วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะลุยโลกใบใหญ่ 01/06/57

ตะลุยโลกใบใหญ่ อาทิตย์นี้ “พี่ม้ามังกร” ขอพาไปชม ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์ เป็นอาคารที่เก่าแก่สง่างามแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง ได้รับ รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2557 ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมบัติของรัฐบาลไทยที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทยแห่งแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีมาตลอด เป็นอาคารสมัยอาณานิคมทรงทิวดอร์ที่มีอายุกว่าร้อยปี โดยรัฐบาลไทยได้ซื้ออาคารนี้ไว้เมื่อปี พ.ศ.2491 ตรงกับปีที่ไทยและเมียนมาร์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

ความเป็นมาของ ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมายเลข 91 ตรงหัวมุมถนนชิ้พติดต่อถนนโปรม กรุงย่างกุ้ง เนื้อที่ 7 ไร่ นั้น เดิมเป็นบ้านพักของนาย De Souza เชื้อชาติโปรตุเกส สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นเอเย่นต์ใหญ่ในการนำเข้ายาต่างๆจากต่างประเทศ จากนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สมัยที่ นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทยได้ส่งผู้แทน 3 ท่านคือ พระยาอภิบาลราชไมตรี (ต่อม บุนนาค) เป็นหัวหน้าคณะ นายตุล บุนนาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ม.ล.ปีกทิพย์ มาลากุล ผู้แทนฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศมาร่วมงานวันฉลองอิสรภาพของสหภาพเมียนมาร์ วันที่ 4 มกราคม 2491ตามคำเชิญของรัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งมี นายอู นุ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้น โดยนายกรัฐมนตรีไทยได้มอบนโยบายให้ทั้ง 3 ท่านเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับสหภาพเมียนมาร์ ไทยจึงหาสถานที่เพื่อเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง จึงได้มีการเจรจาซื้อขายกับเจ้าของบ้าน

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ท่านผู้ใหญ่ใจดี ได้เปิดทำเนียบเอกอัครราชทูต ให้ “พี่ม้ามังกร” เข้าชมความงดงามภายในตัวบ้านซึ่งมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเป็นโซนห้องรับรองต่างๆ ประกอบด้วย ห้องเปียโน ซึ่งลักษณะเด่นของห้องนี้ นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ตั้งเด่นตระหง่านอย่างงดงาม ยังมีเปียโนหลังเก่าแก่อายุกว่า 120 ปีทำด้วยไม้มะฮอกกานี ตัวคีย์บอร์ดทำจากงาช้าง ซึ่งเป็นเปียโนที่เจ้าของบ้านเดิมมอบให้ ห้องนี้ใช้เป็นห้องรับรองแขกบุคคลสำคัญ ถัดไปคือ ห้องแกลเลอรี่ จัดแสดงภาพถ่ายสำคัญๆ โดยเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเยือนเมียนมาร์อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2503 ทั้งห้องนี้เคยใช้เป็นห้องต้อนรับนางอองซาน ซูจี มาแล้ว ถัดไปเป็น ห้อง Dining Room เป็นห้องรับประทานอาหาร แต่จะเรียกว่า ห้องตุ๊กตา เพราะมีตู้จัดแสดงตุ๊กตาทั้งของเมียนมาร์ จีน และไทย เป็นต้น

อีกจุดสำคัญคือที่ประตูทางเข้าบ้านจะมีอาร์มหรือตราสัญลักษณ์ประจำสถานทูต ซึ่งคาดว่าตราสัญลักษณ์รูปแบบนี้จะเหลือเพียงชิ้นเดียวในโลก โดยขณะนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นครุภัณฑ์หลวงเรียบร้อยแล้ว.

พี่ม้ามังกร

31 พ.ค. 2557 11:37 ไทยรัฐ