ข่าว
100 year

สกู๊ปออนไลน์ : จากไหว 6.3 'เชียงราย' ถึง คำทำนายหมอดู 'อีที'...?

ไทยรัฐออนไลน์7 พ.ค. 2557 06:00 น.
SHARE

ยังมีคราสอีก 2 ครั้งเตือนระวัง! ฟันธงแผ่นดินไหวเชียงรายจากอิทธิพลอุปราคา 2 ครั้ง ชี้ทำนายหมอดูอีทีแผ่นดินไหวในไทย ด้านนักวิชาการชี้ตรงกันหวั่นภาคเหนือเขย่าซ้ำ พ้อเทคโนโลยี และความสามารถมนุษย์คาดเดาเหตุการณ์ธรณีพิโรธไม่ได้...

กลายเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายและสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือทำไมภาคเหนือถึงเป็นจุดเสี่ยงต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสม่ำเสมอเพราะอะไร?? บางคนตั้งข้อสงสัยอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ว่าเพราะภูมิศาสตร์? บางคนตั้งข้อสังเกตไปไกลกว่าชนิดวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ?ไทยรัฐออนไลน์หาคำตอบมาให้พิจารณากัน

วิทยาศาสตร์อธิบายเชียงรายแผ่นดินไหว..!

ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือ เอไอที ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหว กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.เชียงราย ขนาด 6.3 ที่จริงไม่เกินความคาดหมาย เนื่องจากบริเวณภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่มีพลังอยู่ ซึ่งดูจากในภูมิภาค ดูจากประวัติแผ่นดินไหวรอบๆ บ้านเรามันก็ต้องเป็นแบบที่เราคาดว่าจะต้องเกิดขึ้น แต่ถามว่ารู้ไหมว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ วิทยาการ ความสามารถปัจจุบันไม่สามารถคาดการณ์ได้จริงๆ

"ถามว่าขนาด 6.3 เป็นขนาดที่ใหญ่ไหม ตามหลักวิชาการถือเป็นระดับกลางระดับใหญ่ ซึ่งที่เราเคยเจอคือขนาด 9 ซึ่งส่งผลให้เกิดสึนามิ อย่างไรก็ดี ตอนนี้เรากำลังทำความเข้าใจรอยร้าวและรอยแตกที่อยู่ในเปลือกโลกขนาดใหญ่ๆ กันเท่านั้น แต่สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือรอยร้าวเล็กๆ
ที่ซ่อนอยู่ข้างในที่เรามองไม่เห็นมีอีกเยอะมากครั้งต่อไปอาจเกิดตามแนวรอยเลื่อนหรือไม่เกิดตามแนวรอยเลื่อนก็เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ เมื่อดูจากสถิติมันอาจเกิดจากรอยเลื่อนเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นก็เป็นได้ หรือเกิดจากรอยเลื่อนใหญ่ๆ ก็เป็นได้ทั้งหมด ดังนั้นถามว่ารอยเลื่อนไหนจะไหวอีก คาดเดาไม่ได้จริงๆ"

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหวชื่อดัง บอกว่า ถ้าให้คาดการณ์แผ่นดินไหวครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้นที่ไหน เชื่อว่าจะเป็นบริเวณภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางๆ เนื่องจากอุปกรณ์ที่วัดได้ไวก็จะเก็บสถิติเหล่านี้ได้เยอะกว่าบริเวณอื่นๆ

สภาพถนนฉีกขาดสาเหตุจากการเกิดแผ่นดินไหวที่จ.เชียงราย

"อย่างที่ผมบอกทำไมเป็นภาคเหนือก็เพราะว่ารอยเลื่อนใหญ่ๆ อยู่ที่พม่า และก็อยู่ในลาวตอนนี้ หลายแขนงเข้ามาในไทย และเราก็อยู่ในขอบของแรงกำเนิดทั้งหลายเหล่านี้ แต่จะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อย โดยเฉพาะรอยเลื่อนเล็กๆ ของเราจะขยับช้ากว่ารอยเลื่อนใหญ่ๆ อาจจะต้องรอ 50-100 ปี บอกไม่ได้ว่าตัวไหนมาก่อนหรือหลัง ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ส่วนรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ที่คนห่วงๆ กัน จริงๆ มันมีความยาวต่อเนื่องกันเหมือนว่าจะทำให้เกิดรอยใหญ่มันก็ต้องใช้เวลาสะสมพลังงานนานมาก อย่างที่บอกความรู้ของเรามีน้อยเกินไปที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราพูดๆ กันใช้การคาดเดาล้วนๆ สรุปก็คือแผ่นดินจะเกิดที่ลอยเลื่อนตรงไหน รอยเลื่อนตัวไหนด้วย ส่วนระยะเวลาก็อย่างที่บอกอาจจะเกิดอีกห้าร้อยปี ห้าสิบปี หรือเกิดวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้ แต่ถ้าให้คาดเดาตามสถิติภาคเหนือของไทยเพราะเปลือกโลกมันมีความเครียดอยู่จากพื้นที่รอบๆ ข้าง"

เมื่อถามว่าทำไมเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงราย
แล้วในกรุงเทพฯ ได้รับแรงสั่นสะเทือนหลายพื้นที่? ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหวบอกว่า ตึกสูงมันสั่นเป็นประจำอยู่แล้วที่พื้นที่กรุงเทพฯ มีลักษณะทางธรณีวิทยาค่อนข้างที่จะพิเศษมันเป็นแอ่งดินอ่อนที่หนามากและมันขยายความแรงของคลื่นที่มาจากระยะไกลได้

​"ในกรุงเทพฯ จะมีความเสี่ยงอยู่อย่างหนึ่งความเสี่ยงที่ใหญ่ๆ ในระยะไกลๆ ไม่ใช่แบบภาคเหนือภาคเหนือมันเป็นแผ่นดินไหวระยะกลางๆ นี่ล่ะ แต่ระยะเผาขนมันก็สั่นสะเทือนแรงและก็มีผลต่ออาคารทุกๆ ประเภท ตั้งแต่อาคารเล็กไปถึงอาคารใหญ่ แต่กรุงเทพฯ นี่จะมีผลต่อเฉพาะอาคารสูงๆ ถ้าหลายร้อยกิโลฯ ก็มาถึงกรุงเทพฯ ได้
แล้ว ถามว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่น่ากลัวไหมไม่น่ากลัวเท่าไหร่หากแผ่นดินไหวขนาด 7 แต่จะเป็นห่วงจำ พวก 8-9 โดยอาคารส่วนใหญ่ที่เราเช็กมาอาคารในกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้สร้างมาแบบต้านทานแผ่นดินไหวขนาดนี้ได้ และเนื่องจากที่ผ่านมาแผ่นดินไหวยังไม่แรงมาก ซึ่งจากที่เราทำการเช็กและคำนวณดูอาคาร 1,400 แห่ง พบว่าถ้าเกิดความรุนแรงขนาด 8-9 อาคารที่จะเสียหายน่าจะเจอการแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงสุดน่าจะอยู่ในประมาณ 4-10 หลัง จะถล่มลงมาแน่นอน"


ถามย้ำว่าโซนไหนในกรุงเทพฯ ที่อันตรายสุดต่อแผ่นดินไหวระดับรุนแรงที่สุด?
 ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า บอกไม่ได้แต่ตึกที่สูงเกินกว่า 10 ชั้นจะอันตรายมากๆ

"แต่อย่างที่ผมบอก ไม่ใช่ 9 ริกเตอร์ทุกๆ เหตุการณ์ที่อันตรายเนื่องจากแต่แผ่นดินไหวแต่ละครั้งมันจะปล่อยคลื่นความถี่มาไม่เหมือนกัน แต่ตามสถิติก็คือทุกๆ 500 ปี จะมีแผ่นดินไหวหนึ่งครั้ง แต่ถ้าจะให้เดาว่าเมื่อไหร่จะเกิด กระทั่งวิธีป้องกัน บอกได้เลยว่าทั้งวิทยาการและความสามารถของเรายังไม่ไปไกลขนาดนั้น เหมือนอย่างแผ่นดินไหวที่เชียงรายก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลย" ผู้เชี่ยวชาญกล่าวสรุป

โหราศาสตร์ดวงดาว และคำทำนายหมอดูอีที?

ขณะที่เรื่องนี้ในมุมโหราศาสตร์และดวงดาว นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ โดยใช้การเคลื่อนไหวของอุปราคาดวงดาว วิเคราะห์ประเด็นนี้ผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงประเด็นนี้ว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่ จ.เชียงราย ขนาด 6.3 ซึ่งสร้างความเสียหายมากมายเป็นอิทธิพลของอุปราคา 2 ครั้งในเดือนเมษายน 2557 

"คราสครั้งที่ 1 คือ จันทรุปราคาเต็มดวง เกิดวันที่ 15 เมษายน 2557 เวลา 14.45 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ตรงราศีตุลย์ ครั้งที่ 2 คือสุริยุปราคาแบบวงแหวน เกิดวันที่ 29 เมษายน 2557 เวลา 13.03 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ตรงราศีเมษ ซึ่งครั้งนี้มีลัคนาเมือง มีพระอาทิตย์อยู่ในดวงเมืองด้วย แต่ว่าดวงดาวที่เข้ามาสัมผัสมากกับ 'อุปราคา' ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้แก่ ดาวเสาร์ ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ ราหู และอิทธิพลของดาวอังคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพฤหัสบดี ที่อยู่ตรงราศีมิถุนกำลังโคจรเข้าสู่ เพชฌฆาตฤกษ์ เมื่อพฤหัสฯ อยู่เพชฌฆาตฤกษ์ตรงราศีมิถุน และดาวเสาร์อยู่เพชฌฆาตฤกษ์ตรงราศี
ตุลย์ พร้อมกับทำมุมตรีโกณค่อนข้างสนิทองศาประกอบกับในห้วงเวลานี้ดาวเสาร์เล็งพระอาทิตย์สนิทองศา ทำให้พระเสาร์ดวงโตแล้วเข้ามาใกล้โลก ฉะนั้น เมื่อเกิดปรากฏการณ์อุปราคาที่สำคัญขึ้น และดาวดวงสำคัญแบบที่ว่าตามสถิติก็มักจะทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดตามมา"

ประชาชนและลูกค้าหนีออกจากห้างเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่กันอลหม่าน

โหรชื่อดังย้ำว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่ดาวพระเสาร์และราหูอยู่ ซึ่งเป็นราศีตุลย์ แล้วราศีตุลย์มันปกครองดินแดนเช่น พม่าและประเทศไทย ฉะนั้นเหตุการณ์แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่มจึงเกิดที่ ณ ห้วงเวลานี้ตามอิทธิพลของอุปราคาและการโคจรของดวงดาวสำคัญ 

"จำคำพยากรณ์ของหมอดูอีทีเมื่อ พ.ศ.2555 ได้ไหม ที่บอกว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองไทย แล้วเราก็บอกว่าไม่ใช่ที่เมืองไทยที่เดียว แต่แผ่นดินจะไหวที่พม่าด้วย หลังจากคำทำนายนั้นปลายปี พ.ศ.2555 จุดศูนย์กลางแผนดินไหวก็เกิดขึ้นที่ประเทศพม่าขนาดเกือบ 7 พอองค์ประกอบแผ่นดินไหวครั้งนั้นสะสม ประจวบกับอิทธิพลของคราสและดวงดาวสำคัญๆ มันจึงส่งผลกระทบมาที่ประเทศไทย ประกอบกับภาคเหนือมีรอยเลื่อนต่างๆ มันจึงเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงเกิดขึ้นได้"

เมื่อถามว่าตามลีลาคราสและดวงดาวเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะสามารถเกิดขึ้นได้อีกไหม? โหรชื่อดังบอกว่า มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเนื่องจากกลางปี และปลายปียังมีอุปราคาอีกถึง 2 ครั้ง

"ตามหลักโหราศาสตร์การดูการเคลื่อนไหวดวงดาวอธิบายแม้ว่าคราสทั้ง 2 ครั้งจะผ่านไปแต่ในวันที่ 8 ตุลาคม 2557 จะเกิดเหตุการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง เวลา 17.54 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ตรงราศีมีนเกิดในขณะพระอาทิตย์และพระจันทร์เล็งกันสามารถเห็นได้ในเมืองไทยและคราสครั้งที่ 4 ของปีจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนในวันที่ 24 ตุลาคม 2557 ศูนย์กลางคราสอยู่ตรงราศีตุลย์ เวลา 04.48 น. ดังนั้นห้วงเวลาเหล่านี้ก็อยากให้ระวังเรื่องแผ่นดินไหวในประเทศไทย โดยเฉพาะรอยเลื่อนต่างๆ ทางภาคเหนือ แม้กระทั่งกรุงเทพฯ ก็ต้องระวังแผ่นดินไหวหรือเกิดการ ดิน น้ำ ลม ไฟ ภัยพิบัติที่จะเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันจากอิทธิพลของดวงดาวและอุปราคาที่จะเกิดขึ้นด้วย"

สุดท้าย โหรชื่อดังย้ำว่า ทั้งหมดนี้ก็เป็นภัยธรรมชาติ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่หากเราเตรียมตัวให้ดี ป้องกันก่อนเหตุการณ์ร้ายแรงจะเกิด ดูอิทธิพลของการโคจร การคราสประกอบกันพร้อมกับเฝ้าระวัง และป้องกันก่อนเหตุการณ์จะเกิดก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

ทั้งหมดนี้ก็ต้องบอกย้ำอีกครั้งว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง แต่ที่แน่ๆ ไม่เชื่ออย่าลบลู่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเชียงรายเป็นหนึ่ง วานิชชัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียเอไอทีภิญโญ พงศ์เจริญนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้