ข่าว
100 year

ศอ.รส.ขู่ส่อรุนแรง

ทีมข่าวหน้า 17 พ.ค. 2557 08:15 น.
SHARE

ผวา2ม็อบปะทะกัน‘เจ๋ง’ซึมชวดประกันจับ‘สมศักดิ์’พกปืน

กปปส.หยุดเคลื่อนไหว 1 วัน ให้ ผู้ชุมนุมออมแรงไว้ ออกปฏิบัติการเชิญแขกร่วมชุมนุมครั้งสุดท้ายขับไล่รัฐบาล ขณะที่ นปช.ตั้งเวทีประชิดตะเข็บ กทม.ปลุกมวลชนเสื้อแดงเจอกันบนท้องถนนอักษะ เพื่อปกป้องประชาธิปไตย เตือนกองทัพอย่าอ้างเหตุประกาศกฎอัยการศึก ด้าน ขรก. มหาดไทยเตรียมเฮเข้าทำงานที่กระทรวงคลองหลอดวันแรก พร้อมส่งคณะกรรมการสำรวจตรวจสอบทรัพย์สินภายในกระทรวง ศอ.รส.แถลงการณ์ฉบับที่ 3 ดับเครื่องชนศาล รธน. ขู่ถ้าคำวินิจฉัยออกมาเกิดสุญญากาศการเมือง ระวังประชาชนลุกฮือปะทะมวลชนอีกฝ่าย

ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเตรียมเข้าทำงานที่กระทรวงเป็นครั้งแรกในวันที่ 8 พ.ค.นี้ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม กปปส.ยอมคืนพื้นที่ให้ และคณะกรรมการสำรวจทรัพย์สินกระทรวงมหาดไทย จะเข้าสำรวจทรัพย์สินในกระทรวงภายในวันเดียวกันด้วย

ขรก.มท.เฮเข้าทำงานวันแรก 8 พ.ค.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเปิดทำการของกระทรวงมหาดไทย หลังกลุ่มผู้ชุมนุม สรส.แนวร่วม กปปส.ยอมคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยว่า จะเชิญผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์ระหว่างที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายสำรวจความเสียหายในกระทรวงด้วย เท่าที่รับรายงานจากนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า จะสามารถเข้าทำงานได้ วันที่ 8 พ.ค.นี้

นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า คณะกรรมการร่วมตรวจพื้นที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดจะเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 09.00 น. ที่จะมีเพียงตัวแทนจากคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากยังไม่มั่นใจความปลอดภัย ส่วนขั้นตอนต่อไปหลังจากตรวจสอบพื้นที่แล้ว คณะกรรมการฯจะสรุปการส่งมอบพื้นที่ และเริ่มให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดกระทรวง

ตร.รอมหาดไทยแจ้งยันอาวุธหาย

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงกรณีอาวุธสูญหายภายในคลังอาวุธของกระทรวงมหาดไทยว่า จากการตรวจสอบหลังได้ขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เบื้องต้นเป็นข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ ต้องรอให้ทางกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบอย่างละเอียดและมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการแจ้งความอย่างเป็นทางการ ส่วนสถานการณ์การชุมนุมฝ่ายข่าวยืนยันว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีข่าวการกระทบกระทั่งระหว่างมวลชน เจ้าหน้าที่ยังติดตามสถานการณ์เป็นระยะ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าเข้าตรวจสอบกระทรวงมหาดไทยหลังได้รับพื้นที่จากผู้ชุมนุมว่า ในวันที่ 8 พ.ค.จะเข้าไปสำรวจอย่างเป็นทางการพร้อมกับคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร กระทรวงมหาดไทยและผู้ชุมนุม เพื่อสำรวจความเสียหาย และดูเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไป หากพบมีความเสียหาย มีทรัพย์สินที่สูญเสีย กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่

ศอ.รส.เล็งเช็กบิลแกนนำม็อบเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า คดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง อันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส.กับพวก เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ประกอบด้วย 1.คดี กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ 191 คดี แยกใน กทม. 51 คดี และต่างจังหวัด 140 คดี 2.คดีเจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง 180 คดี แยกเป็นใน กทม. 66 คดี และต่างจังหวัด 114 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับ 203 หมาย นำตัว มาสอบสวนแล้ว 280 คน ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งถึง 1,713 คน นอกจากนี้ ศอ.รส.ได้กำชับเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด ในกรณีประชาชนรายหนึ่งได้ถูกกลุ่ม กปปส.ยิงได้รับบาดเจ็บ ที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าวัดเสมียนนารี เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

แถลงการณ์ ฉ. 3 ชนศาล รธน.

ต่อมาเวลา 15.45 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขานุการ ศอ.รส. อ่านแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับที่ 3 เรื่องข้อเรียกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และกลุ่มผู้สนับสนุนกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยว่า ศอ.รส.ยังคงมีข้อห่วงใยและข้อวิตกกังวลต่อการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง จะทำให้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ไม่อาจบรรลุผล ด้วยสาเหตุในหลายประเด็น อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีวิธีพิจารณาที่เป็นกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา แต่เป็นเพียงข้อกำหนดขึ้นเอง รวมถึงคำวินิจฉัยที่ผ่านมาในหลายคดีถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีปัญหาในเรื่องความยุติธรรม ก้าวล่วงการใช้อำนาจองค์กรอื่นโดยไม่มีอำนาจ อีกทั้งกรณีคดีวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบพบว่า ถ้าจะวินิจฉัยให้หลุดพ้นจากตำแหน่งจะต้องเป็นการสิ้นสุดเฉพาะตัว หากผลออกมาเป็นอย่างอื่นจะทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบได้

ดักคอปูทางขอนายกฯคนกลาง

นายธาริตระบุอีกว่า ศอ.รส.ได้รับทราบข้อมูลด้านการข่าวว่า มีความพยายามของกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนแนวทางที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพื่อยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราเป็นการปูทางสู่คำวินิจฉัยที่จะสร้างสุญญากาศทางการเมืองตามที่กลุ่ม กปปส.และกลุ่มเคลื่อนไหวบางกลุ่มต้องการนำไปสู่การทูลเกล้าฯขอพระราชทานนายกฯ และ ครม.ชุดใหม่ ในขณะที่กลุ่ม นปช.และกลุ่มเคลื่อนไหวบางกลุ่มจะไม่ยอมรับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกินจากรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ได้ปรากฏเป็นข้อมูลและข้อเท็จจริงของการเผชิญหน้า และการท้าทายที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย จะนำไปสู่การปะทะกันและก่อเหตุร้ายต่อกันและกันแล้ว ส่วนข้อเสนอทางออกประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในกระบวนการที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทาง การเมือง เป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือกระทำการนอกรัฐธรรมนูญ

ระวังมวลชนปะทะมวลชน

นายธาริตระบุด้วยว่า ศอ.รส.ขอเรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยความเคารพต่อองค์กร ขอให้พิจารณาและวินิจฉัยคดีอย่างตรงไปตรงมา เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดถือจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ และขอให้กลุ่มบุคคลอันได้แก่นักวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ที่สนับสนุนแนวทางที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ยุติบทบาทการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ขณะนี้มีกลุ่มมวลชนจำนวนมากทั้ง 2 ฝ่ายกำลังรอคอยผลการพิจารณาพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ หากคำพิพากษาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ย่อมจะเกิดความไม่พอใจขยายตัวในวงกว้าง เกิดการใช้กำลังเข้าปะทะกัน การดำเนินการของ ศอ.รส. โดยแถลงการณ์ที่มีข้อเรียกร้องในครั้งนี้จึงเป็นการป้องกัน ระงับ ยับยั้ง แก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตามภารกิจและอำนาจ ทั้งนี้แถลงการณ์ฉบับนี้เป็นความเห็นและดำเนินการของศอ.รส. โดยไม่ได้ขอให้ฝ่ายทหารร่วมมีความเห็นและดำเนินการด้วย

กปปส.ออมแรงหยุดเคลื่อน 1 วัน

ด้านความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม กปปส. วันเดียวกัน ช่วงเช้า ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีภารกิจเคลื่อนไหวไปไหน เพื่อต้องการให้ผู้ชุมนุมได้พักผ่อนเต็มที่ ผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างคืนตื่นขึ้นมาทำภารกิจส่วนตัว ติดตามข่าวสารต่างๆจากบนเวที เมื่อถึงช่วงเที่ยงบรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นมาบ้าง เมื่อบนเวทีมีการแสดงดนตรีสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชุมนุม ขณะที่แกนนำนัดหารือในวันที่ 7 พ.ค. เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว ออกปฏิบัติการเชิญชวนให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่กับ กปปส.ครั้งสุดท้ายด้วย

ย้ำยังเคลื่อนไหวใหญ่ 14 พ.ค.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับข้อเสนอแผนเดินหน้าประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ยอมถอย ทำทุกวิถีทางรักษาอำนาจไว้ ไม่สำนึกเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และยังมีท่าทีข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด ครม.ยังมีคำสั่งย้ายนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เพื่อเปิดทางให้ พล.ท.ภราดร พัฒนาถาบุตร เป็นปลัดสำนักนายกฯ ถือเป็นการใช้อำนาจข่มขู่ข้าราชการ ดังนั้น กปปส.เคลื่อนไหวถือว่าตัดสินใจถูกต้อง ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่มีที่ยืน ส่วนกรณีพระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ เสนอให้ กปปส.เลื่อนการเคลื่อนไหวใหญ่วันที่ 14 พ.ค.ออกไปก่อน เรายังยืนยันในกำหนดการเดิม

นัดเดินสายเรียกแขกร่วมเผด็จศึก

นายเอกนัฏกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 7 พ.ค. กปปส.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและยอมรับคำวินิจฉัย ในวันดังกล่าวยืนยันว่า กปปส.จะไม่ไปชุมนุมที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ต้องการไปกดดันการทำหน้าที่ ไม่ต้องการให้นำไปเชื่อมโยงว่ากลุ่ม กปปส.มีส่วนเกี่ยวข้อง หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในทิศทางที่ทุกฝ่ายยอมรับ เรายืนยันทิศทางการเคลื่อนไหวเดิม แต่หากรัฐบาลไม่ยอมรับคำวินิจฉัยอาจจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ กปปส.ด้วย ทั้งนี้ ในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 10.00 น. กปปส.จะเดินเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวใหญ่กับกลุ่ม กปปส. โดยเริ่มต้นเดินจากแยกสาธุประดิษฐ์ เข้าถนนจันทน์ เข้าถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนเข้าถนนสาทร กลับเข้าสวนลุมพินี ระยะทาง 7.8 กิโลเมตร

กคป.ทำบุญ 100 วัน “สุทิน ธราทิน”

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ย่านยศเส นพ.ระวี มาศฉมาดล นายทศพล แก้วทิมา แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) จัดงานรำลึกครบรอบ 100 วันการเสียชีวิตของนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กคป. ที่ถูกยิงเสียชีวิตบนรถบรรทุกขณะร่วมขบวนรณรงค์คัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่บริเวณหน้าวัดศรี่เอี่ยม ย่านบางนา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. โดยผู้ชุมนุมได้ร่วมกันทำบุญถวายเพลแด่พระสงฆ์ มีการบรรยายธรรมถึงการต่อสู้เรียกร้อง

ลั่นยังเดินหน้าล้มระบอบทักษิณ

ส่วนช่วงเย็นเป็นการเปิดเวทีนักสู้เพื่อการปฏิรูปพลังงานไทย โดย นพ.ระวีกล่าวว่า ตำรวจเร่งทำคดีจับกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุม ตนเองโดนถึง 6 คดีทั้งแพ่งและอาญา แต่คดีของนายสุทินถูกยิงเสียชีวิตมานาน 100 วัน ไม่มีความคืบหน้า มาถึงวันนี้ไม่ได้คาดหวังว่าตำรวจจะตามสืบคดียิงนายสุทิน แต่คาดหวังกับการต่อสู้เรียกร้องจะประสบความสำเร็จได้รัฐบาลของประชาชน ที่ทำสัญญาประชาคมปฏิรูปพลังงานและเข้ามาสะสางคดีนี้ ยังยืนยันการต่อสู้โค่นระบอบทักษิณจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้ชัยชนะ

นปช.ปลุกเสื้อแดงชุมนุม 10 พ.ค.

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. วันเดียวกันที่ท่าน้ำ จ.นนทบุรี กลุ่ม นปช.ได้เปิดเวทีเพื่อระดมมวลชนเสื้อแดงร่วมชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ ท่ามกลางพายุฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จากนั้นจึงเริ่มมีคนเสื้อแดงทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง มีแกนนำผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยโจมตี กปปส.อย่างดุดัน

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ ว่า ไม่ว่าศาล รธน.จะตัดสินออกมาในทิศทางไหน จะไม่มีผลต่อการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ในวันที่ 10 พ.ค. หากผลออกมาเป็นผลตามที่คาดไว้ จะยิ่งมีคนเสื้อแดงที่รู้สึกอึดอัดกับองค์กรอิสระออกมาร่วมแสดงพลังอย่างมากมายมโหฬารแน่ ขอเตือนทหารอย่ามาอ้างเหตุประกาศกฎอัยการศึก เพราะยิ่งเหมือนราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ทั้งนี้ ในวันที่ 7-9 พ.ค.จะมีการปล่อยขบวนรถกระจายเสียง 18 คัน ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ออกรณรงค์ทั่ว กทม. เชิญชวนคนเข้าร่วมชุมนุม จากนั้นช่วงเย็นจะมีเวทีปราศรัยที่ห้างอิมพีเรียลจนถึง 22.00 น.ทุกวัน ส่วนผลการประชุมแกนนำ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. นายจตุพร พรหม-พันธุ์ ประธาน นปช. ได้ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ร่วมกับคนเสื้อแดง

“จตุพร” กร้าวขวางนายกฯคนกลาง

ต่อมาในช่วงหัวค่ำ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ปราศรัยที่เวทีท่าน้ำ จ.นนทบุรี ว่า ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย ไม่เคยเกิดมาก่อนในประเทศ โบราณเรียกกลียุค เหมือนสิ่งที่มือ ที่มองไม่เห็นกำลังจะเข้ามายึดครองอำนาจอธิปไตยประเทศโดยไม่เลือกตั้ง จะสั่นสะเทือนยิ่งกว่า 6.3 ริกเตอร์ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรารู้อยู่แล้วว่าให้นายกฯสิ้นสภาพ หลายคนถามว่า นปช.นัดชุมนุมวันที่ 10 พ.ค. ช้าไปหรือไม่ บอกได้ว่าไม่ช้า เพราะทุกอย่างจะถาโถมเข้ามาอีก ไม่ต้องรีบ เป้าหมายเขาคือเปลี่ยนแปลงการปกครองเอาคนนอกมาเป็นนายกฯ เมื่อเรารู้อยู่แล้วจึงมารอที่จุดนัดพบเลย เพื่อบอกว่าคนนอกไม่มีสิทธิได้เป็นนายกฯ ถ้าหานายกฯจากการเลือกตั้งไม่ได้ ประเทศนี้ก็ไม่ต้องมี วันที่ 10 พ.ค.นี้ขอชวนคนรักประชาธิปไตยไปถนนอักษะให้แผ่นดินสั่นไหวเกิน 6.3 ริกเตอร์ รออีก 2 วัน ให้มันคับแค้นมากกว่านี้ เราสัญญากันไว้แล้วไม่ชนะไม่เลิก เพราะจุดเปลี่ยนประเทศไทยจะอยู่ที่ถนนอักษะ

รวบ “สมศักดิ์ โกศัยสุข” พกปืน

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่ ร.ต.ท.เชิดชัย รวมกลาง สวป.สภ.หนองบัวโคก จ.ชัยภูมิ ตั้งด่านตรวจบริเวณตลาดหนองบัวโคก ถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว พบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮท 2674 กรุงเทพมหานคร วิ่งผ่านมา จึงขอตรวจค้น พบในรถตู้มีคนนั่งมาร่วม 10 คน มีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ กปปส.เป็นหนึ่งในนั้น จึงขอตรวจค้น ปรากฏว่า ค้นตัวนายสมศักดิ์พบปืน .38 พร้อมกระสุน 35 นัด นายวิญญู วงษ์เมฆ พบปืน .38 พร้อมกระสุน 38 นัด และนายเกียรติณรงค์ ศรทอง พบปืน .22 พร้อมกระสุน 20 นัด ตำรวจนำตัวทั้ง 3 คน มาสอบปากคำที่ สภ.หนองบัวโคก โดยนายสมศักดิ์ให้การว่า จะไปขึ้นศาลที่ จ.ชัยภูมิ ตำรวจจึงควบคุมตัวนายสมศักดิ์ไปขึ้นศาลก่อน หลังจากนั้นได้นำตัวกลับไปสอบปากคำที่ สภ.หนองบัวโคก อีกครั้ง โดยมี พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ สอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้นนายสมศักดิ์พร้อมพวกให้การรับสารภาพพร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดประกันตัวไปคนละ 50,000 บาท

ยกฟ้อง “สนธิ-สมศักดิ์” หมิ่น “ทักษิณ”

ที่ศาลจังวัดชัยภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข พร้อมพวกรวม 8 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฟ้องนายสนธิ นายสมศักดิ์พร้อมพวก ในข้อหากล่าวให้ร้ายหมิ่นประมาท โดยศาลพิพากษายกฟ้องนายสนธิ นายสมศักดิ์และพวกทั้งหมด เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า นายสนธิ พร้อมพวกไม่มีเจตนากล่าวให้ร้าย จึงตัดสินยกฟ้อง หลังฟังคำตัดสินแล้ว นายสนธิและคณะเดินลงจากศาล มีกลุ่มคนที่สนับสนุนนายสนธิ นำดอกไม้มามอบให้เป็นกำลังใจ นายสนธิได้กล่าวขอบคุณและพูดว่า ต้องรีบไปแล้วนะ เดี๋ยวถูกคนมาปองร้ายอีก

ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน “เจ๋ง ดอกจิก”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งศาลฎีกาที่นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. จำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 พ.ค.57 พร้อมหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง อีกทั้งจำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาและยื่นฎีกา มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวจำเลยจะหลบหนี ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายยศวริศกล่าวว่า ทีมทนายจะยื่นคำร้องขอรับรองฎีกากับศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ เพื่อจะได้ยื่นฎีกาทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การยื่นคำร้องรับรองฎีกานั้นยื่นไปพร้อมกับคำฎีกาในคราวเดียวกัน หากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกา ทีมทนายความจึงจะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายยศวริศอีกครั้ง เพราะหากยื่นคำร้องปล่อยชั่วคราวก่อนที่จะรับฎีกาคงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอะไร ขณะที่ระหว่างนายยศวริศ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภรรยาได้เข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจมาโดยตลอด และตนจะเข้าไปเยี่ยมเพื่อแนะนำการต่อสู้คดีแก่นายยศวริศในวันที่ 7 พ.ค.นี้

“สุเทพ” ปลุกม็อบบำเพ็ญเพียรสู่ชัยชนะ

เมื่อเวลา 21.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินีว่า ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นพวกเราจะเดินหน้าบำเพ็ญเพียรตามสัตยาธิษฐาน เพื่อชัยชนะของแผ่นดินไทยและประชาชนทุกคน ในวันที่ 7 พ.ค. จะเดินถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนจันทน์ ถนนสีลม กลับสวนลุมพินี ถือเป็นการบำเพ็ญเพียรขั้นสุดท้าย นอกจากนี้ ขอขอบคุณฝ่ายต่างๆรวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยถ่ายทอดกิจกรรมการชุมนุม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กปปสศอ.รส.เสื้อแดงถนนอักษะจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้