ข่าว
100 year

5 นิสัยสร้างความสำเร็จ

ธีระ กนกกาญจนรัตน์1 พ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

คุณคิดว่านักธุรกิจหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เขามีอะไรที่เหมือนกันครับ

มีคนแชร์ลิงก์ของ Infographic ชิ้นหนึ่งบนหน้า news feed ของเฟซบุ๊กมาให้ผม มันเป็น Infographic เปรียบเทียบอุปนิสัยและพฤติกรรมของเหล่านักธุรกิจชั้นแนวหน้าของโลก ซึ่งนอกจากความสวยงามน่าสนใจของตัวกราฟฟิกแล้ว ข้อมูลบางข้อก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และหลายข้อนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะนำไปปฏิบัติ ในสัปดาห์นี้ผมขอหยิบยก “นิสัยสร้างความสำเร็จ” ที่น่าสนใจมาเป็นแบบอย่างครับ

มีความ “ดื้อ” อยู่ในตัวเอง

โทมัส เอดิสัน สร้างและทดสอบหลอดไฟมากกว่า 1,000 ดวง กว่าจะประสบความสำเร็จ ในขณะที่สตีฟ จ็อบส์ และทีมงานทำงานมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกันหลายเดือนกว่าจะสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชได้สำเร็จ ก่อนจะประสบความสำเร็จ บุคคลเหล่านี้ล้วนผ่านบทท้าทายแสนหฤโหด ที่ทำให้คนธรรมดาทั่วไปต้องล้มเลิกไปเสียก่อน

ความอดทนและเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด แฝงด้วยความ “ดื้อ” ที่จะสร้างเส้นทางไปถึงความฝันของตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่เราเห็นได้จากคนเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามมันมีเส้นบางๆ กั้นระหว่าง “ความมุ่งมั่นแฝงความดื้อ” กับ “ความดื้อแพ่งโดยไร้เหตุผล” ผู้ประกอบการควรแยกแยะให้ออกพร้อมทั้งเปิดใจใช้ชีวิตอยู่กับความจริง พร้อมรับคำแนะนำจากคนรอบข้างเสมอ

เปิดใจรับความจริงในโลก

ถ้าถามเจ้าของธุรกิจว่ากิจการเป็นอย่างไร คนส่วนใหญ่มักพูดว่าธุรกิจที่กำลังทำนั้นไปได้สวย จนกระทั่งพบว่าธุรกิจของตนเจ๊งในวันรุ่งขึ้น บางครั้งความจริงเป็นสิ่งที่รุนแรงและโหดร้ายจนยากจะรับ แต่สำหรับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น ความจริงคือเพื่อนที่ดีที่สุด

เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของ Amazon ตลาดการค้าออนไลน์ที่มียอดขายระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ได้รับการพูดถึงเสมอในแง่ของผู้ที่ยึดติดกับความจริงเป็นหลัก การตัดสินใจของเบโซส์แต่ละครั้งจะทำบนพื้นฐานข้อมูลที่ละเอียด และอ้างอิงกับสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองเสมอ เขากล้าจะยอมรับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความต้องการของตลาด บ่อยครั้งที่การตัดสินใจของเขาหมายถึงการยุบหน่วยธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อปรับองค์กรให้เข้ากับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป

รักษาวินัยในการอ่านและหาความรู้

บิล เกตส์ อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์และชายที่ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของโลก เป็นนักอ่านหนังสือตัวยง จากผลสำรวจพบว่า วอร์เรน บัฟเฟต์ และนักธุรกิจชั้นแนวหน้าอีกมากมายล้วนเป็นคนที่รักและมีวินัยในการอ่านอย่างยิ่งยวด จากผลสำรวจพบว่าพวกเข้าใช้เวลาเฉลี่ยไม่น้อยกว่าวันละ 2 ชั่วโมงในการอ่าน อีกทั้งยังเป็นการอ่านที่หลากหลายทั้งหนังสือที่ให้ข้อคิด ปรัชญา ความรู้รอบตัว จิตวิทยา หรือแม้แต่ศาสนาจิตวิญญาณ

เพราะการอ่านคือการเพิ่มพูนความรู้ที่หลากหลาย ทำให้พวกเขาเข้าใจแนวทางการบริหารคนที่ดีขึ้น เป็นแหล่งที่มาของการคิดนอกกรอบและให้มุมมองในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับคนที่อยากอ่านแต่งานยุ่งจนไม่มีเวลาหยิบหนังสือ ผมขอแนะนำให้ลอง Audio Books หรือหนังสือเสียงซึ่งสามารถฟังเวลาขับรถ หรือออกกำลังกาย บิล เกตส์เองก็ยอมรับว่าเขาฟัง Audio Books ทุกครั้งที่ต้องเดินทางเพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แชร์ไอเดียและเป้าหมายกับคนรอบข้าง

การตั้งเป้าหมายชีวิตและธุรกิจที่ชัดเจนเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของเหล่านักธุรกิจชั้นนำ แต่ที่แปลกกว่าคือพวกเขามักแชร์ความคิดและเป้าหมายเหล่านี้กับคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนในครอบครัว

ในขณะที่บางคนอาจคิดว่าไอเดียธุรกิจดีๆ ต้องเก็บไว้ไม่บอกใคร เพราะกลัวโดนเลียนแบบ แต่ในความเป็นจริงคนที่มีความคิดแบบนี้ น้อยคนที่จะประสบความสำเร็จ แต่ในทางกลับกันเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักเอาไอเดียมาพูดคุยกับคนรอบข้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พวกเขาไม่กลัวความคิดจะถูกขโมย เพราะเขารู้ว่าทุกคนสามารถคิดได้เหมือนกัน แต่ความสำเร็จอยู่ที่ความสามารถในการลงมือสร้างต่างหาก

ฝึก ''คิดให้เป็น'' อยู่เสมอ

ขงจื๊อ ยอดปราชญ์ชาวจีนเคยกล่าวไว้ว่า “สติปัญญาที่แท้อยู่ที่เรารู้ตัวว่าเราไม่รู้อะไร” หนึ่งในประโยคอมตะที่สามารถนำมาใช้ได้กับธุรกิจในปัจจุบันคือ เจ้าของธุรกิจที่ดีย่อมต้องรู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองอยู่ที่ใด ควรพัฒนาตัวเองไปทางด้านไหน รวมทั้งต้องคิดเชิงวิเคราะห์ถึงสภาพทางธุรกิจของตนเองให้เป็นอีกด้วย

การคิดในรูปแบบ “อภิปัญญา” หรือ Metacognition ที่ประกอบด้วยการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และขยายความ เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน สิ่งสำคัญไม่แพ้ความคิดหรือไอเดียแปลกใหม่คือการคิดให้เป็น และคิดให้ตกผลึกจนสามารถปั้นไอเดียออกมาเป็นสินค้าหรือบริการที่จับต้องได้

ที่ยกมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงข้อที่ผมคิดว่าน่าสนใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วแนวทางปฏิบัติหรือนิสัยที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จยังมีอีกมาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่รับทราบแล้วอาจมองว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดูโลกสวย เพราะ “ใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว” แต่ข้อแตกต่างระหว่าง “คนที่ประสบความสำเร็จ” กับ “คนทั่วไป” คงอยู่ที่ “รู้แล้วทำไมไม่เริ่มฝึกเริ่มทำ” มากกว่า

คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ตัวเราเองที่เลือกครับ

 

ธีระ กนกกาญจนรัตน์
http://www.facebook.com/SMECompass

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เข็มทิศ SME5 นิสัยสร้างความสำเร็จธีระ กนกกาญจนรัตน์นักธุรกิจInfographicโทมัส เอดิสันเจฟฟ์ เบโซส์อภิปัญญาMetacognitionสตีฟ จ็อบส์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้