ข่าว
100 year

ปูแจงเองสู้คดีถวิล ชี้ขาดวันนี้ ศาลรธน.นัดเที่ยง

ทีมข่าวหน้า 17 พ.ค. 2557 08:10 น.
SHARE

ปปช.นัด8พ.ค.ฟันจำนำข้าวซํ้า พท.มีมติควํ่าโรดแม็ป‘มาร์ค’ รมว.ยธ.แฉกิตติพงษ์ขอย้าย

ศาล รธน.ปิดสำนวนคดีเด้ง “ถวิล” นัดเที่ยง 7 พ.ค. ฟังคำวินิจฉัยเชือดนายกฯ-ครม.สิ้นสภาพ “ยิ่งลักษณ์” สู้ยิบตาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โยน “โกวิท-กฤษณา” รับผิดชอบโยกย้าย ไม่ได้ก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อเครือญาติ มติ พท.คว่ำโรดแม็ป “มาร์ค” ออกแถลงการณ์สับขัดหลัก ปชต. ทำรัฐประหารแบบใหม่ ตั้งแท่น ปธ.วุฒิฯ ละเมิด รธน.ตั้งนายกฯคนกลาง-ครม.เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง กกต.เบรกหัวคะมำยังไม่ร่าง พ.ร.ฎ.เข้า ครม. ส่งหนังสือขอหารือนายกฯเพิ่มอำนาจ ปธ.กกต.สั่งเลื่อนเลือกตั้ง พท.ผวาส่อวืดอดหย่อนบัตร ป.ป.ช.นัดลงดาบสองจ่อ 8 พ.ค.ชี้มูลคดีปล่อยโกงจำนำข้าว ปชป.จี้ “ปู” ดึงฟืนพ้นกองไฟใช้ 7 วันอันตรายตัดสินใจดับวิกฤติ ครม.ไฟเขียวโยกสลับ “กิตติพงษ์” ที่ปรึกษานายกฯ “ธงทอง” ไปปลัด ยธ. “ภราดร” นั่งปลัดสำนักนายกฯ “ชัยเกษม” แจงเจ้าตัวขอย้ายเอง ไม่เกี่ยวเคลื่อนไหวการเมือง

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวน 4 พยานปิดสำนวนคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)โดยมิชอบเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯและ ครม.ในวันที่ 7 พ.ค.เวลา 12.00 น.

ศาล รธน.สอบพยานคดีเด้ง “ถวิล”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานทั้ง 4 ปาก ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมและอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ตั้ง 3 ประเด็นไต่สวนสถานภาพ “ปู”

นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การไต่สวนวันนี้องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดประเด็นในการพิจารณาไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. พิจารณาว่าเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ปัญหาที่ต้องพิจารณานายกฯ พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 วรรคหนึ่ง (2) ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ 2.การกระทำของนายกฯ เป็นการกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (2) (3) เป็นการทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่งหรือไม่ และ 3. เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) จะทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องสิ้นสุดลงด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเพิ่มเติมพยาน เนื่องจากเห็นว่าพยานมีเพียงพอแล้ว ซึ่งฝ่ายผู้ร้องก็มีการขอเพิ่มพยานมาเช่นเดียวกัน ศาลก็ไม่อนุญาต

“ไพบูลย์” ยกเหตุ “ปู–ครม.” ไปยกคณะ

จากนั้นนายไพบูลย์เบิกความว่า จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. เพื่อผลักดันให้เครือญาติ คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.ในขณะนั้น ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า แทรกแซงเร่งรัดและศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวจึงมีผลผูกพันผู้ถูกร้อง ดังนั้น ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 มีผลทำให้ความ เป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และเป็นเหตุทำให้รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพราะถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำอันต้องห้าม ดังนั้นเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการต่อไปได้ จึงต้องดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใน 7 วัน เช่นเดียวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการแต่งตั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีภายใน 9 วัน

“ยิ่งลักษณ์” ปัดไม่ได้ทำเพื่อเครือญาติ

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ขึ้นชี้แจงว่าขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตนได้มอบหมาย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯดูแลสภาความมั่นคง (สมช.) ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในขณะนั้นมอบหมายให้ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่วนสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับผิดชอบ จึงไม่ได้รับผิดชอบเรื่องการโยกย้าย ไม่ได้ แทรกแซง การทำงานต่างๆ จึงขอปฏิเสธพฤติการณ์ต่างๆ เพราะได้มอบอำนาจการโยกย้ายให้รองนายกฯ ดูแล ไม่มีพฤติกรรมวางแผนเป็นระบบเป็นขั้นตอน ไม่ได้ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม ยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศ ไม่ได้คำนึงถึงเครือญาติ ขอบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้หย่าขาดกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เรียบร้อยแล้ว และการหย่าร้างก็ไม่ได้มีผลในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า แม้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์จะเกษียณแล้วก็ไม่มีชื่อมานั่งเป็นรัฐมนตรีแต่อย่างใด

โยน “โกวิท” รับผิดชอบโยกย้าย

ด้านนายจรูญ อินทจาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซักถามว่าในฐานะประธานนโยบายคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ได้โยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร ไปเป็นเลขาธิการ สมช. ดูความมั่นคง แต่ต่อมาทำไมถึงย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ใช้ดุลพินิจอะไรในการพิจารณา น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของ พล.ต.อ.โกวิท ซึ่งการโยกย้ายไม่ได้พูดถึงตำแหน่งข้างหน้า ตนได้ทราบว่ามีการทาบทาม พล.ต.อ.วิเชียร เนื่องจากเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงไว้วางใจและทราบว่า พล.ต.อ.วิเชียรสมัครใจ ไม่ได้มีการขู่เข็ญ ส่วนที่ขอย้ายนายถวิล พล.ต.อ.โกวิทบอกว่าเคยทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ การที่จะให้ใครมา เป็นเลขาธิการ สมช.ต้องพิจารณาเรื่องความไว้วางใจด้วย ส่วนตนไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องโยกย้ายเป็นเพียงผู้ลงนามเสนอเข้า ครม.เท่านั้น การย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เกิดจากการทาบทามของ รมว.คมนาคม และโยกย้ายตามฤดูกาล

อ้างยุคมาร์คเสนอ “ประทีป” ยังไม่ได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การย้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ก็ไม่ได้มองความเป็นญาติ มองความเหมาะสม ผลงาน และมติ กตช. ก็เห็นชอบโดยเอกฉันท์ และ พล.ต.อ.วิเชียร ก็เห็นชอบด้วย แต่ถ้า กตช.ไม่เห็นด้วยต้องตกไป เช่นเดียวกับสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯที่เสนอให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. นอกจากนี้ การแต่งตั้งโยกย้าย พล.อ.อักษรา เกิดผล ลูกชายของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน ตนก็พิจารณาตามความเหมาะสม ได้เห็นชอบการเสนอ พล.อ.อักษรา เป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นเลขาธิการกอ.รมน.ได้

“ถวิล” สวน “วิเชียร” ไม่ได้สมัครใจ

ต่อมานายถวิลชี้แจงว่า เหตุผลที่แท้จริงในการย้ายตน เพราะต้องการเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ พล.อ.วิเชียรเคยพูดกับตนตอนที่มีข่าวจะย้ายมาสมช.ว่าท่านไม่มาตำแหน่ง สมช.ขอให้ตนสบายใจได้ ท่านใช้คำว่า “พี่ถวิลสบายใจได้ ผมไม่มา สมช. ผมจะต่อสู้ที่ สตช. ผมก็บอกแล้วว่าดีแล้ว เป็นข้อมูลไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่ใดมาก่อน”อย่างไรก็ตาม การโยกย้ายตนเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ มีข้อเท็จ–จริงที่สะท้อนให้เห็นว่าเร่งรีบดำเนินการ การย้ายต่างหน่วยต่างกรมต้องให้ความยินยอมกันก่อน

“จรัญ” จับพิรุธเอกสารลงวันที่ลักลั่น

จากนั้น นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซักถามว่าวันที่ 4 ก.ย.54 เป็นวันอาทิตย์หรือวันทำการอะไร นายถวิลกล่าวว่า “วันที่ 4 ก.ย.54 เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดราชการตามปกติ เมื่อถามว่าในบันทึกข้อความของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีระบุว่า น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยินยอมให้รับโอนแล้ว โดยลงนามหนังสือรับโอนลงวันที่ 5 ก.ย.54 เป็นหนังสือที่รัฐบาลส่งมาให้ศาลประกอบการชี้แจงถ้อยคำเมื่อวันที่ 2 พ.ค.57 แต่เนื้อความและเลขหนังสือเหมือนกับวันที่ 4 ก.ย.54 ตกลงฉบับไหนคือฉบับจริง นายถวิลตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความ ลักลั่นของหนังสือระหว่างหน่วยงานโอนกับรับโอนที่ลงวันเดียวกัน ตนเคยสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและในศาลปกครองแล้ว แต่ทั้ง 2 หน่วยงานเห็นตรงกันว่าไม่สอดคล้อง และไม่เป็นสาระสำคัญที่ทำให้การโอนย้ายเสียไป แต่ไม่ทราบว่ามีการแก้ไขวันที่หรือไม่ ซึ่งนายจรัญระบุว่า หากหนังสือรับโอนฉบับวันที่ 5 ก.ย.54 เป็นหนังสือตัวจริง ความลักลั่นเรื่องวันจะหมดไปใช่หรือไม่ นายถวิลตอบว่า “ครับ”

ทนายซักค้านเบรกเกม

ขณะที่ทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามซักค้านว่า ทราบหรือไม่ว่าหนังสือที่ ครม.พิจารณาในวันที่ 6 ก.ย.นั้นเป็นหนังสือลงวันที่เท่าไหร่ นายถวิลกล่าวว่า ไม่ทราบ จากนั้นนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถามนายถวิลว่า แล้วสำเนาหนังสือรับโอนฉบับวันที่ 4 ก.ย.54 ที่นำส่งศาลได้มาจากที่ใด นายถวิลกล่าวว่า เป็นสำเนาหนังสือที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนำส่งพร้อมเอกสารหลักฐานอื่นให้ สมช.หลัง ครม.มีมติเพื่อแจ้งให้ตนทราบว่ามีคำสั่งโยกย้ายไปทำหน้าที่ที่ปรึกษานายกฯ

“วิเชียร” ป้อง “ปู” ไม่เกี่ยวสั่งย้าย

ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวชี้แจงว่า เรื่องการโยกย้ายสืบเนื่องจากความเสียใจ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ตำหนิติเตียนอย่างรุนแรงว่าตำรวจคุมบ่อนคุมซ่อง ซึ่งเป็นการทำลายศรัทธาของประชาชน ซึ่งเมื่อถูกตำหนิติเตียนก็ได้มาปรึกษา พล.ต.อ.โกวิทบอกว่า ไม่สามารถทำงานกับผู้บังคับบัญชาแบบนี้ได้ แล้วแต่ว่าจะย้ายให้ตนไปไหนก็ได้ ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิทก็บอกว่า จะย้ายไปเป็นเลขาธิการ สมช. ยืนยันว่าเป็นความสมัครใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญต่อรอง ส่วนนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยทาบทาม ไม่เคยยื่นเงื่อนไข และไม่เคยแทรก– แซงการโยกย้ายแต่อย่างใด และไม่ทราบมาก่อนว่าจะแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็น ผบ.ตร.

นัดเที่ยง 7 พ.ค.ฟังคำวินิจฉัย

จากนั้น เมื่อเวลา 13.45 น. นายจรูญ ได้สั่งพักการประชุม 10 นาที ก่อนที่ในเวลา 14.05 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์อีกครั้ง โดยนายจรูญได้อ่านกระบวนการวิธีพิจารณา โดยระบุว่า กรณีที่ผู้ถูกร้องขอให้สอบพยานเพิ่มเติมนั้น ศาลไม่อนุญาตเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วนและกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 7 พ.ค.เวลา 12.00 น.

“ปู” หารือเครียดซักซ้อมแก้ต่าง

ก่อนหน้านั้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางออกจากบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 มายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี จากนั้น เวลา 09.00 น. ประชุมร่วมกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน หัวหน้าทีมทนายส่วนตัวนายกฯ ซักซ้อมข้อมูลเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเข้าชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญในการไต่สวนกรณีคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ที่ให้มีการพิจารณาสถานะความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำวินิจฉัยการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นนายกฯเดินทางออกจาก สป.กห.ถึงศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 10.10 น.ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร 1,000 นาย รักษาความปลอดภัยประจำจุดต่างๆ ตั้งแต่ถนนแจ้งวัฒนะมายังศาลรัฐธรรมนูญ

“จารุพงศ์” ขู่ ครม.พ้นทั้งยวงวุ่นแน่

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมแผนรองรับหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นสภาพจากการเป็นนายกฯไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เชื่อว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ครม.สิ้นสภาพทั้งคณะย่อมนำมาสู่ความวุ่นวายอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะวุ่นวายอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้สิ้นสภาพแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.56 จากการยุบสภา แต่ต้องอยู่รักษาการตามมาตรา 181 ส่วนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญดูจากพฤติกรรมในอดีตศาลรัฐธรรมนูญฟังพยานเช้า ตอนบ่ายตัดสินโดยไม่กินข้าวเที่ยงด้วยซ้ำ อีกไม่กี่ชั่วโมงรู้แน่

ทำตามอำเภอใจจะรู้นรกมีจริง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองไม่มีข้อเสียมีแต่ข้อดี เพราะไม่ผิดอยู่แล้ว แต่
ถ้าต้องการให้บ้านเมืองเละเทะ อยากให้เกิดการรบรากันเชิญศาลรัฐธรรมนูญทำตามใจชอบ ไม่ได้ขู่ อยากเห็นนรกมีจริงให้ใช้อำนาจเกินบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านและครอบครัวจะรู้ว่านรกมีจริงในเมืองไทย และในวันที่ 7 พ.ค.ตนจะออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ให้คอยดูกันว่าจะเป็นเรื่องอะไร

แกนนำ พท.เข้าพรรคลุ้นผลชี้ขาด

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังประชุมพรรคเพื่อไทยว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาสถานภาพของนายกฯและคณะรัฐมนตรีในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. พรรคยังเชื่อว่าการตัดสินของศาลจะเป็นการตัดสินที่ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นและจะเป็นทางออกของการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ วันที่ 7 พ.ค.แกนนำพรรคและทีมกฎหมายเพื่อไทยจะเดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อติดตามผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ เวลา 10.00 น.

กกต.เบรกส่ง พ.ร.ฎ.ให้รัฐบาล

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สม–เจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาเนื้อหาถ้อยคำในร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งเป็นการทั่วไป รวมถึงพิจารณาข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในช่วงเช้าพิจารณาไม่แล้วเสร็จ และพักการประชุมเนื่องจาก กกต.ติดภารกิจเข้าพบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยที่นัดหมายไว้ จากนั้นเวลา 14.30 น.มีการประชุมกันต่อ

ขอหารือซ้ำเพิ่มอำนาจ ปธ.กกต.

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงผลการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาเนื้อหาถ้อยคำในร่าง พ.ร.ฎ.ว่า ที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเสนอร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าวไปยัง ครม.ได้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย. กกต.หารือร่วมกับนายกฯ ที่กองทัพอากาศ จากนั้น กกต.ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ง 2 หน่วยงานยังเห็นแตกต่างกัน โดย กกต.ยืนยันเรื่องการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง 2 ก.พ. แต่คณะกรรมการกฤษฎีกายังมีความเห็นแย้ง ดังนั้น กกต.ได้ประชุมพิจารณาความเห็นส่งไปยัง ครม.เป็นหนังสือด่วนที่สุด ที่ ลต (กกต.)0301/6407 ลงนามโดย กกต.ทั้ง 5 คน เรื่องความเห็นของ กกต.เกี่ยวกับ พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ...ส่งถึงนายกฯ พร้อมกับแนบเอกสารอีก 2 ฉบับ ประกอบด้วย หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ 1 พ.ค. 2557 และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 2/2557 ลงวันที่ 24 ม.ค.2557 โดยมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายโดยเฉพาะการที่ กกต.เสนอให้ระบุในร่างว่ากรณีมีเหตุร้ายแรงต่อประเทศชาติให้นายกฯปรึกษา กกต. เพื่อให้อำนาจประธาน กกต. เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้

มั่นใจไม่กระทบวันเลือกตั้ง 20 ก.ค.

นายภุชงค์กล่าวว่า กกต.จึงขอเชิญนายกฯ และคณะมาประชุมร่วมกับ กกต. เพื่อเชิญร่วมหารืออีกครั้ง พร้อมเสนอความเห็นไปยัง ครม.3 ประเด็น คือ แม้ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ไม่เคยมีรูปแบบลักษณะที่กำหนดแนวแก้ไขปัญหาต่างๆมาก่อน แต่ กกต. เห็นว่าไม่เคยมีรูปแบบบังคับที่ชัดเจน และเชื่อว่าการตรา พ.ร.ฎ. เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศชาติสามารถกระทำได้ อย่างที่เกิดขึ้นในปี 2549 และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้ว จากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 การแก้ไข พ.ร.ฎ. ดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นใจว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยการนัดหมายตามวันเวลาสถานที่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นสมควรร่วมกัน ถ้ากำหนดวันที่จะพูดคุยกันโดยเร็ว ภายใน 3-5 วัน จะไม่กระทบจนต้องขยับวันเลือกตั้งจากที่กำหนดไว้คือวันที่ 20 ก.ค. ขอยืนยันว่า การทำหนังสือถึงนายกฯ เชิญมาหารืออีกครั้งไม่เกี่ยวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีของนายกฯ ในวันที่ 7 พ.ค. และไม่เกี่ยวกับข้อเสนอที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งมาให้ กกต. ซึ่ง กกต.ได้แจกเพียงเอกสารและมีความเห็นรับทราบเท่านั้น

“นิวัฒน์ธำรง” หัวโต๊ะประชุม ครม.

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 12.10 น.ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรง–ไพศาล รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ครม.แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ซึ่งติดภารกิจเดินทางไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.โดย ครม.ได้เลื่อนการประชุมมาจากเวลา 10.00 น.เพื่อติดตามการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญของนายกฯ และรอ กกต.พิจารณาร่าง พ.ร.ฏ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ให้แล้วเสร็จ เพื่อส่งมายังรัฐบาล

เล็งถก ครม.นัดพิเศษแก้เกมยื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งการประชุม ครม.พิจารณาตามวาระแล้วเสร็จในเวลา 12.50 น. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. ได้แจ้งต่อที่ประชุมครม.เพื่อขอหารือว่า ครม.ยังจะรอให้ กกต.ส่งร่าง พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งมาหรือไม่ เนื่องจากนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการ กกต.แจ้งมาว่า ช่วงเช้า กกต.ติดภารกิจ การพิจารณาร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ จะเริ่มประชุมอีกครั้งเวลา 14.30 น. อาจจะได้ข้อยุติในเวลา 16.00 น. ยังจะรอ
กกต.ก่อนหรือไม่ ขอให้แล้วแต่ดุลพินิจ โดยเสียงส่วนใหญ่ให้เลิกการประชุม ครม.ไม่ต้องรอ กกต.โดยนายอำพนได้แจ้งที่ประชุมว่าหาก กกต.ส่งเรื่องมาจะเสนอนายกฯ เพื่อพิจารณาเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษทันที เพื่อความถูกต้อง จะหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนด้วย

“ชัยเกษม” ปลอบใจมีเวลาอีก 14 วัน

นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่สามารถส่งร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเรียกประชุม ครม.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ฏ.กำหนดวันเลือกตั้ง ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทันวันที่ 20 ก.ค. ยังมีเวลาเหลืออีก 14 วัน เชื่อว่าขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯคงใช้เวลาไม่นาน เมื่อ กกต.ส่งเรื่องมายังรัฐบาลเมื่อใด จะเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษทันที ความจริงการประชุม กกต.เมื่อเช้าวันที่ 6 พ.ค.น่าจะเรียบร้อย ไม่อยากจะมองว่า กกต.พยายามดึงเวลา เรื่องนี้ต้องดูกันอีกยาว เมื่อถามว่า เป็นไปได้ว่า กกต.ดึงเวลาเพื่อรอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก่อน นายชัยเกษมกล่าวว่าเป็นเรื่องของ กกต.ไปคิดแทนไม่ได้

รบ.ค้าน กกต.ขอยึดอำนาจเลื่อน ลต.

ช่วงเย็น นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังประชุม กกต.ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เติมบทบัญญัติในพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ให้อำนาจประธาน กกต. เลื่อนวันเลือกตั้งได้ หากการเลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหา แต่เรื่องนี้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ให้ความเห็นกับ กกต.ไปแล้วว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่สามารถให้อำนาจ กกต.ได้ ตนไม่อยากพูดว่าคณะกรรมการ กกต. พยายามเตะถ่วงไม่ให้การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม จะขอหารือกับนายกฯและ ครม.อีกครั้งหนึ่งก่อน ยังจะไม่ตอบกลับ เพราะ กกต.ยืนยันว่ายังมีเวลาในการหารือ และทันกรอบเวลาเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.

พท.ผวา พ.ร.ฎ.ส่อแววแท้ง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่สามารถเสนอร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งเพื่อนำมาเสนอ ครม.เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยมีความกังวล ไม่อยากให้เลื่อนออกไป อยากให้ กกต.เร่งเสนอร่างโดยเร็ว เพื่อจะได้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุด

นายกฯสั่ง รมต.สแตนบายรอเรียก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันเดียวกัน นายกฯได้สั่งให้รัฐมนตรีเตรียมพร้อมเดินทางกลับเข้ามายัง สป.กห.เพื่อประชุม ครม.นัดพิเศษ หาก กกต.ส่งร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งมายังรัฐบาล แต่หลังจาก กกต.แถลงว่าไม่สามารถส่งร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งมาให้รัฐบาลได้ แต่จะขอหารือกับรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อขอให้เพิ่มอำนาจประธาน กกต.ใน พ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้งได้ และส่งหนังสือมายังรัฐบาล นายกฯจึงสั่งยกเลิกประชุม ครม.นัดพิเศษ และไม่เดินกลับเข้ามา สป.กห. พร้อมทั้งสั่งให้รัฐมนตรีรอคำสั่งเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษ ในวันที่ 7 พ.ค.ที่ สป.กห.

พท.แถลงการณ์สับ “มาร์ค” ไม่จริงใจ

เมื่อเวลา 12.30 น.ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมกันแถลงการณ์เรื่อง “การเลือกตั้งและความยุติธรรมเท่านั้นคือทางออกของประเทศ” โดยนายโภคิน พลกุล กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยได้มีแถลงการณ์มาอย่างต่อเนื่องว่าทางออกของประเทศจากความรุนแรงและกลียุคคือการเลือกตั้ง สำหรับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์สับสน ไม่ได้เป็นไปอย่างจริงใจ ขัดหลักประชาธิปไตย และไม่อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังที่นายอภิสิทธิ์กล่าวอ้างไว้ ความพยายามให้มีนายกฯ ตามมาตรา 7 หรือนายกฯคนกลางมาจากพรรคประชาธิปัตย์ กปปส.และแนวร่วม โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การเสนอให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง ไม่แตกต่างจากที่เคยเสนอในปี 2549 เป็นการสืบทอดแนวคิดทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะปัจจุบันนายกฯ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วแต่รัฐธรรมนูญบังคับให้ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งต้องผ่านการเลือกตั้งเสียก่อน

เลยเถิดนอก รธน.หลายข้อทำไม่ได้

นายโภคินกล่าวว่า ส่วนการเสนอให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้สรรหานายกฯ และคณะรัฐมนตรี เป็นข้อเสนอนอกรัฐธรรมนูญโดยแท้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ สภาฯเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอและเลือกนายกฯ เพราะนายกฯต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาผู้แทนฯ เท่านั้นที่เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ วุฒิสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ เกี่ยวกับการเสนอและเห็นชอบบุคคลเป็นนายกฯ หากกระทำไปก็จะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 68) นอกจากนี้วุฒิสภาที่ดำรงอยู่ในขณะนี้เป็นวุฒิสภาในระหว่างการยุบสภาฯ จึงมีอำนาจจำกัดมาก ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 132 บัญญัติไว้เท่านั้น สำหรับข้อเสนอให้รัฐบาลคนกลางไปดำเนินการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง โดยทำแผนและทำประชามติร่วมกับ กกต.ก็ไม่อาจทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 165 กำหนดให้ปรึกษากับประธานสภาฯด้วย ดังนั้นต้องเลือกตั้งจนได้ประธานสภาฯเสียก่อน จึงจะทำประชามติได้ ดังนั้นการให้รอเลือกตั้งไป 150-180 วัน หรือ 5-6 เดือน จึงเป็นไปไม่ได้

ซัดรัฐประหารแบบใหม่ทำลาย ปชต.

นายโภคินกล่าวว่า ส่วนที่ต้องการรอคำตอบจากนายกฯยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว เท่ากับสร้างเงื่อนไขเพื่อเอื้อข้อเสนอของตนและ กปปส. ที่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะนายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีอำนาจตรา พ.ร.ฎ.แต่เพียงผู้เดียว ต้องหารือกับ กกต. และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เหนือสิ่งอื่นใดเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ การเสนอเช่นนี้จึงไม่บังควรอย่างยิ่ง ทำนองเดียวกับที่เคยเสนอเรื่องมาตรา 7 ในปี 2549 จนมีพระราชดำรัสไม่ทรงเห็นชอบด้วยมาแล้ว พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นและเข้าใจมาอย่างต่อเนื่องว่า มีกระบวนการสมคบคิดกันระหว่างพรรคการเมืองบางพรรค กปปส. และองค์กรตามรัฐธรรมนูญบางองค์กรเพื่อทำรัฐประหารรูปแบบใหม่ด้วยการทำลายระบอบประชาธิปไตย ไม่เอาการเลือกตั้ง ใช้อคติ ไม่ยุติธรรม เลือกปฏิบัติให้เกิดความขัดแย้งเพื่อสร้างสุญญากาศไปสู่การมีนายกฯที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง

ปลายทางดันนายกฯคนกลาง

“ต้องจับตาดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างรวดเร็วหรือไม่ จะมีคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศไม่มีรัฐบาล เพื่อปูทางให้วุฒิสภาไปละเมิดรัฐธรรมนูญตั้งนายกฯ คนกลางต่อไปหรือไม่ กองทัพจะออกมาสนับสนุนกระบวนการที่ขัดรัฐธรรมนูญเช่นนี้หรือไม่ กกต.จะทำตามนายอภิสิทธิ์และ กปปส. โดยเลื่อนการเลือกตั้งที่ตนเสนอออกไปจนไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ พรรคเพื่อไทยขอย้ำว่าจะต้องเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปในวันที่ 20 ก.ค.57 โดยทุกพรรคนำเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศไทยต่อประชาชน หลังเลือกตั้งทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดันให้มีกฎหมายรับรององค์กรปฏิรูปฯ เมื่อแผนและแนวทางปฏิรูปแล้วเสร็จ ให้นำไปทำประชามติ รัฐบาลที่ตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้งจะอยู่ไม่เกิน 12 เดือนเพื่อสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปฯ จากนั้นจะมีการยุบสภาฯเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังจากมีแผนและแนวทางปฏิรูปฯแล้ว” นายโภคินกล่าว

ปชป.ขอนายกฯให้โอกาสชาติ

ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อ กกต. ไม่สามารถส่งร่าง พ.ร.ฎ.ให้ ครม.พิจารณาได้ทัน ก็ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาอีก 7 วันก่อนจะประชุม ครม.ครั้งต่อไป ขอให้อ่านแผนเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์ที่ให้นายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคส่งมอบให้อย่างรอบคอบ หากไม่เข้าใจขอให้นัดพบนายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าเป็นแผนที่ลดการเผชิญหน้า ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ หลีกเลี่ยงการกระทำระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ช่วง 7 วันนับจากนี้ไป เหมือนการเปิดโอกาสให้ประเทศหายใจได้สะดวกขึ้น แต่น่าเสียใจคือ มติพรรคเพื่อไทยมโนไปเองอ้างเหตุการณ์ปี 2549 ว่ามีขบวนการโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่สาเหตุการรัฐประหารมาจากพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ แถลงการณ์โจมตีนายอภิสิทธิ์ว่าข้อเสนอเป็นไปไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญไม่เป็นความจริง ที่บอกว่า ครม.ลาออกไม่ได้ ความจริงใช้สิทธิส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ส่วนที่อ้างว่าการทำประชามติต้องปรึกษาประธานรัฐสภาก่อนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ข้อความใช้เพียงว่าอาจจะปรึกษา ไม่ใช่ว่าต้องปรึกษา เป็นการอ้างรัฐธรรมนูญแบบไม่ครบถ้วน ใช้ไม่ได้

จะ ลต.ให้โมฆะหรือชะลอเลี่ยงสูญเสีย

นายชวนนท์กล่าวว่า พรรคยืนยันคิดปฏิรูปมาโดยตลอดเพื่อให้ประเทศพ้นวังวนความขัดแย้ง หากพรรคเพื่อไทยจะโต้เถียงเรื่องนี้กล้าจัดดีเบตหรือไม่ ที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงปฏิรูปนอกจากการเลือกตั้ง เหมือนกับในแถลงการณ์ข้อ 10 ที่ยืนยันว่าจะต้องเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.57 ต้องถามว่า จะเดินทางไปเลือกตั้งที่อาจจะโมฆะหรือให้เวลาประเทศ 180 วันเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ ทั้งหมดจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในช่วง 7 วันอันตรายนี้

จี้ “ปู” รีบดึงฟืนออกจากกองไฟ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดึงฟืนออกจากกองไฟแห่งความขัดแย้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เริ่มต้นแล้ว แต่คนเดียวไม่สามารถดับไฟได้ จึงขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯดึงฟืนออกจากไฟพิจารณาแผนเดินหน้าประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์อย่างรอบคอบ อย่าฟังเสียงบ่างช่างยุ ที่บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะหวังเข้าสู่อำนาจเป็นรัฐมนตรีในอนาคต หาก น.ส. ยิ่งลักษณ์ไปฟังจะเป็นคนเดียวที่ติดคุก การระบุว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ขัดรัฐธรรมนูญนั้นบิดเบือน แต่เป็นการรักษารัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกฉีกจากการปฏิวัติ

ป.ป.ช.ฟันซ้ำลงดาบคดีข้าว 8 พ.ค.

อีกเรื่องหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 พ.ค. คณะทำงานไต่สวนกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีโครงการจำนำข้าว ได้สรุปรายงานสำนวนการไต่สวนในคดีดังกล่าวให้องค์คณะไต่สวนคดีจำนำข้าวรับทราบ เพื่อพิจารณาว่ามีข้อมูลพยานหลักฐานสมบูรณ์เพียงพอหรือยัง ซึ่งองค์คณะไต่สวนพิจารณาแล้วเห็นว่า รายงานสำนวนการไต่สวนมีความครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกด้านแล้ว ทั้งในส่วนข้อเท็จจริง คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคำชี้แจงของพยานคดีจำนำข้าวทั้ง 4 ปาก จึงให้นำสำนวนเข้าเสนอสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 8 พ.ค. เพื่อพิจารณาลงมติตัดสินคดี

ครม.โยก “กิตติพงษ์” นั่งที่ปรึกษานายก

วันเดียวกัน นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งโอนย้ายข้าราชการระดับ 11 จำนวน 3 คน ได้แก่ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ จากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ พร้อมโอนย้ายนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน และโอนย้าย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร จากที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ มาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การสับเปลี่ยนตำแหน่งนายกิตติพงษ์เป็นไปตามความประสงค์ของนายกิตติพงษ์เอง ที่ได้ทำหนังสือขอโยกย้าย เนื่องจากได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมครบ 4 ปี และได้รับพิจารณาให้ต่ออายุการดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี และครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ค.จึงจำเป็นต้องสับเปลี่ยนหน้าที่ ยืนยันเป็นตำแหน่งนักบริหารระดับสูงเท่ากัน ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญยิ่งลักษณ์ ชินวัตรวิเชียร พจน์โพธิ์ศรีถวิล เปลี่ยนศรีแต่งตั้งโยกย้าย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้