ข่าว
100 year

เร่งรับมือภัยแล้ง ‘อีสท์วอเตอร์’ ชี้ปีนี้ภาคตะวันออกไม่กระทบ

ไทยรัฐออนไลน์7 พ.ค. 2557 18:04 น.
SHARE

อีสท์วอเตอร์ มั่นใจภาคตะวันออกไม่ได้รับผลกระทบภัยแล้ง พร้อมเร่งเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการน้ำ ป้องกันเหตุฉุกเฉิน…


บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ คาดการณ์สถานการณ์น้ำในปีนี้ โดยระบุว่าพื้นที่ภาคตะวันออกมีความแตกต่างจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางที่กำลังจะเผชิญกับภาวะภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้มีน้ำในอ่างเก็บน้ำฝั่งระยองประมาณ 60% และในฝั่งชลบุรีประมาณ 50% ของความจุอ่างเก็บน้ำ จึงมั่นใจว่าในปีนี้ภาคตะวันออกจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอย่างแน่นอน


สำหรับภาพรวมของสถานการณ์น้ำล่าสุดในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อยู่ในสถานการณ์ปกติ โดยจังหวัดฉะเชิงเทราทางอีสท์วอเตอร์ จะใช้น้ำจากแหล่งน้ำ 3 แหล่ง คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ สระสำนักบก และแหล่งน้ำเอกชน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชลบุรี เพื่อส่งจ่ายไปยังผู้ใช้น้ำพื้นที่ฉะเชิงเทรา ให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค.2557 ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดชลบุรี ปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำหนองค้อเท่ากับ 9.31 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 44% จากความจุอ่าง อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำ 54.92 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของปริมาณความจุอ่าง


ส่วนจังหวัดระยอง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่ระยอง มีปริมาณเก็บกักรวม 3 อ่างเก็บน้ำ เท่ากับ 161.04 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 105.19 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 64% ของความจุอ่าง อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ มีปริมาณน้ำ 20.16 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% ของความจุอ่าง และอ่างเก็บน้ำดอกกราย ปริมาณน้ำ 35.69 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% ของความจุอ่าง ส่วนอ่างเก็บน้ำประแสร์ มีปริมาณน้ำ 179.25 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 72% ของความจุอ่าง


ทั้งนี้ อีสท์วอเตอร์ จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออกทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำ หรือวอเตอร์วอร์รูม (Water War Room) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออก โดยในเบื้องต้นมีแผนรองรับหากเกิดปัญหาขึ้น โดยการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาสำรองไว้ที่อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ การสูบน้ำย้อนกลับจากฝายบ้านค่ายไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลเพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บ การสำรองน้ำจากแม่น้าบางปะกงเข้าสู่อ่างเก็บน้ำบางพระ นอกจากนี้ ยังมีการลดการส่งน้ำจากพื้นที่ระยองไปพื้นที่ชลบุรี โดยใช้น้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ชลบุรีเต็มศักยภาพ ในปี 2557 ทางอีสท์วอเตอร์เพิ่มความสามารถระบบสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงจาก 26 ล้าน ลบ.ม. เป็น 44 ล้าน ลบ.ม.


นอกจากนี้ อีสท์วอเตอร์ ยังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งเพื่อความไม่ประมาท อาทิ การใช้ศักยภาพของโครงข่ายท่อส่งน้ำของอีสท์วอเตอร์ความยาวกว่า 378 กม. ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อทำให้สามารถสูบน้ำที่สำรองไว้ในสระสำรองน้ำของบริษัท และฝากไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ส่งกลับไปให้กับพื้นที่ฉะเชิงเทราที่ขาดแคลนน้ำได้ ช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอในช่วงหน้าแล้งนี้ รวมถึงการช่วยสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำโดยสูบนํ้าจากคลองบางขนาก ต.บางขนาก อ.บางนํ้าเปรี้ยว เข้ามาลงในคลองชลประทาน ซึ่งพาดผ่าน อ.คลองเขื่อน และ อ.บางนํ้าเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้มากถึง 35,000 ไร่ และการสนับสนุนขุดลอกคูคลองให้กับ ต.แม่นํ้าคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เพื่อเปิดทางระบายนํ้าเเละเพื่อเพิ่มปริมาณนํ้าเก็บกักบริเวณหน้าฝายน้ำ ซึ่งจะมีชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวมากกว่า 300 ครัวเรือน หรือคิดเป็นกลุ่มประชาชนกว่า 1,500 คน ตลอดจนช่วยเหลือการเกษตรได้อีกกว่า 6,000 ไร่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีสท์วอเตอร์ภัยแล้งอ่างเก็บน้ำจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้