ไลฟ์สไตล์
100 year

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ค. 2557 18:46 น.
SHARE

ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส.ข้อหากบฏ ส่วนอีก13 คนศาลยกคำร้อง ชี้ตกเป็นจำเลยในคดีพันธมิตรฯอยู่ก่อนแล้วจึงอยู่ในการควบคุมตัวของศาล ด้านทนาย กปปส. จ่อยื่นอุทธรณ์คดี

วันนี้ 14 พ.ค. ศาลอาญาอ่านคำสั่งที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ผู้ต้องหาที่ 2 และแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมายที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา
       
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามทางไต่สวนได้ความว่า ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 43 คนนั้น พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวแล้ว ตามหนังสือที่ อส. 0010.4/292 ลงวันที่ 8 พ.ค.57 แต่ไม่ได้ตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาฟ้องต่อศาลนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงตามรายงานเจ้าหน้าที่ของศาลอาญา ฉบับลงวันที่ 12 พ.ค.57ว่า ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ต้องหาที่ 13 เป็นคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1279/2556 พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1406/2556 นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 51 เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 คดีอาญาหมายเลขดำ อ.1087/2556 น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 10 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 15 นายสมบูรณ์ ทองบุราณ ผู้ต้องหาที่ 18 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี ผู้ต้องหาที่ 37 นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้ต้องหาที่ 39 นายสาวิทย์ แก้วหวาน ผู้ต้องหาที่ 41 นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 และนายสำราญ รอดเพชร ผู้ต้องหาที่ 52 เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 16, 6, 21, 5, 13, 4, 10, 29, 20 และที่ 8 ในคดีปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ หมายเลขดำ อ.973/2556 ของศาลอาญา ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราว ระหว่างการพิจารณา ถือได้ว่า ผู้ต้องหาดังกล่าว อยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยดังกล่าวหลบหนี ระหว่างการปล่อยชั่วคราว ศาลอาญา ย่อมมีอำนาจที่จะบังคับให้นายประกัน ส่งตัวจำเลยต่อศาลในคดีที่ พนักงานอัยการ มีคำสั่งฟ้องไว้แล้วเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดังนั้น พนักงานอัยการ จึงสามารถฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าว เป็นจำเลยต่อศาลได้ โดยไม่ต้อง นำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาล จึงไม่จำต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 13 คน เพื่อนำตัวมาฟ้องคดี ให้ยกคำร้องในส่วนนี้
       
ส่วนผู้ต้องหาอีก 30 คน ประกอบด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผู้ต้องหาที่ 2 นายชุมพล จุลใส ผู้ต้องหาที่ 3 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ต้องหาที่ 4 นายอิสสระ สมชัย ผู้ต้องหาที่ 5 นายวิทยา แก้วภราดัย ผู้ต้องหาที่ 6 นายถาวร เสนเนียม ผู้ต้องหาที่ 7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 8 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้ต้องหาที่ 9 นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ผู้ต้องหาที่ 14 นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ ผู้ต้องหาที่ 16 พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 นางสาวจิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 23 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 นายเสรี วงษ์มณฑา ผู้ต้องหาที่ 26 นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 นายถนอม อ่อนเกตุพล ผู้ต้องหาที่ 28 พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ (พระพุทธอิสระ) ผู้ต้องหาที่ 40 นายสาธิต เซกัล ผู้ต้องหาที่ 42 นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 นายมั่นแม่น กะการดี ผู้ต้องหาที่ 47 นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 นายนัสเซอร์ ยีหมะ ผู้ต้องหาที่ 49 นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ผู้ต้องหาที่ 54 นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55 พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี ผู้ต้องหาที่ 56 และพลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ ผู้ต้องหาที่ 57 ยังจับตัวไม่ได้ จึงอนุญาตให้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 30 คนดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำตัวมาฟ้องคดี โดยให้หมายเหตุไว้ในหมายจับด้วยว่า “เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับได้เพียงเท่าที่จำเป็นในการนำตัวส่งฟ้อง ต่อศาลเท่านั้น” และให้เพิกถอนหมายจับฉบับเดิมที่ศาลอาญา เคยออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 3-5, 11-13, 37, 40, 43 และ 52
       
ภายหลัง พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า หลังจากนี้ต้องแจ้งผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งจะเห็นด้วยกับคำสั่งศาล หรือไม่ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณา
       
ด้านนายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทีมทนายความ กปปส. กล่าวว่า คำสั่งศาลดังกล่าวที่ออกหมายจับบางคน และยกคำร้องบางส่วนก็ถือว่า ได้พิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว เนื่องจากอัยการระบุว่า จะส่งสำนวนฟ้องต่อศาลแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวมาส่งฟ้อง ตามข้อกฎหมายแล้ว ศาลจะต้องออกหมายจับให้เพื่อนำตัวมาฟ้อง จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้

ข่าวแนะนำ

อย่างไรก็ตาม หมายจับครั้งนี้ถือว่า มีผลเฉพาะให้ดีเอสไอนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องดำเนินคดี เท่านั้น ซึ่งต่างจากหมายจับเดิมของผู้ต้องหาบางราย ที่หากจับตัวได้พนักงานสอบสวนอาจจะควบคุมตัวไว้ได้ก่อน หลังจากนี้จะกลับไปแจ้งให้ แกนนำกปปส. และคปท.ทราบถึงคำสั่งศาล เพื่อหารือแนวทางในการต่อสู้คดี โดยแนวทางที่พิจารณาไว้อาจจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งออกหมายจับดังกล่าวต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบการเมืองหมายจับ30 แกนนำ กปปส.ศาลอาญายกฟ้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดีเอสไออุทธรณ์คำสั่ง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:07 น.