วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทศกาลไทย โอซากา

โดย

ช่วงนี้หัวหน้าทีมงานซอกแซกมีภารกิจชุก คิวแน่นเอี้ยดตลอดสัปดาห์ บังเอิญกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา คุณวิชิต ชิตวิมาน เชิญชวนไปดูงานเทศกาลไทย ณ นครโอซากา ครั้งที่ 12 เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา จึงมอบภารกิจให้ “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” หนึ่งในทีมงานซอกแซก ไปเก็บตกบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟัง

ทีมงานซอกแซกรายงานเข้ามาว่า เทศกาลอาหารหนนี้จัดขึ้นที่ สวนไทโยโนะฮิโรบะ บริเวณ ปราสาทโอซากา บนพื้นที่กว่า 8 พัน ตร.ม. ซึ่งเป็นลานโล่งเปิดกว้าง เหมาะแก่การจัดงานแฟร์เป็นอย่างยิ่ง

ในพิธีเปิดมีคุณ ธนาธิป อุปัติศฤงค์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เป็นประธาน ร่วมกับท่านทูตญี่ปุ่นประจำเขตคันไซ ผู้แทนจาก จ.โอซากา และเทศบาลนครโอซากา

ปรากฏว่า เพียงแค่ชั่วโมงแรกของการเปิดงาน ผู้คนเมืองปลาดิบที่ติดใจรสชาติอาหารไทยๆ ต่างแห่ทะลักเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง จนพื้นที่จัดงานแคบไปถนัดตา มองไปทางไหนมีแต่คนญี่ปุ่น ทั้งประเภทมาเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก และวัยรุ่นหนุ่มสาว จูงมือเกี่ยวก้อยกันสลอน

อย่างไรก็ตาม ตอนแรกคิดว่ากำลังเดินเที่ยวงานวัดบ้านเรา เพราะได้ยินเสียงเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของ “หญิงลี ศรีจุมพล” ถูกคนญี่ปุ่นที่พูดไทยได้ นำไปร้องบนเวทีด้วยสำเนียงไทยปนญี่ปุ่น พร้อมแดนเซอร์สาวชาวญี่ปุ่น เต้นเลียนแบบท่า “หญิงลี” น่าหยิกน่าหยอกชะมัด

ฟังเพลงนี้แล้วอดภูมิใจไม่ได้ เนื่องจากเพลงนี้แหละที่เป็นเพลงยอดฮิตในคาราโอเกะบ้านเรายุคปัจจุบัน แล้วยังฮอตฮิตติดชาร์ตมาไกลถึงที่นี่

หลังฟังเพลงไทยสำเนียงญี่ปุ่นพอรื่นหูอยู่พักใหญ่ ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน กลิ่นหอมชวนหิวบนกระทะผัดไทย โชยมายั่วน้ำลายแต่ไกล ต้องขยับเท้าเบียดเสียดผู้คนเข้าสู่โซนอาหารและแทบไม่น่าเชื่อว่า ร้านอาหารไทยในโอซากา ที่มาออกร้านภายในบริเวณโซนอาหารจำนวน 26 ร้าน ปรากฏว่าทุกร้านมีคนญี่ปุ่นแห่เข้าคิวรอลิ้มรสชาติความอร่อยกันยาวเหยียดไปทั่วทั้งบริเวณ

โดย 5 เมนูยอดฮิต ขายดีอันดับต้นๆ ได้แก่ ผัดไทย แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ข้าวกะเพราไก่กับไข่ดาว และส้มตำไทย เรียกว่าทุกเมนูอร่อยเหาะ ทั้งผัด ทั้งปรุง ทั้งตำกันมือระวิง คอยบริการแฟนพันธุ์แท้ชาวญี่ปุ่น

บรรดาร้านอาหารไทยชื่อดัง อาทิ หนึ่งเดียว, กรุงเทพ, ไทยรุ่งเรือง, แมงโก ทรี, บ้านริมป่า ต่างมีพนักงานทั้งไทยและญี่ปุ่นส่งเสียงคำว่า อิรัชชัยมาเซ หรือแปลว่า ยินดีต้อนรับ เชื้อเชิญลูกค้าตลอดเวลา

ส่วนสนนราคาแต่ละเมนู ไม่ได้แพงหูฉี่แต่ประการใด เนื่องจากเป็นราคาควบคุมมาตรฐานเดียวกันทั้งงาน เฉลี่ยแล้วจานละไม่เกิน 500 เยน หรือประมาณ 150 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพงเว่อร์ จ่ายได้สบายกระเป๋า

เท่าที่ได้พูดคุยกับคุณแอ้ หรือ เกศินี เหลืองไพฑูรย์ เจ้าของร้านหนึ่งเดียว บอกว่า อาหารไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโอซากา เมนูยอดฮิตจะเป็นรสชาติเผ็ดทั้งหมด ต้องปรุงให้รสหวานนำ จึงถูกปากชาวญี่ปุ่น ส่วนของหวานล้างปาก ข้าวเหนียวมะม่วง ใครได้ชิมเป็นติดใจกันทุกคน

ภายในงานเดียวกันท่านกงสุลใหญ่วิชิต ยังได้จับมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นำสินค้าโอทอป อาทิ หมอนอิง เทียนหอม ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ผ้าย้อมครามธรรมชาติ เครื่องประดับ มาเปิดตลาด

อีกทั้งยังจัดโซนไทยพาวิลเลียน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย การแกะสลักผลไม้ การทำขนมไทย ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน มีคนญี่ปุ่นขอสมัครเป็นลูกศิษย์กันทุกบูธ

หลังทีมงานซอกแซกเพลิดเพลินกับอาหารอร่อยจนทั่วงาน ก็เปลี่ยนบรรยากาศเข้าโซนโน้น ออกโซนนี้ กระทั่งปะหน้าท่านกงสุลใหญ่ วิชิต ชิตวิมาน กำลังยืนลุ้นโชว์ศิลปะมวยไทย ร่วมกับแขกรับเชิญชาวญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน

ท่านกงสุลใหญ่เล่าให้ฟังว่า เพิ่งมารับตำแหน่งไม่กี่เดือน ก็ประเดิมงานใหญ่สุดในเขตคันไซ ที่ประกอบด้วย จ.โอซากา จ.เฮียวโกะ จ.เกียวโต จ.นารา จ.วากายามา จ.มิเอะ และ จ.ชิกะ เพื่อโปรโมตอาหารไทย ประเทศไทย รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ที่ยาวนานกว่า 600 ปีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

อีกทั้งเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมางานเทศ– กาลไทย ยังเคยได้รับการโหวตจากนิตยสาร คันไซ วอล์คเกอร์ นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง โหวตให้เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากเป็นอันดับหนึ่งในเขตคันไซด้วย

สำหรับปีนี้ผู้ประกอบการชาวไทยมาร่วมงานประมาณ 100 บูธ เป็นร้านอาหารไทย 26 ร้าน คนญี่ปุ่นปลื้มมาก เพราะชอบอาหารไทยหลาก หลายเมนูและจะเห็นได้ว่าแต่ละร้านมีคนญี่ปุ่นต่อแถวรอซื้ออาหารกันแน่นขนัด บางร้านต้องยืนรอกันเป็นชั่วโมง

ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงก็ไม่มีบ่น ที่สำคัญอร่อยและไม่แพงเว่อร์ ราคาจับต้องได้ ถูกอกถูกใจคนญี่ปุ่นยิ่งนัก

แถมภายในงานมีการขนผลไม้มาวางจำหน่าย แต่ละอย่างเป็นผลไม้ยอดนิยมคือ มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าว มังคุด และทุเรียน ที่ขนมาขายเป็นตันๆ ก็หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

เช่นเดียวกับสินค้าโอทอป ได้สร้างความฮือฮาจากชาวญี่ปุ่น ถึงกับมีเสียงเรียกร้องให้นำมาจำหน่ายให้เยอะมากกว่านี้ในปีถัดไป ซึ่งจุดนี้เจ้าของผลิตภัณฑ์โอทอป ต่างเห็นช่องทางบุกเบิกตลาดสินค้าที่มีเอกลักษณ์ พ่วงมาขายในงานเทศกาลไทยในโอกาสหน้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ท่านกงสุลใหญ่ วิชิตหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เห็นจะเป็นยอดคนญี่ปุ่นที่ให้ความสนใจเข้างานครั้งนี้ที่จัดแค่ 2 วัน ไม่ต่ำกว่า 110,000 คน และเงินสะพัดภายในงานประมาณ 100 ล้านบาท เลยทีเดียว

หัวหน้าทีมซอกแซกขอขอบคุณท่านทูต และท่านกงสุลที่กรุณาช่วยเผยแพร่ของดีของอร่อยจากไทยแลนด์ของเรา จนเป็นที่ฮือฮาของชาวปลาดิบในครั้งนี้ และขอขอบคุณ “ฤทธิ์ ศิษย์ ซูม” ที่รายงานอย่างได้รสได้ชาติครบถ้วน

หลังหมดงานนี้ ท่านกงสุลฯคงต้องเตรียมวางแผนล่วงหน้า หาทางรองรับคลื่นมหาชนแดนปลาดิบในงานปีหน้าเอาไว้พลางๆ เอาอาหารกับสินค้าโอทอปนี่แหละเป็นทัพหน้า สร้างรายได้หลักเข้าประเทศต่อไป.

“ซูม”

31 พ.ค. 2557 09:44 ไทยรัฐ