ข่าว
100 year

ขุดทองพัทลุง ผิดกฎหมาย

ทีมข่าวหน้า 129 พ.ค. 2557 06:18 น.
SHARE

สมบัติแผ่นดิน กรมศิลป์เตือนจี้ทหารปดพื้นที่

คนพัทลุงนับพันเฮโลขุดหาทองคำ ไม่สนคำสั่งห้ามของตำรวจ เจ้าของสวนปาล์มยอมรับทำใจ คาดต้นปาล์ม ที่เพิ่งปลูกใหม่ถูกทำลายเสียหายเกินครึ่ง เผยทองคำที่ขุดพบและนำไปขายแล้วมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ในขณะที่พ่อเฒ่าวัย 77 ปี ระบุอาจเป็นทองคำของชาวมาเลเซียในอดีตนำไปห่อหุ้มยอดพระธาตุเมืองคอน แต่เกิดล้มตายระหว่างการเดินทาง ด้าน อธิบดีกรมศิลปากรเตือนบรรดานักแสวงโชคหยุดขุดหาทอง หวั่นทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ส่วนทองที่ขุดพบแล้วรีบนำคืนกรมศิลปากรจะมีรางวัลให้ ระบุชัดเป็นสมบัติของแผ่นดิน

กรณีนายวิ ทับแสง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง พบทองคำรูปพรรณชนิดต่างๆถูกฝังอยู่ใต้ดินภายในสวนปาล์มน้ำมันปลูกใหม่ของตัวเอง ในท้องที่หมู่ 7 ต.เขาชัยสน สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่ทราบข่าว นำจอบ เสียม พลั่ว เฮโลเข้าไปขุดหาทองคำจำนวนมากตามที่ “ไทยรัฐ” เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อตอนสายวันที่ 28 พ.ค.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสังเกตการณ์ที่บริเวณสวนปาล์มของนายวิที่มีการขุดค้นพบทองคำอีกครั้ง พบว่ามีประชาชนแห่กันไปขุดหาทองคำนับพันคน โดยบางส่วนลงทุนเหมารถเดินทางกันมาจากอำเภอใกล้เคียง ทำให้สวนปาล์มของนายวิเนื้อที่กว่า 7 ไร่ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่งผลให้ถนนทางเข้าออกสวนปาล์มรถติดยาวเหยียดหลาย กม. ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ทำให้บรรดานักแสวงโชคทั้งหลายเกิดความย่อท้อแต่อย่างใด

โดยทุกคนต่างพากันก้มหน้าก้มตาขุดหาทองคำ ไม่สนใจคำสั่งห้ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ห้ามขุดหาทองคำเพราะเป็นสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งไม่สนใจว่าต้นปาล์มของนายวิที่เพิ่งปลูกใหม่จะเกิดความเสียหาย พร้อมกับส่งเสียงไชโยโห่ลั่นเป็นระยะๆทุกครั้งมีการขุดพบทองคำรูปพรรณชนิดต่างๆ โดยเฉพาะนางกบ ทองขาว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 14 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน ถึงกับดีใจน้ำตาคลอเบ้าหลังใช้มือขย้ำดินที่ชาวบ้านขุดไว้และพบทองคำรูปพรรณคล้ายตัวแมลง 1 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 1 บาทโดยไม่คาดฝัน ในขณะที่นายศุภกร ช่วยผอม อายุ 32 ปี ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า เมื่อวานโชคดีขุดพบทองคำแผ่น 1 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 2 บาท เมื่อนำไปขายให้กับร้านทองในตัวเมืองพัทลุงได้เงินมา 40,000 บาท สำหรับผู้ที่ขุดหาทองคำนอกจากใช้จอบ เสียม และพลั่วเป็นอุปกรณ์ในการขุดแล้ว บางรายยังนำสุนัขมาช่วยในการค้นหาด้วย

นายยก เพชรรัตน์ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 12 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กล่าวว่า ได้รับการบอกกล่าวจากบิดามารดาและผู้เฒ่าผู้แก่ว่าจุดที่ชาวบ้านพบทองคำ ในอดีตเป็นป่าพรุ มีต้นเสม็ดขึ้นแน่นหนา ไม่มีลำคลองไหลผ่านแต่อย่างใด มีเพียงหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ป่าพรุ ทองคำที่ขุดพบเชื่อว่าน่าจะเป็นของชาวมาเลเซียในอดีตนำไปห่อหุ้มยอดองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา แต่เสียชีวิตลงในบริเวณดังกล่าวขณะเดินทาง ในขณะที่ชาวบ้านอีกรายกล่าวว่า ทองคำรูปพรรณที่พบน่าจะเป็นของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะนั้นทราบว่ามีทหารญี่ปุ่นมาตั้งแคมป์ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อก่อสร้างถนนเพชรเกษมด้วย

นางศิริพร ทองทวี วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง เผยว่า หลังจากที่ได้เดินทางไปดูการขุดทองรูปพรรณในพื้นที่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็พบว่าทองคำดังกล่าวน่าจะเป็นของแท้ จึงได้ประสานงานไปยังนายสมศักดิ์ เวชพาณิชย์ นายอำเภอเขาชัยสน เพื่อประสานงานให้ตำรวจ สภ.เขาชัยสน เดินทางเข้าไปควบคุมดูแล และห้ามมิให้มีการขุดหาทองคำในแปลงปลูกปาล์มน้ำมันดังกล่าวอีก เนื่องจากสมบัติที่ขุดพบเป็นสมบัติของแผ่นดิน ที่ผู้ใดจะนำไปครอบครองหรือจำหน่ายจ่ายแจกมิได้ พร้อมทั้งได้ประสานงานให้สำนักงานศิลปากรที่ 14 (นครศรีธรรมราช) ได้รับทราบ เพื่อเดินทางเข้ามาตรวจพิสูจน์แล้ว

ในขณะที่นายวิ ทับแสง เจ้าของที่ดิน กล่าวว่า มีอาชีพขายรถมือสอง เพิ่งซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาประมาณ 3 เดือน เนื้อที่ 7 ไร่เศษ ในราคา 1 ล้านบาท หลังจากว่าจ้างรถแบ็กโฮเข้าไปขุดร่องปลูกปาล์มน้ำมันเสร็จสิ้นก็เกิดฝนตกหนัก ต่อมาในวันที่ 24 พ.ค.ตนได้เข้าไปดูสวนปาล์มอีกครั้งพบแผ่นทองคำรูปพรรณหลายชิ้น เมื่อชาวบ้านทราบข่าวพากันเข้าไปขุดหาทองคำจำนวนมาก สำหรับทองคำที่ตนและชาวบ้านขุดพบในครั้งนี้คาดว่ามีค่ารวมกันไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท ตนในฐานะเจ้าของที่ดินก็ต้องทำใจเพราะไม่สามารถห้ามชาวบ้านได้ คาดว่าต้นปาล์มที่นำมาปลูกเสียหายเกินครึ่งแน่นอน วันนี้ก็ได้เข้าไปทำบุญที่วัดเทพดลยามราม เป็นวัดใกล้บ้าน เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้าของทรัพย์สินในที่ดินต่อไปแล้ว

ด้านนายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า พัทลุงมีเมืองเก่า ชื่อว่า ไชยบุรี เป็นเมืองเก่าในยุคทวารวดี ที่อยู่ติดทะเล โดยบริเวณที่ขุดพบทองคำในปัจจุบันสันนิษฐานว่า จะเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม หรือเป็นลำน้ำโบราณที่ตื้นเขินหรือไม่ จึงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ในส่วนทองคำที่ขุดพบแล้วนำไปขายเราคงไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ แต่หากมีผู้ขุดพบทองคำใหม่ จะต้องส่งมาให้กรมศิลปากรตรวจสอบ หากไม่ส่งคืนก็จะถือว่าผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณ วัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ในมาตรา 24 ระบุไว้ว่าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อน หรือฝัง หรือทอดทิ้งไว้ในราชอาณาจักรหรือในบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะโดยพฤติการณ์ ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ ไม่ว่าที่ที่ซ่อน หรือฝัง หรือทอดทิ้งจะอยู่ในกรรมสิทธิ์หรือความครอบครองของบุคคลใดหรือไม่ ให้ตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ผู้เก็บได้ต้องส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วมีสิทธิจะได้รับรางวัลไม่เกินหนึ่งในสามแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น

“ขณะนี้ทราบว่าชาวบ้านยังแห่ขุดค้นทองคำอยู่ ผมไม่ห่วงเรื่องทองคำ แต่ห่วงเรื่องของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จารึกบนแผ่นทอง หรือลักษณะลวดลายบนเครื่องประดับ ที่จะบ่งบอกได้ว่าเป็นศิลปะในยุคใดและเกี่ยวข้องอะไรกับบริเวณนั้น ทั้งนี้ ในส่วนที่ชาวบ้านได้ขุดแล้วนำไปขาย อาจจะตามได้ยาก เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ต้น ดังนั้น จึงขอแจ้งเตือนต่อชาวบ้านว่า หากขุดพบแล้ว นำมามอบให้แก่กรมศิลปากร ก็จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณากำหนดค่าของทรัพย์สินและเงินรางวัล เพื่อมอบให้แก่ผู้เก็บได้ จำนวนหนึ่งในสาม เช่น แผ่นทองราคา 30,000 บาท ก็จะได้รับ 10,000 บาท และถือว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งโบราณวัตถุเหล่านี้ยังอยู่ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาเป็นสมบัติของชาติต่อไป” นายเอนกกล่าว

ต่อมาในเวลา 15.30 น. นายอาณัติ บำรุงวงศ์ อายุ 56 ปี ผอ.สำนักศิลปากรที่ 14 (นครศรีธรรมราช) เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.จิรเชษฐ์ เสริมแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยระบุว่า ได้มีการขุดค้นในที่ดินของนายวิ ทับแสง พบแผ่นทองคำในที่ดินดังกล่าวจำนวนมาก อันมีลักษณะเป็นโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535) มาตรา 10 ส่งผลให้ที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นโบราณคดีที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเสื่อมค่าลง ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 32 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 7 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนเข้าไปดูแลพื้นที่ดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะได้เดินทางไปพบนายวิ เจ้าของที่ดินที่มีการขุดพบทองคำ สอบถามความเป็นมาพร้อมขอดูทองคำที่นายวิเก็บรักษาไว้ เป็นทองแผ่นและทองคำรูปพรรณชนิดต่างๆจำนวนมาก ก่อนที่นายเอนกจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า จาก การตรวจสอบพบว่าทองที่พบเป็นการแสดงเรื่องราว “กวนเกษียรสมุทร” ซึ่งในสมัยโบราณเป็นการเอานาคมาพันโยงกับทอง เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันอันตรายตามความเชื่อของชาวฮินดู รุ่นเดียวกับปราสาทนครวัด อายุราว 700-800 ปี โดยกรมศิลป์จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพร้อมขอกำลังทหารเข้าคุ้มครองป้องกันไม่ให้มีการขุด โดยจะปิดตายตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พัทลุงขุดทองศิริพร ทองทวีวิ ทับแสงสมบัติของชาติมีความผิดยุคทวารวดีกรมศิลปากรตรวจสอบ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้