วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัจธรรมข้างเตียงจากใจ “มิเชล โอบามา” ใครทำอะไรไว้ก็ย่อมได้อย่างนั้น!!

หนักเกินไปแล้วเกินจะแบก...แบกมันไว้จนเต็มบ่า รับเธอเข้ามา...เธอกลับเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่มันหนัก...ใจฉันทานไม่อยู่...ไม่อยากเห็น ไม่อยากรู้...หมดแรงจะทำเรื่องใด...หมดแล้วกำลังใจ...ฉันคงไม่รักใคร

ในห้วงเวลานี้คงไม่มีเพลงไหนจะโดนใจ เมียหลวงหมายเลขหนึ่งของโลก “มิเชล โอบามา” เท่ากับเพลงนี้ “หนักเกินไปแล้ว!!” ทั้งๆที่พยายามกล้ำกลืนฝืนทนมาหลายปี ประคับประคองชีวิตคู่ให้รอดจากปากเหว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆและอเมริกันชนทั้งประเทศ แต่ในที่สุดความอดทนของลูกผู้หญิงก็สิ้นสุดลง


หลังจากมีกระแสข่าวรักร้าว-เตียงหักของคู่รักทำเนียบขาวออกมาเป็นระลอกๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีของการดำรงตำแหน่งผู้นำชาติมหาอำนาจ ล่าสุด ข่าวลือข่าวเมาท์ทำท่าจะกลายเป็นเรื่องจริง เมื่อแท็บลอยด์สุดแสบของอเมริกา “เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์” ฉบับวันที่ 2 มิ.ย.2557 พาดหัวตัวโตให้ตะลึงว่า “Michelle’s SECRET DIVORCE FILE!” โดยขุดคุ้ยนำเสนอรายงานพิเศษลับสุดยอดว่า “มิเชล โอบามา” สั่งทีมนักสืบมือดีในชิคาโก และวอชิงตัน ให้เตรียมหลักฐานทุกอย่างสำหรับฟ้อง หย่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เรียกร้องค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทันทีที่พ้นจากตำแหน่งสมัยที่สอง เพราะสุดจะทนกับพฤติกรรมหัวงูของสามี ที่ขยันนอกใจเมียทุกครั้งทุกที่ที่มีโอกาส แม้ข้อมูลล่าสุดของ “เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์” จะไม่แตก ต่างจากที่เคยนำเสนอมากนัก แต่ทีเด็ดเรียกเสียงฮือฮาอยู่ตรงที่การเปิดโปงโฉมหน้ากิ๊กสาวทั้ง 12 คน ตัวการทำลายครอบครัวโอบามา

ไล่ตั้งแต่ทายาทตระกูลนักการเมืองดัง “แคโรไลน์ เคนเนดี้” บุตรสาวอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ซึ่งประกาศให้การสนับสนุนประธานาธิบดีโอบามาอย่างออกนอกหน้า ตอนที่เขาลงสมัครเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยแรก และยังแสดงความสนิทสนมต่อหน้าสาธารณชน โดยประธานาธิบดีโอบามาตอบแทนความน่ารักของ “แคโรไลน์” ด้วยการตั้งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงโตเกียว


“แคโรไลน์”ถือเป็นศัตรูหัวใจเบอร์ต้นๆของ “มิเชล” โดยสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่เห็นรูปสามีไปคลอเคลียกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ระหว่าง “โอบามา” เดินทางเยือนญี่ปุ่นตามลำพัง เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สร้างความหวาดระแวงให้ “มิเชล” ว่า สามีคงเลื้อยไปทั่วเวลาอยู่กับผู้หญิงสองต่อสอง และไกลหูไกลตาเมีย งานนี้ยิ่งแค้นฝังหุ่นเข้าไปใหญ่ เมื่อถูก “แคโรไลน์” ปฏิเสธคำขอให้ตักเตือนนักการเมืองปากพล่อยของญี่ปุ่น ที่ออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบล็อกว่าถ้าถามประธานาธิบดีโอบามา เขาก็จะบอกคุณว่า ผมไม่กล้าสู้หน้าประชาชนที่เลือกผมเข้ามา หลังจากเห็นเมียใช้เงินสะบั้นหั่นแหลกขนาดนั้น ตรงกันข้าม ถ้าคุยกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอก็จะบอกว่า ประธานาธิบดีโอบามาก็เป็นแค่ผู้ชายเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดความผิด

นอกจาก “อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว ผู้นำหญิงที่ตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กกับประธานาธิบดีโอบามา ยังรวมถึง “แฮลล์ ธอร์นนิ่งชมิดต์” นายกรัฐมนตรีสาวสวยลูกสองของเดนมาร์ก ซึ่งผู้นำสหรัฐฯดี๊ด๊าด้วยเกินงาม ระหว่างไปร่วมพิธีรำลึกการจากไปของอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา แห่งแอฟริกาใต้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ทั้งคู่ยังชวน “นายกฯเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ” ทำถ่ายรูปเซลฟีด้วย ปล่อยให้ “นางมิเชล” นั่งตัวชาอับอายในความไม่สำรวมของสามี

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวฮือฮาเรื่องสัมพันธ์ลับระหว่าง “โอบามา” กับซุปเปอร์สตาร์ผิวสีหุ่นสะบึม “บียอนเซ” ซึ่งมีสามีเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว โดยฝีมือจุดประเด็นของปาปารัซซีมือเก๋าฝรั่งเศส “ปาสคาล รอสเตน” ซึ่งเป็นคนเปิดโปงเรื่องการซุกอีหนูของประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ไม่น่าแปลกใจที่ “มิเชล” จะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวสามีไปแล้วและระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยวด้วยความ หึงหวงหลายครั้ง โดย แหล่งข่าววงในทำเนียบขาวระบุว่า ซุปเปอร์สตาร์ผิวหมึก “แคร์รี่ วอชิงตัน” ก็เป็นเหยื่อความหึงอีกรายที่โดนสั่งแบนห้ามเหยียบทำเนียบขาว


เมียหลวงผู้ภักดียังต้องเจ็บใจเมื่อนักสืบเสาะหาข้อมูลพบว่า ผู้นำสหรัฐฯยังไม่เลิกติดต่อกับแฟนสาวสมัยวัยทีน “เมแกน ฮิวจ์ส” แถมเคยส่งหนังสือ “The Audacity of Hope” ที่เขาเขียนเองสมัยเป็นวุฒิสมาชิก พร้อมข้อความกุ๊กกิ๊กและลายเซ็นกำกับ

ในทำเนียบกิ๊กผู้นำสหรัฐฯ มีนางงามและนางแบบเข้ามาพัวพันด้วย ไม่ว่าจะเป็น มิสอิสราเอล ปี 2013 สาวผิวสีคนแรกที่ได้มงกุฎ และนางแบบผิวสี “แกเบรียล ยูเนียน” ส่วนกิ๊กเอ๊าะสุดที่ขุดคุ้ยเจอ มีอายุ 28 ปี เป็นนักแสดงสาวผิวขาวตาโตของฮอลลีวูด “อเล็กซานดร้า แดดดาริโอ” นอกจากจะชอบแนวอวบช่างเจ๊าะแจ๊ะ ไม่คิดเยอะ ในทำเนียบหญิงอื่นของประธานาธิบดีโอบามา ก็มีสุภาพสตรีมีกึ๋นรวมอยู่ด้วยคือ “คามาลา แฮร์ริส” อัยการสาว วัย 49 ปี แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้หญิงอเมริกันเชื้อสายอินเดีย-แอฟริกันคนแรก ที่ก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญ

ย้อนกลับไปเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา “เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์” ตีแผ่ไว้ระลอกแรกว่า ชีวิตแต่งงาน 21 ปี ที่แสนสวยหรูของคู่รักทำเนียบขาวกำลังจะล่ม เพราะฝ่ายหญิง ทนความเจ้าชู้ของสามีไม่ไหว ทั้งคู่แยกห้องนอนกันพักใหญ่แล้ว และ “มิเชล” จะยื่นเอกสารฟ้องหย่าทันที หลังสามีหมดวาระดำรงตำแหน่ง โดยฝ่ายหญิงเตรียมทยอยขนข้าวของสามีออกจากบ้านหรูที่ชิคาโก และเตะโด่งโอบามาไปอยู่ฮาวายตามลำพัง ส่วนตัวนางจะยังอยู่วอชิงตัน จนกว่าลูกสาวทั้งสองเรียนจบ

เมื่อปี 2009 “ริชาร์ด วูลฟฟ์” นักข่าวมือทองของวอชิงตัน เปิดโปงเป็นคนแรกว่า ชีวิตแต่งงานคู่นี้เกือบพังทลายตั้งแต่ 9 ปีก่อน เมื่อฝ่ายชายแพ้การเลือกตั้งใหญ่ชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี 2000 “มิเชล” ไม่พอใจสามีมาก ที่เอาอนาคตและความมั่นคงของครอบครัวไปเสี่ยงกับความทะยานอยากทางการเมือง ต่อมาในปี 2012 คอลัมนิสต์การเมืองดังแฉซ้ำว่า ตอนจะถูกเมียฟ้องหย่า “โอบามา” เคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะกดดันมากที่ชีวิตพัง

เจ็บแล้วไม่จำ ก็ต้องรับผลของการกระทำ!!

ทีมข่าวหน้าสตรี

หนักเกินไปแล้วเกินจะแบก...แบกมันไว้จนเต็มบ่า รับเธอเข้ามา...เธอกลับเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่มันหนัก...ใจฉันทานไม่อยู่...ไม่อยากเห็น ไม่อยากรู้...หมดแรงจะทำเรื่องใด...หมดแล้วกำลังใจ...ฉันคงไม่รักใคร... 31 พ.ค. 2557 13:16 31 พ.ค. 2557 14:14 ไทยรัฐ