ข่าว
100 year

'อีไอซี'หั่นจีดีพีปีนี้โตแค่ 1.6% คาดกลางปีดอกเบี้ยอาร์พีลดเหลือ 1.75%

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์6 พ.ค. 2557 16:55 น.
SHARE

"อีไอซี" หั่นจีดีพีปีนี้โตแค่ 1.6% จากการเมืองยืดเยื้อ ส่งผลบริโภคภาคครัวเรือนซบเซา หนี้ครัวเรือนพุ่ง คาดกลางปีดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงเหลือ 1.75% ขณะที่ค่าบาท มีแนวโน้มอ่อนลง จากเฟดลดคิวอี เช่นเดียวกับราคาน้ำมันจะปรับลดลง...

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ประเมินว่าในปี 2014 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.6% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิม จากความไม่สงบทางการเมืองที่ส่อเค้ายืดเยื้อกว่าที่ได้ประเมินไว้ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลและกระบวนการกลั่นกรองกฎหมายโดยสภาผู้แทนราษฎรล่าช้าออกไปอีก ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบ ทั้งต่อการเบิกจ่ายภาครัฐในปีงบประมาณปัจจุบัน และการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของปีงบประมาณหน้า โดยเฉพาะงบลงทุน การลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มจำกัดดังกล่าว จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยภาคธุรกิจมีแนวโน้มลดการลงทุนลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาการเมือง ขณะที่การบริโภคของภาคครัวเรือนจะยังคงซบเซาจากผลกระทบต่อรายได้และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี การส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย โดยจะกลับมาขยายตัวได้ที่ 4.0% ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ส่วนในภาคการเงิน อีไอซีคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงไปอยู่ที่ 1.75% ในช่วงกลางปี เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของภาคเอกชนในภาวะที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอ

สำหรับค่าเงินบาท คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของปีจากการทยอยลดขนาดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ (Fed funds rate) ในช่วงกลางปี 2015 ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้เดิมว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2015 

ขณะที่ราคาน้ำมัน ในไตรมาส 2 มี แนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากความต้องการ ชะลอตัวลงตามฤดูกาล ทำให้มีอุปทานน้ำมันส่วนเกิน โดยอุปทานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่ม Non-OPEC เช่น สหรัฐฯ ที่มีการขุดเจาะพลังงานรูปแบบใหม่มากขึ้น รวมไปถึงปริมาณการส่งออกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศในกลุ่ม OPEC อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risks) โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในยูเครน ที่อาจส่งผลต่อการตึงตัวของอุปทาน และผลักดันให้ราคาพลังงานสูงขึ้นในระยะสั้น

นอกจากนี้ อีไอซี ยังประเมินว่าศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential GDP growth) ของประเทศไทยลดลงจาก 4.9% ในช่วงปี 2000-2007 เหลือ 3.5% ในช่วงปี 2008-2013 สาเหตุหลักมาจากปัจจัยการผลิตพื้นฐานในสามด้านสำคัญ ได้แก่ สถาบันโครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษาอ่อนแอลง โดยช่วง 5 ปีข้างหน้า (2015-2019) อีไอซีมองว่าเป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจไทยจะกลับไปขยายตัวในระดับที่ 4.5-5% เนื่องจากจำนวนประชากรวัยทำงานของไทยจะเข้าสู่ช่วงถดถอย และคุณภาพของแรงงานตลอดจนผลิตภาพของปัจจัยการผลิตอื่นๆ น่าจะพัฒนาได้ไม่มากนัก แม้ว่าจะมีการลงทุนขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐก็ตาม

ทั้งนี้ โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ในระดับ 3.5-4% เท่านั้น ซึ่งการลดลงของศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ จะมีผลทำให้ความสามารถในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศลดลง การใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ลำบากขึ้น และส่งผลเสียต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศเป็นหลัก.  

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทยการเมืองยืดเยื้อเบิกจ่ายหนี้ครัวเรือนอีไอซีไทยพาณิชย์ราคาน้ำมันงบประมาณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้