ข่าว
100 year

ผักตบชวาบุกน.ท่าจีน ผู้ประกอบการโอด หากินลำบาก

ทีมข่าวภูมิภาค7 พ.ค. 2557 04:10 น.
SHARE

สถานการณ์ผักตบชวาที่ลอยเต็มแม่น้ำท่าจีน ใน จ.สุพรรณบุรี ยังไม่ดีขึ้น โดยวิถีชุมชนริมน้ำได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ ต่างขาดรายได้ เพราะไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้...

ความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์ผักตบชวาที่ขึ้นแพร่กระจายอยู่เต็มแม่น้ำท่าจีนในหลายอำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2557 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่ประตูน้ำโพธิ์พระยา อ.เมือง พบตั้งแต่ปากประตูน้ำมีกลุ่มผักตบชวาหนาแน่นเป็นสีเขียวเต็มราวกับสนาม ฟุตบอล ตลอดสายน้ำเป็นระยะทางยาวหลายสิบกิโลเมตร จนทำให้แหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำหลายๆ แห่ง รวมถึงวิถีชุมชนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งอุทยานมัจฉาชื่อดังที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำท่าจีนจำนวนมาก ตั้งแต่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวแพขายอาหาร ที่มีกิจการเรือท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของฝั่งแม่น้ำ ก็ได้รับผลกระทบมาเป็น เวลาเกือบ 3 เดือน เนื่องจากปัญหาผักตบชวาเต็มแม่น้ำ ทำให้เรือไม่สามารถออกแม่น้ำได้

นายนันทชัย อำไพจิต อายุ 38 ปี ผู้จัดการร้านอาหารเรือนแพ ครัวสุพรรณ ที่ ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่าสถานการณ์ผักตบชวาขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มแม่น้ำท่าจีน เกิดขึ้นมาได้ประมาณเกือบ 3 เดือนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้เรือสำราญที่ล่องนำนักท่องเที่ยวไปชมทิวทัศน์ และดื่มกินอาหารไปด้วยไม่สามารรถออกให้บริการได้ จนต้องมีการโทรไปแจ้งยกเลิกบรรดาลูกทัวร์จากทั้งในสุพรรณบุรี และต่างจังหวัดที่จองล่วงหน้าไว้ ทำให้สูญเสียรายได้ไปพอสมควรเลยทีเดียว ในส่วนของลูกค้าที่เดินทางมากินอาหารที่ร้านต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ผิดหวังที่ไม่ได้เห็นวิถีชาวบ้านริมน้ำเนื่องจากผักตบชวาขึ้นปกคลุมหมด

เรือต้องจอดอยู่กับท่าเพราะออกไม่ได้

ด้าน นางจันทร์จิรา อรุณรัตน์ อายุ 42 ปี ชาวบ้านย่านเขตภาษีเจริญ กทม.ที่พาครอบครัวมาเที่ยวสุพรรณบุรี และแวะมารับประทานอาหารที่ร้านริมแม่น้ำท่าจีน กล่าวว่า ครั้งแรกตั้งใจว่าจะมานั่งเรือพร้อมกินอาการชมความสวยงามและวิถี ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ แต่เมื่อมาถึงก็ต้องตกใจเมื่อแม่น้ำท่าจีนกลายเป็นดงผักตบชวาไปหมดแล้ว ก็รู้สึกผิดหวังที่เห็นแม่น้ำท่าจีนเต็มไปตัวผักตบชวา ทำให้ความสวยงามของทัศนียภาพที่เคยมาครั้งก่อนหายไปหมด

ในส่วนของปลายทางแม่น้ำที่ อ.บางปลาม้า เขตติดต่อกับ อ.สองพี่น้อง พบว่าสถานการณ์ผัดตบชาวก็ยังคงหนาแน่นเป็นอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะที่ ต.บ้านแหลม ต.คอวัง ที่ประชาชนยังคงมีวิถีชุมชนริมน้ำอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะลงไปประกอบกิจกรรมต่างๆ ในแม่น้ำได้ ทั้งการทอดแห หาปลา เนื่องจากมีผัดตบชวาขึ้นหนาแน่นอยากมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีกลิ่นเน่าเหม็นจากขยะและปฏิกูลที่ลอยติดมาพร้อมกับกอ ผักตบชวาอีกด้วย

ด้าน นางรัตนา พันธุ ชาวบ้าน ม.5 ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า เจ้าของโฮมสเตย์ บ้านสวนแผ่นดินแม่ กล่าวว่า การแพร่ขยายของผักตบชาวที่บางปลาม้ามีมาประมาณ 1 เดือนกว่าๆ แล้ว ด้วยเหตุจากน้ำนิ่งมาก จึงทำให้ผัดตบชวาโตเร็วมากๆ จนเต็มแม่น้ำไปหมด สร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านในละแวกนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถลงไปทำมาหากินในแม่น้ำลำคลองได้เหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะที่โฮมสเตย์ของตนเอง ก็มีบรรดาลูกค้าที่ต้องการจะมาล่องเรือสำราญไหว้พระ 9 วัด และชมความสวยงามของแม่น้ำและรับประทานอาหารไปด้วย แต่หลังจากที่ผักตบชวาลอยเต็มแม่น้ำ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้มาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม่น้ำท่าจีนผักตบชวาสุพรรณบุรีเรือท่องเที่ยวโฮมสเตย์ร้านอาหารริมน้ำผลกระทบนันทชัย อำไพจิตจันทร์จิรา อรุณรัตน์รัตนา พันธุ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้