วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สูงสุดคืนสู่สามัญ

คสช.ประกาศโรดแม็ป 3 ขั้นตอนก่อนจะไปสู่การสร้าง ประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้ง ยังเดาใจไม่ได้ว่าจะคงรูปแบบบริหารประเทศแบบไหน จะจบแบบสวยหรือซ้ำรอยเดิมต้องตามลุ้น

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้การขับเคลื่อนประเทศหลัง คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศอันมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะก็เริ่มคลายปมปัญหาทีละเปลาะ

นั่นคงเป็นเพราะมีการวางแผนการดำเนินการล่วงหน้ามาก่อน พูดง่ายๆ ก็คือทำการบ้านมาค่อนข้างดี

ที่สำคัญก็คือประชาชนให้การ สนับสนุน

ต่างกับการยึดอำนาจของ คมช. ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้นำเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 นั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อนคือตัดสินใจปุ๊บทำปั๊บก็เลยฉุกละหุกพอสมควร

เหตุผลการทำรัฐประหารครั้งนั้นก็เป็นสูตรสำเร็จไม่ต่างไปจากที่ผ่านๆมา เช่น รัฐบาลบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ใช้อำนาจ บาตรใหญ่ การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น

เมื่อได้อำนาจแล้วก็มุ่งไปที่เหตุผลที่อ้างเอาไว้ เสร็จแล้วก็ร่างธรรมนูญปกครองขึ้นมาใช้ ตั้งนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ มีสภานิติบัญญัติ มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

“อำนาจ” ทั้งหมดจึงถูกผ่องถ่ายไปที่รัฐบาลชุดใหม่

แม้จะพุ่งไปที่ปัญหาทุจริตด้วยการตั้ง คตส. เป็นผลให้มีการยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้นที่ดูเป็นเนื้อเป็นหนังหน่อย

แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศได้

มาถึงยุค คสช. ที่อ้างเหตุผลว่าต้องการให้ประเทศเกิดความสงบ เกิดความปรองดอง และต้องการปฏิรูปประเทศทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ

ไม่ได้กล่าวอ้างถึงรัฐบาลชุดที่แล้วแม้แต่น้อย

หรือคิดว่าตอนนั้นไม่มีรัฐบาลแล้ว

แม้ว่าในข้อเท็จจริงปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็มีสภาพไม่ต่างกัน แต่ปัญหาใหญ่สุดของประเทศก็คือ ความแตกแยกของคนไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ที่น่าสังเกตก็คือ การวางตัวของกองทัพที่เริ่มจากการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองแต่ฝ่ายการเมืองก็แก้ปัญหาไม่ได้จึงประกาศใช้กฎอัยการศึก

ให้ 7 ฝ่าย ที่มีส่วนในปัญหาให้มาเจรจากัน แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายก็เข้าควบคุมอำนาจการปกครองอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

จากนั้นก็เริ่มกระบวนการปรองดองด้วยการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทุกฝ่ายเข้ามารายงานตัวแล้วควบคุมตัวเอาไว้เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่แล้วปล่อยตัว

พร้อมๆกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โยกย้ายข้าราชการที่ติดตามพฤติการณ์มาตลอดว่าทำให้เกิดปัญหา ตั้งทีมงานที่ปรึกษา 10 คน

จ่ายหนี้ให้ชาวนาจากโครงการรับจำนำข้าว

เข้าควบคุมการบริหารราชการทั้งหมด เพื่อให้ดำเนินการตามแนวทางที่ คสช. เห็นว่าควรทำอย่างเร่งด่วนในทุกด้าน

จากนั้นก็ตั้งศูนย์ปรองดองและสมานฉันท์ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดจนถึงระดับประเทศเพื่อให้คู่ความขัดแย้งปรับเปลี่ยนความคิดกันใหม่

และเปิดโรดแม็ป คสช. ที่จะดำเนินการต่อไปเป็น 3 ขั้นตอน

1.การบริหารราชการตามปกติ รวมถึงกฎหมายพิเศษเพื่อการขับเคลื่อน

2.การสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อเข้าสู่การมีรัฐธรรมนูญปกครอง สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ

3.เป็นเรื่องของการนำไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบด้วยการเลือกตั้ง

ข้อสังเกตก็คือ ไม่ได้พูดถึงนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่

เหนืออื่นใด ปัญหาสำคัญที่สุดก็คือระยะที่ 1 นี่แหละว่า คสช. จะดำเนินการให้ลุล่วงไปได้คือโจทย์ที่ยากที่สุด

ที่ชี้ผลสัมฤทธิ์ของ “คสช.”– “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”!!!

“ลิขิต จงสกุล”

31 พ.ค. 2557 08:58 31 พ.ค. 2557 08:58 ไทยรัฐ