ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    5 คดีฆาตกรรมปริศนาปิดไม่ลง แห่งแดนอาทิตย์อุทัย

    ไทยรัฐออนไลน์30 พ.ค. 2557 09:24 น.
    SHARE

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดคดีสะเทือนขวัญชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ เมื่อมีผู้พบศพหญิงสาว ทราบชื่อภายหลังว่า โอคาดะ ริกะ พยาบาลอายุ 29 ปี อยู่ในกล่องพัสดุซึ่งระบุว่าภายในเป็น 'ตุ๊กตา' ที่ถูกส่งถึงล็อกเกอร์เก็บของในกรุงโตเกียวของผู้ตายเอง สภาพศพของเธอมีบาดแผลถูกแทงหลายสิบแผล แต่ไม่พบบาดแผลที่แสดงให้เห็นถึงการพยายามป้องกันตัวที่แขนหรือมือของเธอเลย

    จากการสืบสวนทำให้ทราบว่า น.ส.โอคาดะ หายตัวไปตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่ค่าเช่าล็อกเกอร์ที่เธอเช่าไว้กลับได้รับการชำระผ่านบัตรเครดิตของเธอเอง ล่าสุด มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนจับกุมหญิงสาวรายหนึ่ง ฐานใช้หนังสือเดินทางของ น.ส.โอคาดะ ในการเดินทางเข้าประเทศ ก่อนที่เธอจะเข้ามอบตัวที่สถานกงสุลญี่ปุ่นในนครเซี่ยงไฮ้ และเธอจะถูกส่งตัวกลับญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ เพื่อรับการสืบสวนหาความเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.โอคาดะ

    คดีฆาตกรรม น.ส.โอคาดะ เป็นคดีปริศนาที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีกคดีที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ทำให้นึกย้อนไปในอดีตของแดนอาทิตย์อุทัย ที่เคยพบเจอกับคดีฆาตกรรมหฤโหดและซับซ้อนจนไม่อาจปิดคดีลงได้มากมาย ซึ่งไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมตัวอย่างคดีฆาตกรรมปริศนาในญี่ปุ่นที่ยังปิดไม่ลง 5 คดีมาให้ได้อ่านกันดังนี้

    1. คดีฆ่าหั่นศพที่สวนสาธารณะอิโนะคาชิระ

    สวนสาธารณะอิโนะคาชิระ

    คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน โดยในช่วงเช้าของวันที่ 23 เม.ย. ปี ค.ศ.1994 คนงานคนหนึ่งพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกยัดใส่ถุงอยู่ในถังขยะที่สวนสาธารณะอิโนะคาชิระในกรุงโตเกียว อวัยวะที่พบได้แก่ มือ 2 ข้าง, เท้า 2 ข้าง ไหล่ด้านขวา, ข้อเท้า และเศษเนื้อกับกระดูกจำนวนมาก รวมทั้งหมด 24 ชิ้น ขณะที่ส่วนศีรษะ, หน้าอก และของลับ ยังไม่พบจนถึงทุกวันนี้

    ศพดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นของสถาปนิกชั้นนำอายุ 35 ปีคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งนามสมมติว่า 'เอส' (S) ซึ่งถูกพบขณะมีชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 22:00 น. วันที่ 22 เม.ย. โดยมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า มีคนที่มีลักษณะคล้ายกับเอส อยู่กับชาย 2 คนในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน และชาย 2 คนนี้ ก็เข้าไปที่สวนสาธารณะอิโนะคาชิระ ในเวลา 04:00 น. วันที่ 23 เม.ย.

    ผลการชันสูตรชี้ว่า ศพของเอสถูกล้างจนสะอาดและถูกดูดเลือดออกไปจนหมด ซึ่งผู้ทำต้องมีทักษะและการฝึกฝนทางการแพทย์อย่างมาก ก่อนถูกสไลด์เป็นชิ้นเล็กขนาดเพียง 1 ซม. ด้วยเลื่อยไฟฟ้า ขณะที่ส่วนกล้ามเนื้อถูกตัดออกไปอย่างระมัดระวัง ศพไม่มีร่องรอยการถูกทุบตีหรือการใช้ยาใดๆ จึงไม่อาจระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่มีร่องรอยของการเลือดออกภายในที่กล้ามเนื้อเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่า ชายผู้นี้อาจถูกตัดอวัยวะในขณะที่ยังมีชีวิต

    ด้านการสืบสวน เพื่อนและคนรู้จักทุกคนของเอสถูกสอบปากคำทั้งหมด และห้องของเอสก็ถูกตรวจค้นอย่างละเอียด แต่ไม่ได้หลักฐานหรือคำให้การใดๆ ที่เป็นประโยชน์เลย 11 เดือนหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ร่วมสืบสวนคดีนี้ ถูกเกณฑ์ไปสืบคดี การโจมตีด้วยแก๊สซารินที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว ทำให้การสืบสวนหยุดชะงัก และในปี 2009 คดีนี้ก็หมดอายุความ ทั้งที่ยังทิ้งปริศนาไว้มากมาย

    2. คดีฆาตกรรม คาชิวากิ อากิโอะ

    คาชิวากิ อากิโอะ

    คาชิวากิ อากิโอะ มีฉายาว่า 'นักรบ' เป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผู้มั่งคั่ง และเป็นที่รู้กันดีว่าเขาชอบไปเล่นการพนันที่กาสิโน ในเมืองแอตแลนตา ซิตี และลาสเวกัส ด้วยเงินคราวละมากๆ คาชิวากิ มีบ้านและสำนักงานเป็นของตัวเองในกรุงโตเกียว นอกจากนี้ยังเปิดกิจการบริษัทชื่อ คาชิวากิ โชจิ คอมพานี และอ้างว่าตัวเองมีรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี เป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อมูลการเงินของเขาเป็นความลับมากจนเจ้าหน้าที่กาสิโนจัดเครดิตของเขาไว้ในระดับ นักธุรกิจเท่านั้น

    คาชิวากิชอบเล่นเกมพนันบัคคาร่า ด้วยเงินเดิมพันจำนวนมากๆ ครั้งละ 1-200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังเขาไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาทที่กาสิโนของมหาเศรษฐี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองแอตแลนตาซิตี ในปี 1990 ในตาที่เขาลงเงินเดิมพันเป็นจำนวนถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะออกจากกาสิโนพร้อมชิปเงินมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ และเสียไปถึง 10 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากตกลงกันไม่ได้

    ในวันที่ 3 ม.ค. 1992 คาชิวากิถูกพบเป็นศพที่บ้านของเขาในญี่ปุ่น ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ โดยสภาพศพถูกแทงด้วยดาบซามูไรไม่น้อยกว่า 150 ครั้ง โดยจากการสืบสวนพบว่า ในช่วงที่เขาเสียชีวิต คาชิวากิเป็นหนี้บ่อนกาสิโนเป็นจำนวนหลายล้านดอลลาร์ฯ แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้ต้องสงสัย และคดีนี้ก็ยังปิดไม่ลงจนถึงทุกวันนี้

    3. คดีฆาตกรรมพาราควอต

    ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติในญี่ปุ่น

    คดีฆาตกรรมพาราควอต เป็นคดีโจมตีไม่เลือกหน้าด้วยเครื่องดื่มใส่ยาพิษ ที่หลอนคนญี่ปุ่นในปี 1985 โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับคนร้ายได้เลย นอกจากเขาหรือพวกเขาก่อเหตุโดยวางเครื่องดื่มผสมยาพิษไว้ในหรือข้างเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ โดยเครื่องดื่มที่ใช้ในการก่อเหตุทั้งหมดผสมด้วยยากำจัดศัตรูพืช 'พาราควอต' เว้นเพียงครั้งเดียวที่ใช้สาร 'ไดควอต' ซึ่งเป็นยากำจัดศัตรูพืชเช่นกัน

    การวางยาครั้งแรกและผู้เสียชีวิตรายแรกในคดีนี้เกิดขึ้นในวันที่ 30 เม.ย. 1985 ที่เมืองฟุคุยามะ ในจังหวัด ฮิโรชิมะ โดยเครื่องดื่มผสมยาพิษถูกวางอยู่บนเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ หลังจากนั้นก็เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกถึง 11 ครั้ง ระหว่างวันที่ 11 ก.ย. ถึง 17 พ.ย. โดยส่วนใหญ่เครื่องดื่มผสมยาพิษจะถูกวางไว้นอกเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ ส่งผลให้ผู้บริการต้องนำป้ายเตือนมาติด ว่าไม่ให้ประชาชนดื่มน้ำจากเครื่องดื่มที่พบในหรือรอบเครื่องขายน้ำฯ และการวางยาก็หยุดลงตั้งแต่นั้น โดยไม่มีการพบตัวผู้ก่อเหตุ

    หลังจากนั้นมีผู้พยายามเลียนแบบฆาตกรพาราควอตหลายครั้ง โดยครั้งหนึ่งมีผู้วางเครื่องดื่มผสมกำมะถัน 'ไลม์ ซัลเฟอร์' ในเครื่องขายน้ำฯ กรุงโตเกียว และมีผู้พยายามทำร้ายตัวเองด้วยเครื่องดื่มผสมยาพิษ เพื่อคืนชีพฆาตกรพาราควอตด้วย

    4. คดีฆาตกรรมยกครัวใน เซตะงายะ

    ภาพถ่ายครอบครัวตระกูลมิยาซาวะ ที่หน้าบ้านของพวกเขา

    คดีนี้นับเป็นคดีที่อุกอาจที่สุดคดีหนึ่งในญี่ปุ่น โดยเมื่อเช้าวันที่ 31 ธ.ค. 2000 มีผู้พบศพของนาย มิยาซาวะ มิกิโอะ วัย 41 ปี, นางยาสุโกะ ภรรยาวัย 41 ปีของเขา รวมถึง นีน่า ลูกสาววัย 8 ขวบกับเรย์ ลูกชายวัย 6 ขวบ เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านของพวกเขา ที่เขตเซตะงายะ ในกรุงโตเกียว โดยลูกชายของนายมิยาซาวะเสียชีวิตจากการรัดคอ ส่วนที่เหลืออีก 3 คนถูกของมีคมแทงจนเสียชีวิต ผลจากการตรวจสอบลายนิ้วมือและหลักฐานอื่นๆ พบว่าหลังจากก่อฆาตกรรม คนร้ายยังใช้คอมพิวเตอร์ และทานไอศกรีม ในอยู่ในบ้านหลังนี้เป็นเวลา 11 ชั่วโมงก่อนจากไปในเช้าวันรุ่งขึ้น

    หลังเกิดฆาตกรรม ตำรวจพบว่า เสื้อผ้าและอาวุธมีดที่คนร้ายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ซื้อมาจากจังหวัด คานะกาวะ รวมถึงพบหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ 3 ชนิดในเสื้อกันหนาวและกระเป๋าที่พบในที่เกิดเหตุ เสื้อกันหนาวดังกล่าวเพิ่งวางจำหน่ายเพียง 2 เดือนก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผลการตรวจรหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) พบว่าคราบเลือดจุดหนึ่งที่พบในที่เกิดเหตุ ไม่ได้เป็นของครอบครัวเคราะห์ร้ายครอบครัวนี้ ทำให้เชื่อว่าฆาตกรมีแม่เป็นชาวยุโรป โดยอาจเป็นประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือ ทะเลอาเดรียติก ส่วนการวิเคราะห์โครโมโซม-วาย พบว่าพ่อของคนร้ายเป็นชาวเอเชีย

    จนถึงวันนี้ มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีนี้กว่า 190,000 นาย มีเจ้าหน้าที่ 40 นายได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ รวมถึงได้รับข้อมูลจากสาธารณะกว่า 16,000 ชิ้น แต่ฆาตกรก็ยังคงลอยนวล แม้มีการตั้งรางวัลนำจับ 3-10 ล้านเยน สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่ตัวคนร้าย หรือข้อมูลที่ทำให้สามารถจับกุมคนร้ายได้

    5. คดีการเสียชีวิตของชิโมยามะ ซาดาโนริ

    ชิโมยามะ ซาดาโนริ

    คดีนี้เริ่มจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของนาย ชิโมยามะ ซาดาโนริ ประธานคนแรกของการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (เจเอ็นอาร์) เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 1949 และถูกพบเป็นศพเสียชีวิตในวันต่อมา โดยไม่แน่ชัดจนถึงวันนี้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือการฆาตกรรม

    นาย ชิโมยามะ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานการรถไฟฯ เพียงเดือนเดียวกันกับที่เสียชีวิต เขามีส่วนรับผิดชอบแผนการปลดพนักงานของเจเอ็นอาร์ขนานใหญ่ โดยในวันที่ 4 ก.ค. 1949 เขาประกาศแผนปลดพนักงานถึง 30,000 ตำแหน่ง เช่นวันที่ 5 ก.ค. เขาออกจากบ้านที่เมืองโอตะ ในกรุงโตเกียว ในเวลา 08:20 น. เพื่อไปทำงาน โดยแวะห้างฯ มิตสึโคชิ ในเมืองนิฮานบาชิ ในเวลาประมาณ 09:37 น. และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ทราบข่าวของเขา ก่อนที่ ศพของนายชิโมยามะ ถูกพบในวันที่ 6 ก.ค. โดยศพในสภาพแหลกเหลวบนรางรถไฟสายโจบัน ซึ่งอยู่ระหว่างสถานี คิตะ-เซนจู และสถานีอายาเซะ ตำรวจระบุว่า เขาถูกรถไฟชนจนเสียชีวิต

    ผลการชันสูตรศพซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ ทาเนะโมโตะ ฟุรุฮาตะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ระบุว่า นายชิโมยามะ เสียชีวิตก่อนที่เขาจะถูกรถไฟชน และพบอาการเลือดออกภายในซึ่งสามารถทำให้เสียชีวิต อาจมีสาเหตุจากการถูกกระแทก เช่น การเตะ แต่ไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ด้านเจ้าหน้าที่นิติเวชเทศบาลกรุงโตเกียว ซึ่งได้ชันสูตรศพของนายชิโมยามะเช่นกัน ระบุว่า การเสียชีวิตของเขาเป็นการฆ่าตัวตาย และอาการเลือดออกภายในที่พบเกิดเพราะถูกรถไฟชน

    หลังจากการเสียชีวิตของนายชิโมยามะ ก็เกิดเหตุรถไฟพุ่งชนสถานีมิตากะ ในกรุงโตเกียว ในวันที่ 15 ก.ค. หรือเพียงสิบวันต่อมา มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ และเหตุรถไฟตกรางระหว่างสถานีคานายากาวะ และสถานีมัตสึกาวะ เมื่อ 17 ส.ค. ปีเดียวกันมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ตำรวจเชื่อว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นการก่อวินาศกรรม แต่ก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ จนคดีทั้ง 3 (รวมคดีของนายชิโมยามะ) ถูกเรียกว่า 3 ปริศนาของการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สะเทือนขวัญญี่ปุ่นโอคาดะ ริกะกล่องพัสดุหายตัวไปจับกุมสถานกงสุลญี่ปุ่นเซี่ยงไฮ้คดีปริศนาซับซ้อนซ่อนเงื่อนแดนอาทิตย์อุทัยปิดคดีไม่ลงฆาตกรรมฆาตกรฆ่าตัวตาย

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo