนความรู้สึกของประชาชนเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่อยากให้ฟู่ฟ่าเป็นบวกเป็นลบต่อประชาชน

ผบ.ทร.เข้า สธ.เดินหน้าสมานฉันท์

ที่กระทรวงสาธารณสุข พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนา–ศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา ได้เดินทางมาสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อมอบนโยบายและหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. และผู้บริหารระดับสูงทุกกรมฯให้การต้อนรับ จากนั้น พล.ร.อ.ณรงค์ แถลงข่าวหลังประชุมร่วมประมาณ 2 ชั่วโมงพร้อมผู้บริหาร สธ. ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ปลัด สธ.ได้ชี้แจงหลายเรื่อง แต่หลักๆจะมีงานที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องคงค้างตั้งแต่เกิดวิกฤติการเมือง มีการยุบสภา ซึ่งยังมีหลายเรื่องที่ต้องรออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะมีมาพิจารณาว่ามีเรื่องอะไร และดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะในช่วงปีงบประมาณ 2557 ที่ยังเหลือเวลาอีก 4 เดือน และจะมีการวางแผนการดำเนินการในปีงบประมาณ 2558 ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

อดใจรอ 2 มิ.ย.ฟังสูตรปรองดอง

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ปลัดฯยังเสนอเรื่องสำคัญ คือ โครงการร่วมใจสมานฉันท์ โดยกระทรวงเสนอแนวทางการปฏิรูปให้เกิดความสมานฉันท์ใน 3 ระดับ คือ 1.คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุ– การณ์การเมือง 2. คนที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุม และ 3.ประชาชนทั่วไป ซึ่งทั้ง 3 ระดับจะมีบุคลากรสาธารณสุขร่วมกับองค์กรอื่นๆเข้าไปแก้ปัญหา สำหรับการดำเนินการโครงการสมานฉันท์นั้น ยังไม่ลงในรายละเอียด แต่ต้องดำเนินการทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นแผนเร่งด่วนที่สอดคล้องกับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่ คสช.มีการจัดตั้ง ส่วนประเด็นที่ คสช.จะมุ่งทำในประเด็นใดก่อนคงต้องรอในวันที่ 2 มิ.ย.นี้จึงจะเห็นแผนดังกล่าว ซึ่งจะมีบุคลากรดูแลเรื่องนี้โดยตรง

เนรมิตงานคืนความสุขคึกคักมาก

เมื่อเวลา 16.00 น.ที่สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร กทม.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดกิจกรรมดนตรีในสวน ภายใต้ชื่องาน “คืนความสุขสู่ประชาชน Bring happiness back to This” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ที่ต้องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ

ขณะที่ช่วงเช้ามีการจัดงานลักษณะเดียวกันที่บริเวณหน้าหมู่บ้านเฟิร์สโฮม ตรงข้ามสถานีวิทยุเรดการ์ด (โกตี๋) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีวัตถุ– ประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนกับทหาร หลังจากมีการยึดอำนาจมากว่า 1 สัปดาห์มีกิจกรรม เช่น บรรเลงดนตรีเทิดทูนสถาบันจากกองดุริยางค์ทหารบก นิทรรศการเทิดพระเกียรติและการแสดง แจกเสื้อยืดสีเขียวสกรีนคำว่า “ทหารคือประชาชน” บริการอาหารว่าง เครื่องดื่ม มี พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรักษาราชการแทน ผบช.น. ร่วมงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

กปปส.บี้โรดแม็ป คสช. 4 เรื่อง

นายถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า หลังรู้แผนโรดแม็ปของ คสช.ที่ประกาศเป็น 3 ระยะแล้ว ก็คลายกังวลในระดับหนึ่ง แต่ยังอยากให้ คสช.เร่งดำเนินการ 1.แจงเหตุในการปฏิวัติรัฐประหารที่ชัดเจนมากคือ การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว คสช.ต้องใช้อำนาจที่มีอยู่พิสูจน์ความจริงโดยเร็วเพราะประชาชนเจ้าของเงินภาษีต้องการรู้ ถือเป็นเหตุหนึ่งของความชั่วของรัฐบาลก่อนที่ คสช.ต้องยึดอำนาจ 2.การที่รัฐบาลก่อนปล่อยให้คนร้ายโยนระเบิด ยิงเอ็ม 79 ใส่บ้าน ใช้อาวุธสงครามยิงมวลชนจนเสียชีวิต 23 ศพ บาดเจ็บ 700 กว่าคน มั่นใจว่ามีความเกี่ยวข้องว่ามีการสั่งการโดยนักการเมืองในพรรครัฐบาลเพราะตำรวจไม่สามารถจับได้แม้แต่รายเดียว

ชัตดาวน์ระบบอุปถัมภ์ในวงราชการ

3.การแต่งตั้งโยกย้ายที่ใช้ระบบอุปถัมภ์ในระบอบทักษิณที่ตั้งคนมารับใช้ ทำงานให้ทุนสามานย์และตอบแทนให้เจริญก้าวหน้า ตัดโอกาสข้าราชการน้ำดี คสช.ต้องทำลายระบบนี้ พร้อมตั้งกรรมการลงโทษข้าราชการที่ใช้เส้นสายอุปถัมภ์ละเลยระบบคุณธรรม 4.งบกลาง 1.2 แสนล้านบาท ที่ใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมในปี 54 การจัดซื้อจัดจ้างพิเศษผ่านนักการเมืองสายเจ๊ ด. ได้เปอร์เซ็นต์ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงคมนาคมรั่วไหลมากกว่า 40% คสช.ต้องเร่งหาคนชั่วที่ทำผิดหรืออยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้

จี้ตั้ง กก.เช็กบิลทุจริตเมกะน้ำ

นายถาวรกล่าวต่อว่า ส่วนการประมูลงานโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่มีการฮั้วงานโดยบริษัทลงทุนต่างชาติกับบริษัทในไทยเพื่อแบ่งงานซึ่งมีเอกสาร หลักฐานชัดเจนที่ถูกสกัดโดยศาลปกครองและเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.นั้น คสช.ก็ต้องรีบดำเนินการโดยตั้งคณะกรรมการพิเศษทำคู่ขนานกับ ป.ป.ช. หรือร่วมมือกับ ป.ป.ช.เพื่อเร่งรัดคดีทำความจริงให้สังคมรับทราบ เพราะเมื่อกล้าทำรัฐประหารแล้ว ก็ต้องกล้าที่จะทำงานให้ชาติบ้านเมืองให้ได้ประโยชน์ อยากเตือน คสช. ว่าสังคมไม่อยากเห็นว่าหนีเสือปะจระเข้

ต้องขุดรากถอนโคนระบบนายทุน

นายถาวรกล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อการพัฒนาชาติให้ยั่งยืนถือเป็นหัวใจหลักในการต่อสู้เรียกร้องของ กปปส. ก็ขอฝากให้ คสช.พิจารณาเร่งทำการปฏิรูปการเมืองและพรรคการเมือง ที่ต้องทำลายระบบนายทุนสามานย์ที่เข้ามาแทรกแซงลงทุนตั้งพรรคการเมือง เช่น การหว่านซื้อตัวนักเลือกตั้งที่ไร้อุดมการณ์ มาเพื่อแสวงหาอำนาจเบ็ดเสร็จผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ต้องรีบแก้ไขกฎหมาย ขจัดไม่ให้นายทุนสามานย์ เข้ามาเป็นเจ้าของพรรคการเมือง

ปชป.เย้ยเคยลองมาแล้วแต่เหลว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงโรด-แม็ป คสช.ว่า ระยะเวลา 1 ปี ที่จะมีการตั้งสภาปฏิรูป เพื่อปฏิรูปแก้ไขปัญหาทุกเรื่องไม่นานเกินไป ซึ่งทุกคนต้องการให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่หลักประชาธิปไตยก็ต้องให้ความร่วมมือกับ คสช. สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลงออกมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราเคยดำเนินการมาแล้วหลายปีแต่ล้มเหลว เช่น การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย การใช้อำนาจไม่เป็นธรรม และไม่เคารพเสียงส่วนน้อย

ขู่ คสช.เตือนดีๆก็ควรรับฟัง

“เมื่อ คสช.จะทำเหมือนกับที่เราเคยทำ ก็ต้องให้โอกาส แต่ถ้าทำนอกเหนือที่แถลงไว้เรามีสิทธิเตือนได้ในฐานะมีประสบการณ์ว่าไม่ควรทำ หากเตือนแล้ว คสช.ก็ควรรับฟัง เพราะเตือนด้วยเจตนาดี การดำเนินการของ คสช.ขณะนี้ยังอยู่ในแนวทางที่ประชาชนเห็นด้วย จึงต้องให้ คสช. ดำเนินการต่อไป” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ลิ่วล้อ ปชป.รุกให้แจงทรัพย์สิน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่อยู่ในใจคนไทยทุกคนคือเรื่องปราบปรามทุจริต ดังนั้น คสช.ควรพิสูจน์ให้เห็นว่าดำเนินการเรื่องนี้จริงจัง ทำให้เกิดความชัดเจน อย่าปล่อยให้คนที่ทุจริตลอยนวล แต่เท่าที่ทราบมีหลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใด คสช. ไม่แสดงบัญชีแสดงทรัพย์สินว่าแต่ละคนมีบัญชีทรัพย์สินเท่าไหร่ และหลังจากการปฏิรูปประเทศแล้ว คสช.ก็ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินตัวเองด้วย เนื่องจากประชาชนอยากทราบ

มะกันแย้งอีก 15 ด.เลือกตั้งนานไป

สำนักข่าวต่างประเทศเอเอฟพีรายงานข่าว น.ส.เจน ซากี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อ 31 พ.ค. เพื่อแสดงความเห็นต่อนโยบายโรดแม็ป คสช.อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดย น.ส.ซากีระบุว่า การวางกรอบเวลา 15 เดือนก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นช่วงเวลายาวนานเกินไป และยังขาดรายละเอียดการดำเนินการที่ชัดเจน และ น.ส.ซากีระบุด้วยว่า การจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและครอบคลุมถึงคนทุกกลุ่มในไทยเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แต่เนิ่นๆ และถือเป็นสิ่งที่สมควรทำ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ในประเทศไทยยุติลงด้วยความรุนแรง

ระงับสัมพันธ์ทางทหารไทย-สหรัฐฯ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันเดียวกันนี้ว่านายชัค ฮาเกล รมว.กลาโหมของสหรัฐฯที่อยู่ระหว่างร่วมประชุมเวทีด้านความมั่นคง “แชงกรี-ลา ได’อะล็อค” ที่สิงคโปร์ เรียกร้องผู้นำคณะรัฐประหารของไทยปล่อยผู้ที่ถูกจับกุมตั้งแต่มีรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. และยุติการควบคุมเข้มงวดการแสดงออกอย่างเสรี ซึ่งรวมทั้งการห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน และการควบคุมสื่อ อีกทั้งขอให้กองทัพคืนอำนาจให้คนไทยผ่านการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมโดยเร็ว นายฮาเกลเผยด้วยว่า สหรัฐฯได้ระงับความสัมพันธ์ทางทหารที่มีต่อเนื่องยาวนานกับไทยแล้ว

จิงโจ้แบล็กลิสต์คณะรัฐประหาร

นางจูลี บิชอป รมว.ต่างประเทศออสเตรเลีย และนายเดวิด จอห์นสตัน รมว.กลาโหมออสเตรเลีย ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เมื่อ 31 พ.ค. เพื่อปรับลดความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างกองทัพออสเตรเลียและไทย โดยระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อบทบาทของกองทัพไทย จึงได้สั่งปรับลดระดับความร่วมมือในกรอบทวิภาคีระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงเตรียมพิจารณาคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพไทยที่มีส่วนในการก่อรัฐประหารเดินทางเข้าออสเตรเลีย ขณะที่โครงการความร่วมมือซึ่งทางการออสเตรเลียเพิ่งประกาศยกเลิกการจัดร่วมกับกองทัพไทย ได้แก่ การฝึกอบรมด้านการกฎหมาย การเดินทางเยือนของคณะรัฐมนตรี และการร่วมฝึกซ้อมรับมือและต่อต้านการก่อการร้ายสากล


“เมียเก่ง” ปูดทหารพาสามีมาส่งแล้ว

สำหรับกรณีนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.เมื่อวันที่ 22 พ.ค. จนครบกำหนดควบคุมตัว 7 วัน ต้องปล่อยตัวแต่ปรากฏว่า ยังไม่กลับบ้านจนนางพิมพ์ชนา โหสกุล ภรรยาต้องบุกไปที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ล่าสุดนางพิมพ์ชนาเปิดเผยว่า คสช.ได้ปล่อยตัวสามีแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 22 พ.ค. โดยมีทหาร 4 คน พาตัวมาส่งที่บ้าน เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน

ภาพจะจะกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มวันศุกร์

นางพิมพ์ชนากล่าวอีกว่า ส่วนที่ก่อนหน้านี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ปล่อยตัวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ตนก็ไม่ทราบเหมือนกันทำไมถึงออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น ยืนยันได้ คสช.เพิ่งปล่อยตัวกลับเมื่อตอน 23.00 น.ของวันที่ 30 พ.ค. เพราะแถวบ้านมีกล้องวงจรปิด ตรวจสอบได้ และปกติสามีมีอะไรก็จะติดต่อกลับมาบ้านทุกครั้ง เท่าที่สอบถามสามีบอกว่า ถูกควบคุมตัวเท่านั้น ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร และอยากให้เจ้าหน้าที่คืนโทรศัพท์หลายเครื่องที่ยึดไปด้วย ในวันที่มาค้นบ้านและจับสามีตนไป พร้อมกับยึดโทรศัพท์ไปทั้งหมด แต่ตอนนี้สามีไปพักอยู่บ้านเพื่อน

“จารุพงศ์” ปลุกต้านรัฐประหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 30 พ.ค.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อเรียกร้องของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยผ่านประชาชนผู้รักประชา– ธิปไตย 1.ให้แก้ปัญหาของชาติด้วยการยึดหลักประชาธิปไตย คืนอำนาจให้ประชาชน จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด 2.ให้หยุดสร้างอาณาจักรแห่งความกลัว และการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการใช้ความรุนแรง ข่มขู่ จับตัว เรียกให้ไปรายงานตัว และให้ปล่อยผู้ถูกจับ ถูกเรียกตัวและนักโทษทางการเมืองทั้งหมดทันที 3.ให้หยุดใช้อำนาจนอกระบบ (มือที่มองไม่เห็น) แทรกแซงสถาบันตุลาการ องค์กรอิสระ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำจัดบุคคลที่เห็นต่าง และมุ่งล้มระบอบประชาธิปไตยอย่างสองมาตรฐานและให้เร่งปฏิรูประบบความยุติธรรมให้คืนสู่มาตรฐานสากล เพื่อความเชื่อถือของนานาชาติ เพื่อให้เกิดพลังการต่อสู้ ขอให้ทุกท่านร่วมสร้างเอกภาพการต่อสู้ร่วมกันในทิศทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายจารุพงศ์ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของตัวเอง โดยเป็นภาพนายจารุพงศ์และสหายท่านหนึ่ง กำลังสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

“บิ๊กจิน” ถก 56 รสก.ปรับลุคใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทร. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จากนั้นเวลา 10.30 น. ได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารและประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 56 แห่ง รวมไปถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเป็นการเสนอแนวทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อขอรับทราบนโยบาย โครงสร้างหน่วยงาน และการวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจินได้กล่าวก่อนการประชุมว่า คสช.ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง โดยจะทบทวนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปรับปรุงให้ดีและมีความทันสมัยยิ่งขึ้น อีกทั้ง พัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีระเบียบและมาตรฐาน โดยจัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารงานให้โปร่งใส

เร่งตั้งบอร์ดบีโอไอให้ครบสมบูรณ์

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.อ.ประจิน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมร่วมกับบีโอไอ เพื่อดูแลนโยบายการลงทุนให้สามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้ ซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ให้สมบูรณ์ก่อน โดยจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ส่วนข้อเสนอที่ภาคเอกชนเรียกร้องให้อนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการมีอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติโครงการแทนบอร์ดชุดใหญ่ได้นั้น ขอไปศึกษารายละเอียดในข้อกฎหมายก่อน

เล็งโละบอร์ดประเภทจอมอู้งาน

“ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือไม่ จะเปิดโอกาสให้คนที่มีเวลาทำงานน้อยได้เปลี่ยนแปลงให้คนมีเวลามากกลับเข้ามาทำงาน โดยให้รัฐวิสาหกิจส่งรายชื่อมา และ คสช.จะต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณารายชื่อคณะกรรมการใหม่ด้วย ที่สำคัญจะต้องดำเนินการภายใต้กฎกติกาเดิม และจะต้องไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด”

เดดไลน์ส่งแผน 2 มิ.ย.ก่อนเที่ยง

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจจัดเตรียมแผนการดำเนินงาน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว นำส่งให้ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. เป็นผู้รวบรวม มาเสนอให้ทาง คสช. พิจารณาในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ก่อนเวลา 12.00 น. จากนั้นจะสรุปเสนอให้ทางหัวหน้า คสช.พิจารณาในวันต่อไป โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการ จะแยกเป็นโครงการเร่งด่วนที่ค้างจากงบประมาณปี 2557 และที่รอพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแผนงานปีงบ
ประมาณ 2558 นอกจากนี้ ให้เสนอแผนงานที่สอดคล้องกับแผนโรดแม็ปของประเทศ ที่ คสช.จัดทำด้วย

เสนอระดมทุนดันเมกะโปรเจกต์

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ได้เสนอแนวคิดในเรื่องการระดมทุนของรัฐวิสาหกิจ (รสก.) เพื่อการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่จากนี้ต่อไปประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีเงินเพื่อการลงทุนโครงการใหญ่ๆ จำนวนมาก ซึ่งรัฐวิสาหกิจของไทยหลายแห่งมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ โดย ก.ล.ต.ได้เสนอการระดมทุน 3 รูปแบบที่คสช.ก็แสดงความสนใจดังนี้คือ 1.การออกกองทุนโครงสร้าง
พื้นฐาน 2.กองทุนทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 3. การระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้ทั่วไป

“เมื่อไทยต้องการเปลี่ยนแปลงการระดมทุนผ่านกองทุนรูปแบบต่างๆคสช.ก็ให้ความสนใจไม่น้อยเพราะหากให้ประเมินจากนี้ต่อไป ไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนรถไฟรางคู่เพื่อเชื่อมอาเซียน เพื่อให้ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางภูมิภาคนี้”
หาช่องเอาเงินมาโปะ 2 ล้านล้าน

นายสมชัย ศิริวัฒนะโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีปัญหาค้างอยู่ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว ซึ่งในส่วนของโครงการลงทุนต่างๆที่ชะลออยู่ ดำเนินโครงการเนื่องจากติดปัญหาในส่วนของการอนุมัติโครงการและงบประมาณในการลงทุน รวมถึงการพิจารณาโครงการในแผนแม่บท พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทั้ง รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครสายต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่า ยังไม่มีการยกเลิกโครงการใดออกจากแผน โดยทาง คสช.ขอเวลาศึกษาและพิจารณาความสำคัญของโครงการว่าจะมีการปรับเปลี่ยน หรือปรับปรุงแก้ไขใหม่

ผู้ว่าการ รฟท.ชงรถไฟสายสีแดง

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้มีการนำเสนอวาระเร่งด่วนขอให้ คสช.อนุมัติโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ที่มีการปรับเปลี่ยนและตั้งแบบก่อสร้างใหม่ เพื่อให้รองรับในส่วนของรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยจะให้ คสช.อนุมัติแบบใหม่ ส่วนงานโครงสร้างสถานีกลางบางซื่อและทางรถไฟจะเพิ่ม 1 ราง โดยจะขอให้เดินหน้าเฉพาะส่วนที่เป็นฐานรากสถานีกลางบางซื่อก่อน ส่วนโครงสร้างด้านบนสามารถก่อสร้างภายหลัง ซึ่งตามแผนเดิมโครงการดังกล่าวมีระยะเวลาในการดำเนินงาน 4 ปี คาดว่าการดำเนินการจะล่าช้าออกไป เนื่องจากต้องรอการอนุมัติ

ให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินคดี ลต.ท้องถิ่น

ต่อมาเมื่อเวลา 22.00 น. คสช.มีประกาศฉบับที่ 51/2557 เรื่องการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น โดยให้ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคมีอำนาจในการพิจารณาและวินิจฉัยคดีดังกล่าวในกรณีที่ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ทั้งนี้ วิธีพิจารณาคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2550

คสช.ประกาศสงครามยาเสพติด

จากนั้นคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2557 เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด คสช. จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออกรวมทั้งผู้สมคบสนับสนุนช่วยเหลือ ให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ และใช้มาตรการตรวจสอบเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ 2.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมตรวจสอบสถานบริการ ที่พักอาศัย หอพัก อาคารชุด หรือเกตเฮาส์ที่ให้ผู้อื่นเช่าสถานที่จัดให้มีการเล่นบิลเลียด สนุ้กเกอร์ รวมทั้งโรงงาน หากพบว่ามีการปล่อยประละเลยให้มีการซุกซ่อน จำหน่ายและเสพ ให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการทันที

3.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันที และติดตาม ดูแลให้ความช่วยเหลือให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ 4.เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญาทันที 5.ให้ ป.ป.ส.ติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อ 1-4 และรายงานผลการปฏิบัติให้ คสช.ทราบอย่างต่อเนื่อง

1 มิ.ย. 2557 05:53 ไทยรัฐ