โรคภูมิแพ้อาหารในเด็ก

ข่าว

    โรคภูมิแพ้อาหารในเด็ก

    คณะแพทย์ รพ.รามาฯ

      9 พ.ค. 2557 07:30 น.

      การแพ้อาหารคืออะไร

      การกินอาหารแล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง มีผื่นลมพิษขึ้น ปากบวม หน้าบวม อาการเหล่านี้คืออาการแพ้อาหาร (food allergy) ถือเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดหลังได้รับอาหาร ทั้งจากการรับประทาน การสัมผัสอาหารหรือจากการสูดดมละอองอาหารเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีอาการแพ้อีกประเภทที่คล้ายกันคือ อาการที่ทนอาหารบางชนิดไม่ได้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน อาจเกิดเพราะลำไส้ขาดเอ็นไซม์ย่อยน้ำตาลในนม (lactase deficiency) ทำให้ท้องร่วงหลังรับประทานนมหรือเกิดจากสารบางอย่างในอาหาร เช่น คาเฟอีนในกาแฟ ทำให้ใจสั่นหรือ จากสารพิษในอาหารทำให้เกิดอาการท้องร่วง

      แพ้อาหารพบบ่อยแค่ไหน                   

      การแพ้อาหารเกิดขึ้นกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยพบในผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 3 และในเด็กประมาณร้อยละ 6  ในเด็กมักพบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากระบบการย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งผลจากการย่อยที่ไม่สมบูรณ์จะทำให้อาหารผ่านเข้าไปในกระแสเลือดและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานจนก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ตามมา อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ในเด็กเล็กที่พบมากคือ นมวัว เมื่อเริ่มได้อาหารเสริมจะพบการแพ้ไข่ ถั่วเหลือง หรือแป้งข้าวสาลีได้ สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่พบว่าอาหารทะเลเป็นสาเหตุสำคัญของการแพ้

      อาหารอาการแพ้อาหารเป็นอย่างไร    

      อาการแพ้อาหารเกิดขึ้นกับทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบบ่อย มี 3 ระบบได้แก่    

      • ระบบทางเดินอาหาร :  คันปาก ปากบวม ริมฝีปากบวม อาเจียน (เป็นอาหารหรือเป็นเลือด)  ปวดท้อง ท้องเสีย (ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นเลือดปน)  

      • ระบบผิวหนัง :  ผื่นคัน ลมพิษ บวมใต้ผิวหนังที่หน้า หนังตา ริมฝีปาก

      • ระบบทางเดินหายใจ : จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หอบ แน่นหน้าอก ในรายที่อาการแพ้รุนแรง มีอาการคอและหลอดลมบวมจนตีบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ ช็อกรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

      แพ้อาหารวินิจฉัยได้อย่างไร              

      เราสามารถวินิจฉัยอาการแพ้อาหารได้จากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย อาการหลังจากได้รับอาหาร ชนิดของอาหารและปริมาณ ซึ่งหากประวัติชัดเจนก็สามารถให้การวินิจฉัยชัดเจนได้ว่าแพ้อะไร แต่ในรายที่ไม่แน่ใจหรือ สงสัยว่าแพ้อาหารหลายชนิด แพทย์จะให้ผู้ป่วยจดบันทึกอาหารที่รับประทานตลอดวันโดยละเอียดเป็นระยะเวลา 2 – 4 สัปดาห์ รวมถึงอาการผิดปกติต่างๆ นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้ทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เช่น การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็สามารถตรวจหาชนิดของอาหารที่แพ้ได้ หรือวิธีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับภูมิต้านทานว่าแพ้อาหารชนิดใด ซึ่งใช้เวลาตรวจนานและแพงกว่าการทดสอบทางผิวหนัง อย่างไรก็ตาม การยืนยันการวินิจฉัยที่ดีที่สุดคือ การให้ผู้ป่วยทดลองรับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้และสังเกตอาการเมื่อหยุดอาหารชนิดนั้น แต่การกระทำแบบนี้ต้องปรึกษาแพทย์หรืออยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงและเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแพ้อาหารรุนแรงการ

      ป้องกันและการรักษาอาการแพ้อาหาร           

      ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้สามารถกลับไปรับประทานอาหารที่แพ้ได้ ดังนั้น หากรู้ตัวว่าแพ้อาหารชนิดใด ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น ถือเป็นวิธีดีที่สุดไม่ให้เกิดอาการผิดปกติอีก มีข้อแนะนำสำคัญในการหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้คือต้องหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มที่แพ้ด้วยเสมอ เช่น เมื่อแพ้นมวัว ก็ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมวัวด้วย เช่น เนย เนยแข็ง (cheese) นมเปรี้ยว ไอสครีม ขนมเด็กคุกกี้ ถ้าเป็นเด็กเล็กที่แพ้นมวัว แต่ยังต้องรับประทานนมเป็นอาหารหลัก ควรให้กินนมแม่โดยหลีกเลี่ยงนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว และหากนมแม่ไม่พอก็แนะนำให้เปลี่ยนไปรับประทานนมสูตรพิเศษสำหรับคนแพ้นมวัว (extensive hydrolysate formula) นมถั่วเหลืองหรือนมสูตรกรดอะมิโนแทน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกชนิดของนมและการให้สารอาหารและแร่ธาตุเสริม เช่น แคลเซียม สังกะสี เป็นต้น              

      การหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจ เนื่องจากในกระบวนการเตรียมอาหารหรือผลิตอาหารมักมีการปนเปื้อน ทำให้รับประทานอาหารที่แพ้แบบไม่รู้ตัว เช่น ไข่ในขนมปัง นมในขนมเค้ก ถั่วเหลืองในซีอิ้ว นมวัวในนมแม่(แม่ดื่มนมวัว) ปลาในไข่ (ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ด้วยเนื้อปลาบด) ถั่วในช็อคโกเล็ต สารกันเสียในขนมขบเคี้ยว เป็นต้น จึงขอให้ผู้ที่แพ้อาหารเรียนรู้ส่วนประกอบในอาหาร ระมัดระวังและสอบถามพ่อครัวแม่ครัวเสมอว่ามีการผสมอาหารที่แพ้ในอาหารที่กำลังจะรับประทานหรือไม่ ที่ผ่านมามีผู้เผลอรับประทานอาหารที่แพ้จนเกิดอาการรุนแรงจนเกือบเสียชีวิตหรือเสียชีวิต เพราะประมาทไม่สอบถามให้แน่ใจ         

      ในรายที่เกิดอาการแพ้ ก็มียาบรรเทาอาการได้บ้าง เช่น ยาแก้แพ้ แก้อาการคัน ผื่นลมพิษ ยาพ่นขยายหลอดลมเพื่อแก้อาการหอบ ยาฉีด  adrenaline สำหรับคนที่มีอาการแพ้รุนแรง ซึ่งผู้ที่มักแพ้รุนแรง  จำเป็นต้องพกยานี้ติดตัวพร้อมฉีดตลอดเวลาและเรียนรู้วิธีการฉีดยาด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตในกรณีเผลอไปรับประทานอาหารที่แพ้              

      เด็กที่แพ้อาหารสามารถหายได้ถ้าหลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึงหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น ซึ่งโอกาสในการหายขึ้นอยู่ว่าแพ้อาหารชนิดใด ถ้าแพ้นมวัว ไข่ แป้งข้าวสาลีในเด็กเล็กมีโอกาสหายได้เมื่อโตขึ้น    

      หากรู้ผลการตรวจวินิจฉัยแน่ชัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่ามีอาการแพ้ถั่วหรืออาหารทะเล (กุ้ง ปู ปลา หอย ปลาหมึก) ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทดังกล่าว ถือเป็นวิธีดีที่สุดไม่ให้เกิดอาการแพ้ได้.

      รศ.นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์                                                                            คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 12:52 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์