ข่าว
100 year

ใครทุบหม้อข้าวด้านการท่องเที่ยวของไทย?

คุณนิติ นวรัตน์8 พ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้อ่านท่านที่เคารพคงจะได้ยินข่าวการโจมตี ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายที่เมืองมอมบาซา เมืองท่าสำคัญของสาธารณรัฐเคนยา ประเทศที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกานะครับ

เคนยาเป็นสาธารณรัฐที่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวซาฟารี การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศริมชายฝั่งทะเล ฯลฯ ก่อนหน้านี้เคนยาเป็นประเทศเนื้อหอม ใครๆก็อยากไปเคนยา

ทว่าวันนี้ การเติบโตของการท่องเที่ยวเคนยามีอุปสรรคซะแล้วล่ะครับ เพราะนอกจากจะเจอภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายแล้ว ก็ยังมีการล่าสัตว์ป่าอย่างหนักในเคนยา จนทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้สถิติการท่องเที่ยวตกต่ำลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

พ.ศ.2545-2550 เป็นช่วงที่เคนยาต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่หลังจากการเลือกตั้ง และเกิดความรุนแรงภายในประเทศช่วง พ.ศ. 2550-2551 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 30 และขณะนี้กำลังหดลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

พ.ศ. 2555 มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเคนยา 1.23 ล้านคน พ.ศ. 2556 เคนยามีนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 1.09 ล้าน ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 2 จากปี 2555 รายได้ 786 ล้านยูโร หรือ 35,000 ล้านบาท โดยมีรายได้ในปี 2556 ลดลงเหลือ 769 ล้านยูโร เป็นเงินไทยก็ 34,000 ล้านบาท

การท่องเที่ยวเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเคนยา จะเห็นได้จากภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ที่สร้างผลิตผลทางเศรษฐกิจของประเทศถึงร้อยละ 14 และสร้างแรงงานมากถึงร้อยละ 12 ในปี 2554

ปัญหาเกิดจากการที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ออกประกาศเตือนเรื่องความไม่ปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวในเคนยา แถมเคนยายังเสียความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการท่องเที่ยวประเภทส่องสัตว์ ท่องไพร แบบซาฟารี เพราะประชากรสัตว์ป่าทั้งช้าง แรด ฯลฯ ที่ลดจำนวนลง

คนเคนยาล่าสัตว์กันเยอะ จนสัตว์ป่ามีจำนวนน้อยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะการล่าช้างป่า ในแต่ละปีมีช้างถูกฆ่าเพื่อเอางาเป็นจำนวนมาก จากตัวเลขที่เป็นทางการนั้น มีรายงานว่า มีช้างถูกฆ่าในเคนยาจำนวน 384 ตัว ในปี 2555 เพิ่มจาก 289 ตัว ในปี 2554

เดี๋ยวนี้ ทรัพยากรการท่องเที่ยวแบบซาฟารีก็ไม่ได้มีเฉพาะในเคนยาหรอกดอกครับ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปท่องป่าแบบเดียวกันนี้ได้ในแทนซาเนีย บอสวานา หรือแม้แต่นามิเบีย ที่บรรยากาศในประเทศเอื้อต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากกว่า

แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถทดแทนกันได้นี่ต้องระวังนะครับ หากท่านคิดว่ายังไงซะ สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ ของประเทศเรา มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการมาเยือน บางท่านคิดว่านักท่องเที่ยวเป็นหมูในอวย ยังไงก็ต้องมาเที่ยวประเทศของตนเอง ผมว่าท่านคิดผิดครับ

ยกตัวอย่างประเทศไทยไชโยของเรานี่แหละ ทะเลาะเบาะแว้งกัน ฆ่ากันกลางเมืองหลวงเหมือนกับกรุงเทพฯเป็นสนามรบในอิรัก หรืออัฟกานิสถาน นักท่องเที่ยวทั้งโลกได้ยินข่าวเข้าก็กลัวครับ เลือกไปเที่ยวประเทศใกล้เคียงที่ไม่มีการฆ่ากันกลางเมืองหลวงดีกว่า ประเทศในภูมิภาคสุวรรณภูมิมีลักษณะทางกายภาพ รวมทั้งมีวัฒนธรรมประเพณีต่างๆที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้น ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มีการพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวก็มีทางเลือกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมาประ-เทศไทยซึ่งต้องลุ้นกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เหนื่อย

สัญญาณอันตรายก็เริ่มปรากฏแล้วล่ะครับ เอาเฉพาะ 3 เดือนแรกของปี และเจาะจงไปที่นักท่องเที่ยวตลาดเอเชียตะวันออกอย่างคนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่มาเมืองไทยนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดตัวเลขออกมาแล้วว่า “ลดลงในทุกตลาด”

สถิติระหว่างมกราคม-กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากตลาดเอเชียตะวันออกลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2556 ถึงร้อยละ 20.43 เมื่อเจาะจงลงไปเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เป็นตลาดใหม่ของไทยนั้น มาเที่ยวบ้านเราน้อยลงถึงร้อยละ 20.88 และเมื่อดูภาพรวมของสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนไทย ล่าสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556

หม้อข้าวของคนไทยทั้งชาติถูกทุบละเอียด

ใครรับผิดชอบครับ?

 

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์เคนยาผู้ก่อการร้ายท่องเที่ยวเศรษฐกิจขับเคลื่อนนักท่องเที่ยวลดลง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้