ข่าว
100 year

ความเสี่ยงแผ่นดินไหว ตึกไทยรับได้แค่ 5 ริกเตอร์

ลม เปลี่ยนทิศ8 พ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย 6.3 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ลึกลงไปใต้ดินแค่ 7 กิโลเมตร เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม เวลา 18.08 น. มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 32 คน ตามหลัง แผ่นดินไหวที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรุนแรงระดับ 6.0 ริกเตอร์เช่นกัน เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม เวลา 03.18 น. (เวลาประเทศไทย) มีผู้บาดเจ็บ 17 คน

ผมไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่รู้สึกว่า แผ่นดินไหว กำลังกลายเป็น “ภัยใกล้ตัว” เข้ามาทุกที ประเทศไทย เริ่มมี แผ่นดินไหวบ่อยขึ้น แต่ครั้งนี้รุนแรงที่สุด และยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 100 ครั้ง ขนาด 5-5.9 ริกเตอร์ 5 ครั้ง ขนาด 4-4.9 ริกเตอร์ 13 ครั้ง ขนาด 3-3.9 ริกเตอร์ 41 ครั้ง ต่ำกว่า 3 ริกเตอร์ อีก 50 กว่าครั้ง

การวัดแผ่นดินไหวของริกเตอร์ระบุว่า แผ่นดินไหวตั้งแต่ 6.0-6.9 ริกเตอร์ ถือว่ารุนแรงในระดับที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อาคารพังทลาย แต่ถ้า 7 ริกเตอร์ขึ้นไป จะเกิดการพังทลายสูงสุด โชคดีที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ในครั้งนี้ ไม่ใช่เมือง และไม่มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่

จาก ภาพข่าวไทยรัฐ จะเห็นภาพเสียหายที่กระจายไปในวงกว้างถึง 3 จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แม้แต่ วัดร่องขุ่น ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงราย ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จน อาจารย์เฉลิมชัย ต้องถอดใจว่า คงต้องทุบทิ้งวัดร่องขุ่น เพราะซ่อมไม่ไหว และจะไม่สร้างใหม่แล้ว ส่วนวัดวาอาคารเก่าแก่ทั้งหลายจะได้รับความเสียหายแค่ไหน คงต้องติดตามข่าวกันต่อไป

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แถลงว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจาก การเลื่อนตัว ของ รอยเลื่อนพะเยา ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังจุดกำเนิดแผ่นดินไหวก็ตื้นเพียง 7 กม. ทำให้มีความรุนแรงสูง เป็นแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ในประเทศไทย รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยวัดได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในรัศมี 30 กม. และเกิดอาฟเตอร์ช็อกกว่า 100 ครั้ง

ศ.ดร.สุชัชวีร์ได้เตือนด้วยว่า ต้องเฝ้าระวังเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในรัศมี 200 กม. ต้องเฝ้าระวังดินถล่มในรัศมี 50 กม. เนื่องจากช่วงวันที่ 5-7 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ภาคเหนือ

ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ “คำเตือน” ของ รศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเอไอที ที่ระบุว่า แผ่นดินไหวรุนแรง 6.3 ริกเตอร์ครั้งนี้ อาจไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อนในแผนที่โดยตรง แต่อาจเกิดจากรอยแตกร้าวที่ซ่อนตัวอยู่ในแผ่นเปลือกโลก ที่พบว่า กระจายอยู่เกือบทุกพื้นที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และ ตาก

รศ.ดร.เป็นหนึ่ง ระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว ปี 2550 เกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ที่ลาว ห่างจากเชียงรายแค่ 50 กม. ทำให้เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ปี 2554 เกิดแผ่นดินไหว 6.8 ริกเตอร์ที่พม่า ห่างจาก อ.แม่สาย เชียงราย แค่ 50 กม. เชียงรายได้รับผลกระทบ ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นที่เชียงรายเลย 6.3 ริกเตอร์ แต่โชคดีที่ไม่เกิดขึ้นในเมือง วันนี้โอกาสเกิดแผ่นดินไหว ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว

ยิ่งน่าตกใจเมื่อ คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีมหาดไทย บอกกับสื่อว่า มาตรฐานการออกแบบอาคารส่วนใหญ่ของประเทศไทย รองรับแผ่นดินไหวได้เพียง 5 ริกเตอร์เท่านั้น (ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางที่ไม่ทำลายอาคาร) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวเกิน 5 ริกเตอร์ ย่อมเกิดความเสียหายมากแน่นอน

วันนี้ แผ่นดินไหวระดับ 6 ริกเตอร์ขึ้นไป กำลังเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆทางภาคเหนือ แต่ตึกรามบ้านช่องในเมืองรองรับได้แค่ 5 ริกเตอร์ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง หากไม่มีการ “เพิ่มมาตรฐานความแข็งแรงของตึกสูง” ซึ่งทุกวันนี้ผมก็เชื่อว่าต่ำกว่ามาตรฐาน 5 ริกเตอร์อยู่แล้วตามมาตรฐานแบบไทยๆ อย่าให้หายนะมาถึงก่อนค่อยแก้เลยครับ.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศความเสี่ยงแผ่นดินไหวตึกประเทศไทย5 ริกเตอร์พานเชียงราย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้