ข่าว
100 year

เผยแผนรับมือแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ

ไทยรัฐออนไลน์7 พ.ค. 2557 15:44 น.
SHARE

กทม.เตรียมมาตรการรับมือแผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานคร ห่วงอาคารเก่า 70 แห่งได้รับผลกระทบ ด้านอาคารที่ก่อสร้างหลังปี 50 กฎหมายควบคุมอาคาร พร้อมต้านทานแรงสั่นสะเทือนได้...

น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและโฆษกของกรุงเทพมหานครกล่าวว่า กทม.โดยกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา ได้เฝ้าระวังเหตุและติดตามรวบรวมข้อมูลอาคารในกรุงเทพมหานคร โดยได้รวบรวมบัญชีอาคารที่มักได้รับรู้ถึงแรงแผ่นดินไหวจำนวน 70 อาคาร ซึ่งอาคารเหล่านี้มักได้รับผลกระทบ เช่น อาคารมีการสั่นไหว ผู้ที่อยู่ในอาคารรับรู้ถึงการโยกตัวของอาคาร เป็นต้น อย่างไรก็ดีจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พ.ค. เวลา 18.08 น. ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย อาคารตามบัญชีทั้ง 70 อาคาร ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงแผ่นดินไหวกับตัวอาคารแต่อย่างใด

ทั้งนี้ อาคารตามบัญชีที่ต้องตรวจสอบกรณีเกิดแผ่นดินไหว ไม่ใช่อาคารที่มีความเสี่ยงเพียงเป็นกลุ่มอาคารที่มีความสูง ที่มีการรับรู้ได้ถึงแรงจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น จึงขึ้นเป็นบัญชีที่จะเป็นกลุ่มของอาคารที่จะเข้าไปตรวจสอบ ไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการที่จะเสียหายแต่อย่างใด กรณีตรวจสอบพบอาคารที่มีความเสียหาย ทางกองควบคุมอาคารจะประสานหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วนต่อไป            

กรุงเทพมหานครได้มีมาตรการรับมือแผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1. อาคารที่ก่อสร้างหลังปี พ.ศ. 2550 ทางด้านกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่ กฎกระทรวง กำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 บังคับใช้เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 50 โดยกฎกระทรวงฉบับนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงเดิม คือ กฎกระทรวงฉบับที่ 49 พ.ศ. 2540 เพื่อให้อาคารสามารถต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวได้ตามมาตรฐานสากล ซึ่งใช้บังคับอาคารดังต่อไปนี้ 1. อาคารที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ของสาธารณชน เช่น สถานพยาบาล สถานีดับเพลิง อาคารศูนย์บรรเทาสาธารณภัย อาคารศูนย์สื่อสาร ท่าอากาศยาน โรงไฟฟ้า โรงประปา 2. อาคารเก็บวัตถุอันตราย เช่น วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษ วัตถุกัมมันตรังสี หรือวัตถุที่ระเบิดได้ 3. อาคารสาธารณะ เช่น โรงมหรสพ หอประชุม สนามกีฬา อัฒจันทร์ ตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงแรม 4. สถานศึกษา 5. สถานรับเลี้ยงเด็ก 6. อาคารที่มีผู้ใช้อาคารได้ตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป 7. อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป 8. สะพานหรือทางยกระดับ 9. เขื่อนเก็บกักน้ำที่มีความสูงตั้งแต่ 10 ขึ้นไป อาคารที่ก่อสร้างก่อนปี พ.ศ. 2550 อาคารจะต้องมีการออกแบบให้สามารถรองรับแรงลม ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527 และแรงจากแผ่นดินไหวตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 49 พ.ศ. 2540 ทำให้อาคารยังมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับแรงแผ่นดินไหวได้ การแก้ไขอาคารที่ก่อสร้างก่อนปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบันได้มีกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตดัดแปลงอาคาร เพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคารให้สามารถต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว พ.ศ. 2555 กำหนดแนวทางให้อาคารเดิมที่ไม่ได้รับการออกแบบเพื่อต้านทานแรงแผ่นดินไหว ให้สามารถเสริมองค์อาคารให้รองรับแรงแผ่นดินไหวได้  

ด้าน พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ในกรุงเทพมหานครปรากฏว่ามีผู้ที่อยู่ในอาคารสูงจะสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอาคารความสั่นไหวของกระจกและการเคลื่อนตัวของวัตถุต่างๆ ระหว่างเกิดเหตุแผ่นดินไหว เนื่องจากกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบภาคกลางตอนล่างซึ่งมีชั้นดินเหนียวอ่อนอยู่ข้างใต้พื้นดินบริเวณนี้สามารถขยายความรุนแรงของคลื่นแผ่นดินไหวที่พลังงานลดลงจากการเคลื่อนที่ผ่านชั้นหินชั้นดินเป็นระยะทางไกลให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ 2–3 เท่า และเปลี่ยนรูปแบบการสั่นไหวของคลื่นแผ่นดินไหวให้มีลักษณะเปลี่ยนไป ทำให้เกิดการสั่นพ้องกับอาคารสูง ทำให้ผู้ที่อยู่บนตึกสูงรู้สึกได้ถึงการสั่นไหว            

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและเป็นการเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นเป็นการลดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดแผ่นไหวดังนี้ ให้หมอบลงกับพื้น หลีกเลี่ยงบริเวณใกล้หน้าต่าง หรือบริเวณที่มีสิ่งของแขวนไว้ตามฝาผนังและหลบใต้โต๊ะหรือมุมห้อง ป้องกันตนเองโดยใช้แขนปกป้องศีรษะและคอ รอจนความสั่นไหวยุติลงหรือปลอดภัยแล้วจึงออกไปสู่จุดที่ปลอดภัย ตั้งสติและอย่าให้คนในครอบครัวตื่นตระหนก อยู่ห่างจากบริเวณที่มีวัตถุหล่นใส่ ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากป้ายโฆษณา เสาไฟ อาคาร และต้นไม้ใหญ่ ระวังเศษอิฐกระจกแตกและชิ้นส่วนอาคารหล่นใส่

สำหรับผู้ที่อยู่ในอาคารสูง ถ้าอาคารมั่นคงแข็งแรงให้อยู่ในอาคารนั้น ถ้าอาคารเก่าและไม่มั่นคง ให้รีบออกจากอาคารนั้นให้เร็วที่สุด หลังการสั่นสะเทือนสิ้นสุดให้รีบออกจากอาคาร ถ้าไม่อยู่ใกล้ทางออกให้หมอบป้องเกาะจนกว่าจะมีผู้เข้าไปช่วยเหลือ ถ้าอยู่ใกล้ทางออกให้ออกจากอาคารโดยเร็วอย่าแย่งกันจนเกิดความชุลมุน ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ปฐมพยาบาลขั้นต้นให้ผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพื่อป้องกันเศษแก้ว วัสดุแหลมคม และสิ่งหักพังแทง ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟ ตรวจสอบแก๊สรั่วด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นแก๊สให้รีบเปิดประตูหน้าต่างทุกบ้านออกจากบริเวณที่สายไฟขาดหรือสายไฟพาดถึง เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน ใช้โทรศัพท์เมื่อจำเป็นจริงๆ สำรวจความเสียหายของท่อส้วมและท่อน้ำทิ้งก่อนใช้ อย่าเป็นไทยมุงเข้าไปในเขตที่เสียหายหรือปรักหักพัง อย่าแพร่ข่าวลือ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวกทม.แผนรับมืออาคารเก่าตรีดาว อภัยวงศ์ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิชัย เกรียงวัฒนศิริผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้