วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับมือม็อบต้าน ทหารพรึบ ปิดราชประสงค์

เฟซรวมพลป่วนวันนี้ ห้างร้านผวา-หยุด1วัน บีทีเอสไม่จอด3สถานี คสช.ยํ้าไม่ปิดสื่อ‘ไลน์’

“สมยศ” เผยใช้ตำรวจ-ทหาร สนธิกำลังรวม 38 กองร้อย รับมือแผนมวลชนต้านรัฐประหารตามที่ “บก.ลายจุด”นัดผ่านสื่อออนไลน์ 1 มิ.ย. รวม 8 จุดกระจายทั่วกรุง เน้นย่านราชประสงค์ ขณะที่รถไฟฟ้าบีทีเอสประกาศไม่หยุดรับ-ส่ง 3 สถานี เพลินจิต ชิดลม และราชดำริ เช่นเดียวกับสมาคมห้าง ร้านค้าย่านราชประสงค์ ส่วนใหญ่ประกาศปิดให้บริการ 1 วัน ด้านโฆษก ทบ.ยันเอาอยู่ 2 กลุ่มต้านทั้งแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และกลุ่มสื่อโซเชียลมีเดีย ย้ำไม่จำเป็นต้องปิดการสื่อสารทาง “ไลน์” ส่วน “ม.ล.ปนัดดา” ชงทำบุญใหญ่เปิดใช้ทำเนียบรัฐบาล

เข้าวันที่ 3 ทหารไม่ปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดให้ใช้สัญจรได้ทุกเส้นทางลดผลกระทบประชาชน พร้อมลดกำลังคุมพื้นที่เหลือ 8 กองร้อย แต่ขอใช้จอแอลซีดีเอกชนแพร่ภาพภารกิจทหาร ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร-ตำรวจ ถกรับมือ แนวร่วม บก.ลายจุดที่ยังใช้สื่อออนไลน์นัดมวลชนชุมนุม 8 จุดใหญ่ทั่ว กทม. ในวันที่ 1 มิ.ย. จ่อใช้กำลัง 38 กองร้อยสนธิกำลังรับสถานการณ์

ฝ่ายมั่นคงถกรับมือม็อบต้าน คสช.

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 พ.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. ระดับ ผบก. รอง ผบก. และ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการโรงเรียน ศูนย์กลางทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรีในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความสงบเรียบร้อย หลังมีข่าวกลุ่มมวลชนนัดรวมตัวต่อต้านรัฐประหารตามจุดต่างๆ หลายแห่งใน กทม. นานร่วม 2 ชั่วโมง

เตือนฝ่าฝืนอัยการศึกจับทันที

โดย พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยว่า เป็นการหารือร่วมตำรวจ ทหารเพื่อวางกรอบการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กรณีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารนัดชุมนุมตามจุดต่างๆทั่วเขตนครบาลในวันที่ 31 พ.ค.และวันที่ 1 มิ.ย. รวม 8 จุดคือ ราชประสงค์ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช สี่แยกเทพารักษ์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ปราบกบฏย่านหลักสี่ ห้างเซ็นทรัลบางนา และห้างซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ ในกรณีมีผู้ชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เราจะปฏิบัติตามนโยบายของ พล.ท.ธีรชัย นาควานิตย์ แม่ทัพภาค 1 เหมือนที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายขัดต่อประกาศกฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุมทันที จากนั้นส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ทหารคัดกรองว่า บุคคลดังกล่าวเข้าข่ายความผิดสถานใด เพื่อให้ทางทหารดำเนินการต่อไป

กำชับติดตามจับกลุ่มคดีหมิ่นฯ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ทั้งนี้กำชับสั่งการให้ตำรวจติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมายให้ได้ เช่น นายตั้ง อาชีวะ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ รวมถึงผู้ที่ทำผิดและมีหมายจับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ซึ่งล่าสุดได้มีคำสั่งฟ้องจ่าสิบเอกประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประกาศของ คสช.ฉบับที่ 49 ระบุว่า ห้ามมิให้เจ้าของสถานที่ ร้านค้า โรงแรม หรือสถานที่ใด ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ในการแสดงออกต่อต้านการทำรัฐประหาร เพราะถือว่ามีความผิดในการสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อำนวย ได้หารือกับผู้ประกอบการ ย่านราชประสงค์ถึงประกาศ คสช.ฉบับที่ 49 ว่า ผู้ที่ ให้การสนับสนุนผู้ชุมนุมนั้นเป็นอย่างไร โดยวันที่ 1 มิ.ย.ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ได้ประกาศปิด ถ้ามีการไปชุมนุมที่ร้านแม็คโดนัลด์ ถ้าต่างคนต่างมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากมีการรวมตัวเกิน 5 คนขึ้นไป คุยกันเรื่องรัฐประหาร เจ้าของร้านต้องไปไล่เขาออก ถ้าไม่ทำเจ้าของร้านจะมีความผิดข้อหาให้การสนับสนุน จึงต้องเลือกเอาว่าจะยอมเป็นผู้ที่ผิดกฎหมายหรือไล่ผู้ชุมนุมออกนอกร้าน

รถไฟฟ้าบีทีเอสไม่จอดรับ–ส่ง 3 สถานี

“การข่าวของการชุมนุมในวันที่ 1 มิ.ย. รถไฟฟ้าบีทีเอส จะไม่จอดรับผู้โดยสาร 3 สถานี ได้แก่ สถานีเพลินจิต สถานีชิดลม และสถานีราชดำริ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย นอกจากนี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. วันเดียวกัน จะมีการปิดเส้นทางการจราจร 4 เส้นทาง คือ แยกเฉลิมเผ่า แยกชิดลม หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ และหน้าโรงเรียนสอนภาษาเอยูเอ รวมทั้งปิดการสัญจรบนสกายวอล์ก จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนประชาชนที่จะเดินผ่านย่านราชประสงค์จะต้องแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ เว้นเฉพาะแขกที่จะเข้าพักแรมให้จัดเจ้าหน้าที่ของโรงแรมประจำจุดตรวจ คอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพัก” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

สนธิกำลังตำรวจ–ทหาร 38 กองร้อย

เมื่อถามว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุม พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จะประเมินสถานการณ์ว่าจริงหรือไม่ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีคำสั่งให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ในค่ายทหารหรือสถานที่ราชการเพื่อเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วสามารถออกปฏิบัติการได้ทันที หากมีการเปลี่ยนพื้นที่หรือเคลื่อนย้ายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ทหารก็สามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันเวลา โดยเจ้าหน้าที่มีการเกาะติดสถานการณ์จากสื่อโซเชียลต่างๆ ด้านการวางกำลังที่บริเวณราชประสงค์ใช้กำลังตำรวจ 4 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ทหาร 3 กองร้อย รวมทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ และ ขสมก. โดยกำลังทั้งหมด 38 กองร้อย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 19 กองร้อยและตำรวจ 19 กองร้อย รักษาความสงบทุกจุดที่มีการชุมนุม

อ้าง รธน.ไม่ได้ขัดกฎอัยการศึก

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อถึงกรณีเหตุเผชิญหน้าหรือมือที่สามสร้างสถานการณ์ว่า ได้ประเมินไว้ทุกกรณี โดยจะดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกับที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่วนการจับกุมจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่ง พ.อ.สมบัติจะเป็นผู้กำหนดแนวทางตามกฎหมายอัยการศึก ที่ทหารจะเป็น ผบ.เหตุการณ์ โดยตำรวจเป็นผู้ให้การสนับสนุน ส่วนด้านการจราจรก็มีการวางแผนเพื่อให้มีผลกระทบประชาชนน้อยที่สุด หากผู้ชุมนุมบอกว่ามาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญภายใต้สิทธิรัฐ– ธรรมนูญ ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว กฎหมายที่ใช้ในปัจจุบัน คือ กฎหมายการประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นผู้ชุมนุมจะนำรัฐธรรมนูญมากล่าวอ้างไม่ได้เพราะขัดกับกฎ อัยการศึก ทั้งนี้ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับตำรวจให้ทำงานร่วมกัน อย่าคิดว่าต้องทำเพื่อฝ่ายใด ให้ร่วมมือทำงาน เสียสละเพื่อชาติเพราะ คสช.ต้องการให้เกิดความปรองดอง ไม่มีสี ไม่มีฝ่าย ไม่มีพรรค มีแต่ชาติ

ห้างย่านราชประสงค์ปิดบริการ 1 มิ.ย.

วันเดียวกัน (31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า จากกระแสข่าวการนัดชุมนุมต่อต้านรัฐประหารกำหนดชุมนุมในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ บริเวณสี่แยกราชประสงค์และทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการจัดตั้งจุดปิดกั้นการจราจรและวางกำลังเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนสถาน– การณ์สงบลงนั้น ศูนย์การค้าสมาชิกได้แจ้งปิดบริการเป็นเวลา 1 วัน ได้แก่ ศูนย์การค้าเกษร, ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่าและ ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก โดยจะเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 2 มิ.ย. สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.- 22.00 น. ส่วนเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ยังเปิดให้บริการตามเวลาปกติ ทั้งนี้ ทางสมาคมฯและสมาชิกยังได้ยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดาดฟ้าตามอาคารสูง ทั้งศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน โดยมีมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลใดก็ตามสามารถขึ้นดาดฟ้าของอาคารได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โฆษก ทบ.แจงพบ 2 กลุ่มต้าน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อม พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษกกองทัพบก ร่วมประเมินติดตามสถานการณ์รายวัน โดย พ.อ.วินธัย กล่าวถึงกลุ่มต่อต้านรัฐประหารว่า ขณะนี้มีกลุ่มต่อต้านรัฐประหารอยู่ 2 กลุ่มคือ 1.เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยที่ต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้านกฎหมายสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง จึงขอความวิงวอนพี่น้องประชาชนให้ช่วยกัน ห้ามปราม และขอให้เชื่อมั่นการทำงานของ คสช.ที่มี เป้าหมายชัดเจนตามที่หัวหน้า คสช.ชี้แจงแล้ว สำหรับผู้ที่ทำความผิดที่ผ่านมารวมจำนวน 14 คน โดย สน.พญาไท ได้ออกหมายจับแล้วและจับแล้วได้ 1 คน ทั้งนี้ คสช.จะบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพต่อไป

โวผู้เข้ารายงานตัวสะท้อนเชิงบวก

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า 2.คือกลุ่มที่ต่อต้านและแสดงความรู้สึกผ่านสื่อออนไลน์ และโซเซียลมีเดีย และถือเป็นส่วนน้อยซึ่งได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่ได้เข้ารายงานตัวกับ คสช.ตามคำสั่ง คสช.นั้นกลุ่มต่างๆเหล่านี้ได้ให้ความร่วมมือและหาทางออกร่วมกันให้กับประเทศชาติ หลายคนที่เข้าสู่กระบวนการสมาน– ฉันท์ได้สะท้อนกลับในเชิงบวก และมีความเห็นตรงกันในการทำเพื่อประเทศชาติไม่ได้ทำเพื่อใคร ส่วนใหญ่มีความเห็นดีขึ้น

หากคืนสู่ปกติพร้อมปรับกำลัง

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า เพื่อเป็นแนวทางให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ คสช.จะมีการปรับกำลังในพื้นที่ต่างๆทั้งจุดด่านตรวจหรือการดูแลความสงบให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและตรวจตราอาวุธสงคราม ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ คสช.มีความปรารถนาที่ให้สังคมกลับเข้าสู่ความสงบเป็นไปตามธรรมชาติเหมือนก่อนหน้านี้ให้เร็วที่สุด

คสช.ชี้ไม่จำเป็นต้องปิดสื่อ “ไลน์”

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบการใช้สื่อไลน์ ในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตว่า พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ โฆษกกระทรวงไอซีทียืนยันถึงกรณีมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ใช้เป็นช่องจากการปลุกระดม ชักชวนให้ฝ่าฝืนประกาศ คสช.และทำผิดกฎหมาย โดยคณะทำงาน คสช.จะเข้าไปตรวจสอบเฉพาะรายบุคคลหรือรายกลุ่มที่มีพฤติการณ์เท่านั้น โดยยึดถือแนวนโยบายของหัวหน้า คณะ คสช.ที่พึงระมัดระวังการไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลในการติดต่อสื่อสาร จึงขอให้ประชาชนทราบว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ไลน์ยังใช้ได้ตามปกติ ไม่มีการปิดการสื่อสารแต่อย่างใด

รองโฆษก ทบ.ฝากสื่อแจง ปชช.

พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวถึงการนัดหมายเคลื่อนไหวในวันที่ 1 มิ.ย.ของกลุ่มต่อต้าน คสช.ว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมีแผนและมาตรการในการรองรับเพื่อให้มีความเรียบร้อย ซึ่งระหว่างที่มีเหตุการณ์ คสช.มีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชน เห็นได้จากเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีกลุ่มมวลชนออกมาต่อต้านที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเช่นที่ผ่านมา จึงขอฝากสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย ยืนยันว่าเราเคารพความเห็นของทุกฝ่าย แต่ในช่วงนี้ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เพราะการรวบอำนาจครั้งนี้ ไม่ได้ประสงค์ยึดอำนาจเพื่อตัวเอง แต่เพื่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ แม้การได้มาซึ่งอำนาจอาจจะไม่ถูกใจคนบางฝ่าย แต่ขอให้ดูผลการปฏิบัติในอนาคตว่า ประเทศชาติจะมีผลเป็นอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าคุ้มค่าจึงขอให้ทุกฝ่ายอดใจรอ

ไม่ปิดอนุสาวรีย์ชัยฯแค่ตรึงกำลัง

ส่วนบรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 15.30 น.ตำรวจควบคุมฝูงชนสนธิกำลังกับทหารจากศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี วางกำลังตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันการชุมนุมของกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐประหาร โดยวางแผงเหล็กรอบอนุสาวรีย์ชัยฯพร้อมติดป้ายข้อความ “ยามนี้บ้านเมืองต้องการความสามัคคี มาร่วมกันสร้างสิ่งดี เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” เพื่อเตือนสติและป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว กระทั่งเวลา 16.00 น.เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจไม่ได้ปิดอนุสาวรีย์ชัยฯเช่น 2 วันที่ผ่านมา โดยได้เปิดเส้นทางทุกด้านให้ยานพาหนะต่างๆสามารถใช้สัญจรตามปกติ แต่ยังคงวางกำลังตำรวจตั้งแถวหน้า กระดาน กระจายบริเวณป้ายรถเมล์โดยรอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยฯ พร้อมวางกำลังทหารบนสกายวอล์ก และตรอกซอกซอยโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ และยังคงมีประชาชนจำนวนมากนำเครื่องดื่มต่างๆและอาหารมามอบให้ทหารเพื่อเป็นขวัญกำลังใจจำนวนมาก

ทหารลดกำลังเหลือ 8 กองร้อย

พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผบ.โรงเรียนศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์กล่าวว่า ได้ลดกำลังทหาร ตำรวจ เหลือ 8 กองร้อยคือ ตำรวจ 3 กองร้อย ทหาร 5 กองร้อย โดยไม่ปิดการจราจรเพื่อผ่อนปรนให้ประชาชนได้สัญจรตามปกติ แต่หากพบว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาใช้พื้นที่ กำลังที่กระจายกำลังตามจุดจะออกมาปิดการจราจรเช่นเดิม เพราะพบว่ายังคงมีการเคลื่อนไหวอยู่เช่นเดิม จึงได้เตรียมความพร้อมไว้รับเหตุ โดยขอความร่วมมือเอกชนช่วยเผยแพร่ภาพการปฏิบัติภารกิจของทหารในการช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น. ผ่านจอแอลซีดีขนาดใหญ่ที่ตั้งเหนือศูนย์การค้าแฟชั่นมอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน ฝั่งดินแดงและฝั่ง รพ.ราชวิถี รวม 3 จอได้รับทราบภารกิจของทหาร กระทั่งเวลา 18.20 น.จึงได้นำกำลังทั้งหมดกลับที่ตั้ง โดยไร้เหตุป่วนใดๆ

ฝากขังสาว ก.ศึกษาฝืน “อัยการศึก”

ส่วนความคืบหน้ากรณีผู้ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พ.ค.ที่ สน.พญาไท ตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.พรรณมณี ชูเชาวน์ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเทคโนโลยีเผยแพร่พัฒนาบุคลากร กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพที่ ก1/2557 ลงวันที่ 30 พ.ค.2557 ข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามฉบับที่ 7/2557 ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ก่อนที่จะนำตัวฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ ถนนสามเสน แขวงและเขตดุสิต หลัง น.ส.พรรณมณี ใช้สีสเปรย์พ่นรถฮัมวี่ของทหารจนเสียหายระหว่างเหตุชุลมุนบริเวณอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย น.ส.พรรณมณี เดินออกจากห้องขังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมชู 2 นิ้วให้สื่อบันทึกภาพ โดยกล่าวสั้นๆว่า นอนหลับปกติดี ไม่ได้คิดอะไรมากและคุยกับญาติแล้วเรื่องการประกันตัว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่

ออกหมายจับรวม 14 รายจับได้แล้ว 1

ด้าน พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี พงส.ผนก. สน.พญาไท กล่าวว่า ขณะนี้ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารกรุงเทพไปแล้ว 14 หมาย จากเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทั้งหมดเป็นการออกหมายจับตามภาพถ่ายหลักฐาน ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 1 หมายคือ น.ส.พรรณมณี ชูเชาวน์ ส่วนอีก 13 หมายจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

จับอีกรายแนวร่วมต้านรัฐประหาร

ขณะที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ อัมรินทร์พลาซ่า กลุ่มผู้คัดค้านการรัฐประหาร ในนาม “อีเล็กชั่น ออลลี่” นัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย ให้มาคัดค้านการรัฐประหารโดยการกินแมคโดนัลด์ ได้มีตำรวจมาตรึงกำลังทั้งในและนอกร้าน กระทั่งเวลา 13.00 น. มีชายใส่เสื้อสีฟ้าคาดขาว ปรากฏตัวขึ้นชูป้ายข้อความอีเล็กชั่น ออลลี่ ที่หน้าร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รออยู่แล้วจึงเข้าควบคุมตัวออกไปจากพื้นที่ทันที ทราบชื่อคือนายณัฐวุฒิ นุชนารถ อายุ 36 ปี จากนั้นได้มีหญิงวัยกลางคน 3 คน มายืนร้องเพลงปณิธานเสรีชน ของศิลปินเสื้อแดง จิ้น กรรมาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ควบคุมตัว คงปล่อยให้ร้องจนจบแล้วให้แยกย้ายกันกลับ

“บก.ลายจุด” ยังใช้เฟซบุ๊กนัดต้านทหาร

ขณะที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำต่อต้านการรัฐประหาร ที่หลบหนีหมายเรียกตัวให้มารายงานตัวต่อ คสช.และนัดหมายมวลชนให้ชุมนุมแสดงออกถึงการคัดค้านรัฐประหารในสถานที่ต่างๆในวันที่ 1 มิ.ย.ผ่านสื่อออนไลน์นั้น ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 31 พ.ค. นายสมบัติได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ฉบับที่ 9 เรื่องขอประชุมลับ การย้ายสถานที่จัดงานปาร์ตี้ โดยระบุว่า เผด็จการนี่เผด็จการจริงๆ ดูเอาเถอะ แค่ประชาชนจะใส่หน้ากากไปกินแมคโดนัลด์ที่ราชประสงค์ไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็ถึงกับประกาศปิดสถานที่โดยรอบ ตั้งด่าน 3 ชั้น ห้ามคนนอกเข้า ออกได้อย่างเดียว แถม BTS ไม่จอดสถานีใกล้ๆเลย

ปรับแผนหนีทหาร นัดโผล่หลายที่

นายสมบัติระบุต่อว่า “เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ขอปรึกษาเพื่อนๆว่า เราย้ายไปฉลองกันที่อื่นดีมั้ย เอาแบบที่ทหารตามไปปิดร้านแมคไม่ทัน โดยขอวางกรอบการปรึกษาหารือดังนี้ 1.เห็นว่าควรย้ายหรือไม่ ถ้าไม่ย้ายจะรับมือยังไง 2.ถ้าย้ายจะไปที่ไหนกัน ไปที่เดียว หรือย้ายไปหลายจุดพร้อมๆกัน เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สวนสันติภาพ สวนเบญจสิริ Terminal21 ฯลฯ สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตทำหน้าที่เป็นคนประกาศสถานที่กิจกรรมในเวลา 10 โมงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 1 มิ.ย.นี้ หลังจากประยุทธ์ส่งทหารไปยึดราชประสงค์ก่อน แล้วเราก็เปลี่ยนแผนทันที อย่าหาว่ากวนตีนเลย ที่ต้องทำแบบนี้เพราะ “กวนจริง” บก.ลายจุด ผู้นำความบันเทิงสู่ถนนการเมืองประกาศ ณ วันที่ 31 พค 57”

ผบ.พล.ร.2รอ.เปิดงาน “สมานฉันท์”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 พ.ค. พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.พล. ร.2 รอ. เป็นประธานเปิดงานโครงการ คสช.สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่ตลาดเปียร์นนท์ หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่ตั้งสถานีวิทยุเรดการ์ดเรดิโอเพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารแก่พี่น้องประชาชน บำรุงขวัญประชาชนในพื้นที่ ก่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ มีการมอบถุงยังชีพของแม่ทัพภาคที่ 1 การบริการทางการแพทย์ โดยกองพันเสนารักษ์ที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และ รพ.บีแคร์ ตลอดจนมีการนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้กิจกรรมใต้ร่มพระบารมีอีกด้วย โดย น.ส.วิภาวรรณ อรรถโสภา ประชาชนที่มาร่วมงานกล่าวว่า ดีใจที่ทหารจัดกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับทหาร เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้จัดกิจกรรมนี้บ่อยๆ ประชาชนจะได้ลดความตึงเครียดกับสถานการณ์บ้านเมือง

สกลนครตั้งศูนย์ฯ ลดขัดแย้ง

เช่นเดียวกับที่กองบังคับการจังหวัดทหารบกสกลนคร นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.สกลนคร พล.ต.ธนกร จงอุตส่าห์ ผู้บัญชาการรักษาความสงบประจำพื้นที่จังหวัดสกลนคร และ พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร แถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ โดยเน้นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งจะนำไปสู่การคืนความสงบสุขให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน ส่วนรูปแบบนั้นจะต้องนำเอาคนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายเข้ามาอบรมพูดคุยกัน เพื่อลดความขัดแย้งลงไปให้หมด

ยันข่าวลือป้ายสีทหารยึดทรัพย์

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายทหารออกยึดอุปกรณ์ เครื่องมือทำสวน ทำไร่ของชาวบ้านในบางพื้นที่ของภาคอีสานนั้น พ.อ.จิรัตน์กฤษณ์ เหลืองจินดา เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (เสธ.กกล.รส.จว.กส.) กล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือเริ่มจาก จ.อุดรธานี เข้ามาถึง จ.กาฬสินธุ์ แพร่ต่อไปที่ อ.กระนวน-เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และบางพื้นที่ของ จ.ชัยภูมิ ย้อนกลับมาที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อีกรอบในห้วงระยะ 5 วันที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เพื่อต้องการสร้างความแตกตื่น ไม่พอใจให้กับประชาชนเพื่อให้ออกมาชุมนุมในวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งการปฏิบัติงานของทหารจะใช้รถจี๊ปสีเขียว แต่งกายเต็มชั้นยศ โดยปฏิบัติการร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง

แจงวุ่น เฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน

ขณะที่ พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผบ.จทบ.ร้อยเอ็ด ในฐานะ ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อถือ ถ้ามีจริงขอให้ชาวบ้านตรวจสอบเอกสารที่นำไปแสดงโดยการโทรศัพท์แจ้งตำรวจหรือทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด รวมทั้งหาทางแอบถ่ายรูปไว้เพื่อให้ทหารหรือตำรวจตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ร.ต.สัมฤทธิ์ ประจักใน นำกำลังทหาร ร.13 พัน. 2 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์–วัฒนศักดิ์ จ.อุดรธานี ออกทำความเข้าใจกับประชาชนบริเวณตลาดนิยมในเขตเทศบาลตำบลบ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ชี้แจงกรณีทหารเข้าตรวจค้นแล้วยึดทรัพย์สินชาวบ้านว่า เป็นแค่ข่าวลือ ส่วน ร.ต.นพ.ชัยวัฒน์ พีระวัธนกุล นำแพทย์ พยาบาล รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ตรวจรักษาและให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพกับชาวบ้าน ยืนยันว่าทหารไม่ทำร้ายประชาชนแน่ อย่าเชื่อข่าวลือ ซึ่งชาวบ้านได้นำดอกไม้มามอบให้ พร้อมร่วมถ่ายรูปกับทหารเป็นที่ระลึกด้วยความประทับใจ

เจอระเบิดซุกโรงแรมที่เชียงราย

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่ห้องประชุมค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย พล.ต.พัฒนา มาตร–มงคล ผบ.จทบ.จ.เชียงราย แถลงผลการตรวจยึด ลูกระเบิดสังหารแบบขว้างชนิดต่างๆ 6 ลูก ระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 1 ลูก ระเบิดทีเอ็นที 2 แท่ง กระสุนปืนอาก้าและกระสุนปืนเอ็ม 60 จำนวนมาก ที่โรงแรมเจ้าสำราญ เลขที่ 406 หมู่ 2 ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เป็นโรงแรมร้างไม่มีผู้พักอาศัย โดยได้รับแจ้งนายพันยศ ตาสาย และนายแอ็ด กาวิน ผู้รับเหมา ทุบทำลายตึกว่า ขณะทุบโรงแรมดังกล่าวที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งที่ผ่านมา จู่ๆอาวุธทั้งหมดบรรจุถุงพลาสติกตกมาจากฝ้าเพดาน จึงแจ้ง ร.ต.อ.อำนาจ กิติยศ รอง สว.ชุดเก็บกู้ระเบิด กก.สส. ภ.จ.เชียงราย เข้าตรวจสอบ ซึ่งคาดผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปซ่อนไว้ แต่คงจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ผบ.จทบ.ชร.ซ้อมแผนเผชิญม็อบ

ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.พัฒนา มาตรมงคล ผบ.จทบ.จ.เชียงราย พร้อมนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย และหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุม็อบต่อต้านรัฐประหาร โดยจำลองเหตุการณ์ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวรวมตัวชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็ง–รายมหาราช ไปรวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา เชียงราย โดยมีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่มีผู้บาดเจ็บ จุดไฟเผารถยนต์ บุกเข้าขโมยทรัพย์สินในห้าง ก่อนจะจุดไฟเผาห้าง โดยเจ้าหน้าที่ต้องร่วมกันเกลี้ยกล่อมผู้ชุมนุม ช่วยเหลือคนเจ็บและอพยพประชาชนในห้าง พร้อมดับเพลิงและติดตามผู้กระทำผิด จากนั้น พล.ต.พัฒนากล่าวว่า การซักซ้อมแผนครั้งนี้เพื่อเตรียมความ พร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ห้างร้านเอกชนต่างๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปกติอาจจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มทำการเคลื่อนไหวอยู่

ทหารเรียก นปช.ตจว.ยุติเคลื่อนไหว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 พ.ค.ที่ห้องประชุมกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า พล.ต.พิชิต ฟูฟุ้ง ผบ.พล ร.11 ได้เชิญแกนนำ นปช.ฉะเชิงเทรา อาทิ นายพานิช โชตระกุล ประธาน นปช.ฉะเชิงเทรา นายสมชาย มีสวัสดิ์ นายบำรุง ปะวงษ์ นายสมคิด มูลศาสตร์ และนายเชาวน์ ม่วงแขก เข้าประชุมทำความเข้าใจในนโยบาย คสช. มีนายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผวจ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันท์ ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา และนายทหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งแกนนำทั้ง 5 คน ตกลงยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองและจะไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวแก่กลุ่มคนใด และจะให้ความร่วมมือกับ คสช.และทางราชการทุกประการ จากนั้น พล.ต.พิชิตเปิดเผยว่า จะพิจารณาเชิญกลุ่มการเมืองอื่นมาพบปะพูดคุยชี้แจงต่อไป

กปปส.เดินหน้าดันปฏิรูป ปท.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ กปปส.หลังจากนี้ว่า ตลอดเวลา 3-4 วันที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้นัดหารือกับกลุ่มนักวิชาการเพื่อระดมความคิดเห็นใน 5 หัวข้อหลักของการปฏิรูปประเทศไทยที่กลุ่ม กปปส.เคยเสนอไปก่อนหน้านี้คือ คือ 1.ปฏิรูปกระบวนการทางการเมือง 2.ปฏิรูปปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน 3.ปฏิรูปการกระจายอำนาจการปกครอง 4.ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำในสังคม และ 5.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยการหารือดังกล่าวพูดคุยในรายละเอียดของแต่ละหัวข้อให้มากขึ้น เพราะบางเรื่องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อประเทศมาก ทั้งนี้ไม่มีการกำหนดกรอบว่าต้องแล้วเสร็จเมื่อใด แต่จะเร่งสรุปรายละเอียดให้เรียบร้อย และแม้ในวันนี้ กปปส.จะยุติการเคลื่อนไหวชั่วคราว แต่ก็ต้องทำหน้าที่ผลักดันการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องสานต่อไป

เปิดเว็บแจงจ่ายเงินเยียวยาม็อบ

วันที่ 31 พ.ค. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)” มีข้อความว่า “วันนี้กำนัน (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.) ได้นัดจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมกรณีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากการมาร่วมชุมนุม ช่วงนี้ว่างเว้นจากการชุมนุมกำนันและแกนนำถือโอกาสออกเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ รวมถึงทยอยมอบเงินเยียวยาในส่วนที่เหลือซึ่งก็ได้จัดการเรียบร้อยไปแล้วหลายราย และเพื่อความโปร่งใสเราได้จัดทำเว็บไซต์ www. pdrc-fund.org เพื่อให้ผู้ที่หวังดีสามารถติดตามความคืบหน้าการเยียวยาและรายละเอียดที่สำคัญอื่นๆได้ครับ”

ระดมทุน 55 ล.ช่วยญาติผู้สูญเสีย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า “กองทุน กปปส.เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และกองทุนการศึกษา เพื่อเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตจากการชุมนุม” มีการสรุปยอดผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และเด็กกำพร้า รวมถึงมีการระบุอัตราการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มต่างๆ รวมทั้งสรุปยอดเงินที่ได้จ่ายไปแล้ว นอกจากนั้นยังได้มีโครงการ “ปัน 10 ปันฝัน ปันกำลังใจ” โดยเป็นโครงการที่เชิญชวนให้มวลมหาประชาชนร่วมบริจาคเงินคนละ 10 บาท หรือตามกำลังศรัทธารวบรวมเงินให้ได้ 55 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายให้กับผู้สูญเสียด้วย

คนเมืองจันท์ให้กำลังใจทหาร

เมื่อเวลา 09.45 น. นายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกลุ่มเสรีชนคนจันท์รักชาติ พร้อมผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวจันทบุรีกว่า 100 คน นำผลไม้อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด สับปะรด กว่า 2 คันรถกระบะ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคอีกจำนวนมากมอบให้ทหารนาวิกโยธิน กองทัพเรือ บริเวณหน้าค่ายตากสิน อ.เมืองจันทบุรี โดย น.อ.วันชัย จุลมนต์ หน.กองกิจการพลเรือน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เป็นผู้รับมอบ พร้อมกันนี้ยังมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่หน้าประตูค่ายด้วย

“ม.ล.ปนัดดา” ชงทำบุญใหญ่ทำเนียบฯ

สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมในการใช้ทำเนียบรัฐบาลนั้น เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้เข้าตรวจเยี่ยมการทำความสะอาดทำเนียบรัฐบาลของเจ้าที่ กทม. และข้าราชการทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมพร้อมสถานที่สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งหมดจะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 2 มิ.ย. โดย ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เน้นในเรื่องความสะอาดและความมั่นคง เพื่อพร้อมให้บริการประชาชน พร้อมให้กรมศิลปากรเข้ามาดูในส่วนที่ขึ้นทะเบียนไว้ เช่น ตึกไทยคู่ฟ้า และพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้าที่หลายหน่วยงานราชการจะทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล โดยกระทรวงมหาดไทยจะทำบุญในวันที่ 2 มิ.ย. ส่วนทำเนียบรัฐบาลจะมีการทำบุญเช่นเดียวกัน ซึ่งกำลังหาวันที่เหมาะสมและในวันที่ 5 มิ.ย.จะเชิญตัวแทนทุกกระทรวงมาร่วมหารือเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการทำงานระหว่างกันในช่วงที่ไม่มีรัฐบาล โดยเฉพาะการลดขั้นตอนทางราชการเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำงาน ในเวลา 10.30 น. ห้องอรรถไกวัลวจี สปน.ทำเนียบรัฐบาล

มท.สั่งจังหวัดตั้งรับม็อบต้าน คสช.

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ส่วนที่ คสช.จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปนั้น อยากเห็นข้าราชการเป็นตัวอย่างของผู้รักษาระเบียบสังคม ดูแลรับใช้ประชาชนอย่างถูกต้อง ศูนย์ปรองดองก็จะเกิดความสำเร็จขึ้นได้ แบบอย่างข้าราชการจะต้องเกิดในทุกขบวนการ ไม่แบ่งแยก แบ่งสี ยุติความโกรธเกลียด เรื่องของทัศนคติที่ฝังรากลึกมานาน ล้วนแต่เกิดจากเรื่องของผลประโยชน์เป็นหลัก อยากให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีช่องทางพิเศษตรวจสอบทุกองค์กร ทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องไปถึงนักการเมือง แค่ข้าราชการเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่เรียกเปอร์เซ็นต์จากโครงการ ส่วนกรณีมีกระแสข่าวเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองในต่างจังหวัดวันที่ 1 มิ.ย.ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้วเพื่อความไม่ประมาท

ให้ประกันแล้วสาวพ่นสีรถฮัมวี่

ต่อมาตอนค่ำ นายคารม พลพรกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ศาลทหารกรุงเทพได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว น.ส.พรรณมณี ชูเชาวน์ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเทคโนโลยีเผยแพร่พัฒนาบุคลากร กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 กรณีฝ่าฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมืองและพ่นสีสเปรย์ใส่รถฮัมวี่ทหารจนเสียหาย บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยตีวงเงินประกันเงินสด 40,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามชุมนุมและแสดงความคิดเห็นใดๆทางการเมือง รวมถึงการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งหลังได้รับการประกันตัว น.ส.พรรณมณีมีสีหน้าสดใส และได้ถ่ายภาพคู่กับทนายความและเจ้าหน้าที่ทหารก่อนที่จะถูกปล่อยตัว

1 มิ.ย. 2557 05:52