วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบ BMW M3/M4 (ตอนที่ 2)

M3/M4 มีระบบส่งกำลังให้เลืิอกใช้สองแบบ แบบแรกคือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตามด้วยเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดหรือ M-DCT เกียร์ธรรมดา 6 สปีดมีน้ำหนักตัวเบาลง 12 กิโลกรัม เป็นเกียร์ 6 สปีดจาก 1M ที่ถูกปรับไส้ในเพื่อทำให้มันมีความทนทางและสามารถรับแรงได้ดีขึ้น ปลอกลูกปืนแบบคาร์บอนที่บริเวณซิงโครเมคเกียร์ พร้อมตัวช่วยในการเบิ้ลรอบเครื่องยนต์ตอนเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ (ระบบเบิ้ลรอบเครื่องยนต์จะไม่ทำงานในโหมด Sport Plus ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดโดยปล่อยให้การใช้รอบเครื่องยนต์ขึ้นตรงต่อเท้าของผู้ขับ

ส่วนเกียร์ออโตกึ่งอัตโนมัตแบบที่ใช้คลัตซ์ 2 ชุด ยกมาจาก M5/M6 ซึ่งก็คือเกียร์ของ M3 e92 แต่ถูกปรับไส้ในให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เฟืองท้ายที่ทดให้สั้นลง ส่งผลให้การเปลี่ยนอัตราทดว่องไวขึ้น เกียร์สามารถรับแรงบิดที่เกินระดับ 550 นิวตันเมตร ได้อย่างสบายๆ เหมาะกับเจ้าของ M ที่นิยมนำรถไปจูนเพื่ออัพแรงม้าให้มากกว่าเดิม หรือนำไปลงแข่งในสนามแข่งรถ เฟืองท้ายแบบ M-Limited Slip Differential เป็นเฟืองแบบลิมิเต็ทไฟฟ้า มีกล่องสมองกลที่คอยรับข้อมูลที่ส่งมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งรวมถึงตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ มุมองศาของพวงมาลัย

จากนั้นระบบจะประมวลผลไปยังชุด Differential ว่าจังหวะใดควรจะปล่อย หรือล็อกเฟืองท้าย หรือล็อกแบบ 100% มันช่วยเข้ามาแทนที่การทำงานในแบบกลไกสปริง ทำให้การเกาะถนนดีขึ้น ลดอาการอันเดอร์สเตียร์ ทำให้รีดแรงบิดลงพื้นได้อย่างเต็มที่ ระบบ M Diff ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่รุ่นที่แล้วเป็นเฟืองท้ายแบบกลไกควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ซึ่งจะส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อหลังที่ใช้ในการขับเคลื่อน และทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่มี 2 บุคลิก คือ เกาะถนนสุดๆ กับดริฟแบบควันท่วมล้อได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดการขับขี่และฝีมือของผู้ที่ควบคุม



รุ่นที่สามของเกียร์ M-DCT วิศวกรของแผนก M ใช้การตั้งค่ามาตรฐานในแง่ของการรับแรงบิดและความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ ที่มีความรวดเร็วโดยไม่มีการประนีประนอม เกียร์กึ่งออโตลูกนี้ยังถูกออกแบบมา เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เกียร์ยังให้อารมณ์ของความเป็นรถสปอร์ตเมื่อขับเร็วขึ้น สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ สามารถกระทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติ ปล่อยให้โหมดการขับเคลื่อนตัดสินใจเลือกอัตราทดด้วยตัวของมันเอง หรือเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับเอง โดยในโหมดอัตโนมัติ M-DCT ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว โดยไม่มีการหยุดชะงัก ช่วยให้ประสิทธิภาพของแรงบิดถูกปล่อยลงไปยังเฟืองท้ายได้ดีขึ้น ที่ความเร็วต่ำ ระบบคลัตช์คู่ ควบคุมเสถียรภาพการทำงานให้มีความลื่นไหลต่อเนื่อง M DCT ยังมีฟังก์ชั่นโหมด Drivelogic ที่สามารถเลือกโดยคนขับ เพื่อให้ BMW M3 และ M4 มีความสะดวกสบายในการใช้งานบนชีวิิตประจำวัน



เกียร์ M-DCT ต่อเชื่อมด้วยเพลากลางแบบคาร์บอนที่มีราคาแพงและมีน้ำหนักเบา เพลาที่ผลิตจากวัสดุผสม ทำให้มันมีน้ำหนักเบาขึ้นอีก 5 กิโลกรัม เมื่ิอเทียบกับเพลากลางของ M ตัวก่อนหน้านี้ เพลาคาร์บอนยังเข้ามาช่วยลดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง รวมถึงยังแข็งแกร่งขึ้น เสริมในด้านของการตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในระดับยิ่งยวด คุณสมบัติของวัสดุ CFRP ที่ใช้ประกอบขึ้นเป็นเพลากลาง เน้นไปที่การรับแรงบิดจากเกียร์ ส่งตรงไปยังเฟืองท้าย มันทำงานภายใต้ภารกรรมที่หนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ในรถ M Car ความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจและน้ำหนักเบาของเพลากลางแบบคาร์บอน เพลาขับถูกสร้างขึ้นเป็นแบบชิ้นเดียว วิศวกรของ M ประสบความสำเร็จในการลดมวล การหมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุดด้วยความเสถียร เกียร์ M-DCT ทำงานพ่วงต่อกับ Active M Differential ภายในชุดเฟืองท้าย รับหน้าที่ปรับการส่งถ่ายแรงบิดของล้อขับเคลื่อนทั้งสองฝั่งให้มีความเหมาะสมกับสภาพการของการขับขี่ ความเร็วและรูปแบบในการเข้าโค้ง

ชุดเฟืองท้าย ประกอบด้วย Multiple Plate Clutch สองชุด แยกการทำงานฝั่งซ้ายและขวา โดยระดับของการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อขึ้นตรงกับ ECU ระบบ Driveing Stability Control หรือตัวช่วยควบคุมการทรงตัวถูกอัพให้มีความแตกต่างจาก Series-3 รุ่นมาตรฐาน เพื่อทำให้มีความเหมาะสมกับแรงม้า 430 ตัว และแรงบิดระดับ 550 นิวตันเมตร ระบบควบคุมการทรงตัวใน M3/M4 มาพร้อมกับ M Dynamic Mode ซึ่งรับหน้าที่เชื่อมโยงระบบควบคุมการทรงตัวให้ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน เช่น Dynamic stability control / M Specific Servotronic Steering / BMW Adaptive M Suspension / Active M Differential



Active M Differential คือ หนึ่งในบรรดาองค์ประกอบอื่นๆ ในฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มความยึดเกาะแบบไดนามิกของรถ BMW M3 และ M4 ใช้การควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยควบคุมที่เชื่อมโยงกับ DSC Dynamic Stability Control (ระบบควบคุมเสถียรภาพ แบบไดนามิก) ระบบควบคุมจะมุ่งจับข้อมูลไปที่ตำแหน่งของการเหยียบคันเร่ง ความเร็วในการหมุนของล้อ และอัตราการหันเหของตัวรถในทุกสถานการณ์ สมองกลของเฟืองท้าย Active M Differential มีการวิเคราะห์อย่างแม่นยำ โดยจะตอบสอนงอย่างรวดเร็วต่อล้อขับเคลื่อนที่มีการสูญเสียแรงยึดเกาะ

สำหรับระดับของการสั่งให้เฟืองท้ายล็อก จะเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที ทำให้ล้อที่กำลังหมุนโดยขาดแรงยึดเกาะจะกลับมายึดเกาะกับผิวถนนอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดอาการสูญเสียการเกาะถนน ที่ล้อขับเคลื่อนล้อใดล้อหนึ่ง การทำงานโดยสั่งให้ล็อกแบบ 100% หรือน้อยกว่า มีความแตกต่างผกผันกันไปตามสถานะการของการขับขี่ รวมถึงการประมวลผลของแรงเสียดทาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างรวดเร็ว ระบบ Active M Differential ช่วยทำให้ส่วนท้ายเกิดความเสถียร มันเหมาะสำหรับสภาวะของการขับที่มีความท้าทาย และช่วยทำให้อัตราเร่งน่าประทับใจ



ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ในรถ BMW M3 และ M4 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่จาก BMW M GmbH และองค์ประกอบที่สำคัญ ในการเชื่อมโยงกันระหว่างคนขับและรถยนต์ มันถูกปรับตั้งน้ำหนักผกผันไปตามความเร็ว ตลอดจนโหมดของการขับขี่ ที่จะเชื่อมความรู้สึกพวงมาลัยไปยังผู้ขับขี่โดยตรง

พวงมาลัยไฟฟ้ามีความแม่นยำ มันเต็มไปด้วยฟังก์ชั่น แบบบูรณาการ ครอบคลุมการขับขี่ด้วยการปรับตั้งน้ำหนักแบบอัตโนมัติ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Servotronic วาล์วและมอเตอร์ปรับระดับของน้ำหนักตามความเร็วให้มีค่าที่เหมาะสมกับลักษณะของการขับขี่ พวงมาลัยสำหรับ BMW M3 และ M4 ยังทำงานเชื่อมโยงกับโหมดการขับผ่านการตั้งค่า ผู้ขับสามารถเลือกโหมด COMFORT / SPORT / SPORT + ช่วยให้ระดับของน้ำหนักมีความเหมาะสมไปกับความเร็วในขณะนั้นๆ กลศาสตร์ขั้นสูงของแกนพวงมาลัย กับซอฟต์แวร์ที่ปรับตั้งมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความแม่นยำ และตอบสนองอย่างน่าทึ่ง โดยเชื่อมโยงการทำงานกับระบบรองรับได้เป็นอย่างดี



พวงมาลัยไฟฟ้า คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน M Car ตัวล่าสุด วิศวกรของ M GmbH วางแผนงานการสร้างความรู้สึกใหม่ในระบบบังคับเลี้ยวบนรถสปอร์ตที่มีกำลังมากถึง 430 แรงม้า เป้าหมายในการสร้างมันออกมาให้มีประสิทธิภาพ ที่เหนือกว่าพวงมาลัยของรถคู่แข่ง โดยภาพรวม พวงมาลัยของ M3/M4 เหนือกว่า M3 e92 รุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน ในด้านของการทดน้ำหนักและการส่งถ่ายอารมณ์ความรู้สึกของการควบคุม น้ำหนัก การตอบสนอง และความแม่นยำ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมวาล์วแบบใหม่ กลบเกลื่อนสิ่งที่เคยขาดหายไปใน M3 e92 นอกจากสัมผัสที่ดีเยี่ยมแล้ว มันยังมีน้ำหนักลดลงอีก 3 กิโลกรัม รวมถึงยังช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 5%



แซสซีส์ที่ดีจะช่วยทำให้การควบคุมมีความง่ายมากยิ่งขึ้น แซส์ซีส์ยังส่งผลไปถึงการยึดเกาะและความแข็งแกร่งของโครงสร้าง แซสซีส์ของ M3/M4 ถูกสร้างออกมาให้มีลักษณะเฉพาะตัว ที่มีความแตกต่างจาก Series-3F30 เหล็กกันโคลงและค่าความแข็งของสปริงทั้งรุ่น 2 หรือ 4 ประตู จะเท่ากันพอดิบพอดี ส่วนความแข็งของโช้กอัพนั้นแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งทำให้ M3 ส่งถ่ายความรู้สึกที่นิ่มนวลกว่า ส่วน M4 นั้นให้อารมณ์เหมือนกับการควบคุมเครื่องจักรพลังสูงที่แข็งแกร่ง และไม่มีความโอนอ่อนผ่อนคลายให้กับใคร ในช่วงของการพัฒนา นักขับรถแข่งชื่อดัง Timo Glock ซึ่งปัจจุบันเป็นมือแข่งภายในทีม DTM ได้ลงทดสอบรถต้นแบบแล้ว ช่วยให้คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับแซสซีส์และระบบรองรับ

การปรับปรุงในขั้นตอนของการพัฒนามาเสร็จสิ้นลงในช่วงสุดท้าย ด้วยการเลือกขนาดของล้อ ระบบห้ามล้อและชุดควบคุมการทรงตัว โครงสร้างของช่วงล่างถูกปรับจากเดิม จุดยึดของแพหลัง ถูกยึดติดเข้ากับตัวรถโดยตรง เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดอาการบิดตัว ทำให้ล้อหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนทำงานได้อย่างเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน แพหน้าที่ทำขึ้นทั้งชิ้นจากอะลูมินั่มอัลลอย นอกจากจะช่วยทำให้ชิ้นส่วนที่เพิ่มเข้ามามีน้ำหนักเบาลงแล้ว ยังช่วยเสริมในด้านของความแข็งแรงอีกด้วย น้ำหนักของแพหน้าลดลงไปอีก 5 กิโลกรัม และ 3 กิโลกรัมที่ด้านหลัง ส่วนจานเบรกแบบคาร์บอน พร้อมด้วยคาร์ลิบเปอร์ M สีทองแบบ 6 พอต ที่ด้านหน้าสามารถกำราบม้า 430 ตัวให้เชื่องลงได้อย่างรวดเร็ว





ท่อระบายไอเสียไล่จากท่อหน้าที่ติดกับตัวเครื่องไปจนถึงส่วนท้ายผลิตขึ้นจากสแตนเลสแบบหนา ท่อระบายไอเสียในขั้นตอนของการทดสอบ มีการปรับตั้งเสียงของเครื่องยนต์ที่ออกไปยังท่อท้ายในทุกย่านความเร็วรอบ ท่อไอเสียมีระบบลิ้นปีกผีเสื้อ ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า มันสามารถทำให้เสียงที่ถูกขับออกมา มีหลายระดับ แตกต่างกันออกไปตามโหลดที่เกิดขึ้น ผกผันไปกับรอบเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักเบากว่า

สำหรับล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วลาย M ในBMW M3 /M4 ออกแบบใหม่หมดทั้งวงด้วยก้านวงแบบ 5 ก้านคู่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้อะลูมิเนียม ซึ่งจะช่วยลดมวลใต้สปริงได้อีก 3 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ การเชื่อมต่อระหว่างเฟรมกับล้อ เพื่อให้บรรลุระดับใหม่ของการขับรถ โดยมีความแม่นยำ แต่ไม่ละเลยในด้านของความสะดวกสบาย มันคือ ความลงตัวของเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ผสานกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ส่วนการพัฒนายางสปอร์ตประสิทธิภาพสูงสำหรับรถ M3/M4 ได้รับการรวมอยู่ในขั้นตอนของการสร้าง โดยใช้หลักการของรถสปอร์ตที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น รถ BMW M3 และ M4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกหลังพวงมาลัย และความแม่นยำในการบังคับทิศทาง การพิจารณาที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนายางสำหรับล้อหน้า-หลัง เพื่อส่งถ่ายเสถียรภาพ วิศวกรได้เลือกใช้งานยาง Michelin รุ่น Pilot Super Sport ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้านหน้าขนาด 255/35ZR19 ส่วนล้อหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใส่ยางเส้นเขื่ิองขึ้นอีกนิดที่ 275/30ZR19



Cockpit ของ M3/M4 เหมือนกันทุกอย่าง มันคือ ส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวจากคอนโซลของ Series-3 F30 โดยมีอุปกรณ์สำหรับการปรับตั้งเพิ่มเติมเข้ามาในบางจุด เบาะแบบสปอร์ตโอบรัดและให้ความรู้สึกที่มั่นคงเมื่อนั่งลงไปยังตำแหน่งควบคุม เบาะปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำทำจากหนังแท้และผ้าเนื้อดี กึ่งกลางของตัวเบาะมีตราสัญลักษณ์ M บ่งบอกให้คนนั่ง หรือคนขับรับรู้ว่า กำลังนั่งอยู่บนรถที่ไม่ธรรมดา คอนโซลกลางทั้งผืนภายในทำจากโฟมขึ้นรูป ห่อหุ้มด้วยวัสดุคล้ายหนัง คาดกึ่งกลางคอนโซลด้วยงานคาร์บอนโชว์ลาย จอภาพมัลติฟังก์ชั่นที่ผสานการทำงานกับระบบ iDRIVE มีขนาด 8 นิ้ว แม้จะพับเก็บไม่ได้เหมือนของ Z4 แต่จอดังกล่าวก็ถูกออกแบบให้เข้ากับทรงของคอนโซลอย่างสวยงาม

ช่องแอร์ทรงเหลี่ยม กรุด้วยงานคาร์บอนโชว์ลายเหมือนเดิม แผงประตูไล่ระดับของโทนสี เพื่อให้มีความกลมกลืนกับพื้นผิวและโทนสีโดยรวมของห้องโดยสาร แผงประตูคาดด้วยงานอัลลอย โดยมีวัสดุพวกหนังแท้และผ้าเนื้อดีที่เข้ากันกับตัวเบาะ คอนโซลที่หุ้มห่อด้วยหนงแท้ยังโชว์ความประณีต บรรจง ในงานประกอบ ห้องโดยสารของแผนก M ด้วยการใช้ด้ายสีขาวเย็บเดินตะเข็บคู่ สำหรับห้องโดยสาร M3/M4 ที่เจ้าของต้องการให้มีโทนสีที่สว่าง สามารถเลือกใช้สีสันของภายในได้ 4 แบบ ซึ่งส่วนใหญ่มีดีไซน์ของสีสันที่เน้นความกลมกลืน หรือความดุดัน ตามแต่ความต้องการของลูกค้า



พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มีขนาดรอบวงเหมาะสำหรับฝรั่ง แต่สำหรับคนเอเชีย มันให้ความรู้สึกใหญ่ไปนิด พวงมาลัยไฟฟ้ารอบวงหุ้มด้วยหนังแท้เนื้อนิ่ม เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายลาย M สีแดง ฟ้าและน้ำเงินสลับกับไป-มาอย่างสวยงาม พวงมาลัยของ M ติดตั้งสวิตช์ ปรับตั้งฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การควบคุมเครื่องเสียง รับโทรศัพท์ ปรับตั้งระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ หลังวงพวงมาลัยมีก้าน Paddle Shift เรียวเล็ก ติดตั้งอยู่ทั้งสองข้างสำหรับการชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift ตัวแป้นเปลี่ยนเกียร์ทำจากอัลลอย คล้าย Paddle ของ Porsche 911 เพียงแต่มีขนาดที่เรียวเล็กสมส่วนมากกว่า แป้นสำหรับกดแตรออกแบบให้มีทรงที่กลมมน หุ้มเดินขอบด้วยวัสดุประเภทอัลลอย



หน้าปัดมาตรวัดแตกต่างจาก Series-3 F30 อย่างเห็นได้ชัด มาตรวัดความเร็วถูกปรับให้มีค่าตัวเลขความเร็วมากยิ่งขึ้นจาก 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน Series-3 รุ่นมาตรฐานไปเป็น 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาตรวัดรอบมีตัวเลข 8500 รอบต่อนาที โดยมีไฟสัญญาณแจ้งเตือนถึงรอบสูงในย่านตั้งแต่ 7000 รอบไปจนถึง 8500 รอบต่อนาที ตามมาตรฐานที่ BMW ต้องวางมาตรวัดระดับเชื้อเพลิงไว้ที่มุมด้านซ้ายสุดของกรอบหน้าปัด และนำเอามาตรวัดระดับอุณหภูมิของเครื่องยนต์ไฟไว้ที่ด้านขวา มันคือ ประเพณีที่ได้ปฏฺิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เป็นตำแหน่งของการอ่านค่ามาตรวัดต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและง่ายต่อการใช้งาน


ซุ้มเกียร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ของหัวเกียร์ M-DCT 7 สปีด ใช้งานพลาสติกและไวนิลล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน คันเกียร์สั้น มีหัวเกียร์ทรงกลม แปะตราสัญลักษณ์ M ที่หัวเกียร์ บริเวณหัวเกียร์สามารถเรืองแสงได้ เพื่อแจ้งตำแหน่งของการใช้เกียร์ในขณะที่กำลังขับเคลื่อน คันเบรกมืออยู่ถัดลงมาและวางอยู่ในตำแหน่งที่มีความเหมาะสมกับการยึดจับเพื่อดึงใช้งาน ก้านเบรกมือใช้ถุงหนังแท้สีดำห่อหุ้ม คอนโซลซุ้มเกียร์ไล่ระดับความสูง-ต่ำ เพื่อความกลมกลืน แผงเกียร์กับสวิตช์ iDRIVE คาดตกแต่งด้วยงานคาร์บอนเคฟลาร์ ด้านข้างของกรอบซุ้มเกียร์ติดตั้งสวิตช์ ปรับโหมดการขับเคลื่อน การปรับตั้งพวงมาลัย ระบบรองรับ ปลดหรือสั่งการใช้งานระบบควบคุมการทรงตัว สวิตช์ปรับตั้งระบบล็อกความเร็วแบบอัตโนมัติ การสั่งงานของกลุ่มสวิตช์ที่อยู่ด้านข้างติดกับซุ้มเกียร์ จะเชื่อมโยงการทำงานกับ M Mode เพื่อส่งถ่ายการขับขี่ในระดับต่างๆ ตามที่ผู้ขับต้องการ


Camera
NIKON DF 17-55 f2.8 / 70-200 f2.8 VR NANO

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

เดินทางไปยังสุดขอบของทวีปยุโรป ในเมืองฟาโร ประเทศโปรตุเกส เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ M car คันล่าสุด BMW M3/M4 สองศรีพี่น้อง สุดยอดแห่งรถถนนประจำปี 2014 .... 29 พ.ค. 2557 13:29 ไทยรัฐ