ข่าว
100 year

เริ่มด้วยสุนทรียสนทนา

7 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

ถึงแม้แผนเดินหน้าประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะโดนฝ่ายรัฐบาลยำเละ และปฏิเสธในทันที แต่ก็ต้องเป็นการเปิดประเด็นให้ถกเถียงกันอย่างเสรี เพื่อร่วมกันหาทางออกให้บ้านเมือง ที่ตกอยู่ในภาวะมืดมิด แม้แต่ฝ่ายรัฐบาลที่คัดค้าน ก็มีทั้งที่คัดค้านด้วยอารมณ์หรือชวนทะเลาะ และคัดค้านด้วยเหตุผล

ตัวอย่างของการคัดค้านแบบชวนทะเลาะ คือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่โจมตีนายอภิสิทธิ์ว่ามองไม่เห็นหัวประชาชน ทั้งๆที่จบจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แต่ไม่เคยอ่านกฎหมายหรืออย่างไร จึงเสนอให้นายกรัฐ-มนตรีลาออก และยืนยันว่าทางออกมีทางเดียวคือการเลือกตั้ง ทั้งๆที่เพิ่งจะเห็นกันจะจะว่า การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร

เนื่องจากการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ไม่สามารถผ่าทางตันการเมือง เพราะมีประชาชนมากมายคัดค้านหรือขัดขวาง จนทำให้การเลือกตั้งโมฆะ เสียทั้งเวลาและงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ หลายฝ่ายจึงช่วยกันระดมความคิด เพื่อหาทาง ประนีประนอม การเลือกตั้งต้องมีแน่ แต่จะเลือกตั้งเมื่อใด จึงจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ข้อเสนอที่เรียกว่ากุญแจ 5 ดอก ของนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นการคัดค้านด้วยเหตุผล นายนพดลเสนอให้เดินหน้าเลือกตั้งทุกพรรค ให้ทุกพรรคเสนอแนวทางปฏิรูปให้ประชาชนพิจารณา หลังเลือกตั้ง ให้ออกกฎหมายปฏิรูป รัฐบาลใหม่อยู่ไม่เกินหนึ่งปี จากนั้นยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ลงประชามติ

เป็นข้อเสนอที่ต่างจากนายอภิสิทธิ์ แต่มีบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน และอาจปรับให้เข้ากันได้ ตัวอย่างเช่น ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับการมีรัฐบาลชั่วคราว เพื่อจัดระเบียบการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งครั้งสุดท้าย ต่างเพียงแต่ที่มาของรัฐบาลเฉพาะกาลของนายนพดลมาจากเลือกตั้ง ส่วนของนายอภิสิทธิ์ชุดแรกมาจากวุฒิสภา ส่วนชุดที่สองมาจากเลือกตั้ง

เหตุที่ทั้งสองฝ่ายเห็นต่างกัน อาจเป็นเพราะความไม่ไว้วางใจหรือหวาด ระแวง นายนพดลบอกว่า ไม่มีหลักประกัน ว่ารัฐบาลเฉพาะกาลจะอยู่แค่ 6 เดือน กลัวว่าจะลากยาวไปเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่? ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ก็อาจไม่ไว้วางใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ดูแลการปฏิรูปและการเลือกตั้ง จึงขอเป็นรัฐบาลคนกลางแบบเดียวกับ กปปส.

ถ้าทุกฝ่ายยึดถือประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง หวังว่าจะสามารถพบกันครึ่งทางได้ เริ่มต้นด้วยการพูดจากันด้วยเหตุผล เป็น “สุนทรียสนทนา” หรือด้วย “ปิยวาจา” ตามหลักพระพุทธ-ศาสนา ยุติการปลุกระดมมวลชน เพื่อสร้างความโกรธเกลียดชิงชังจนมองฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน นั่นคือการแก้ความขัดแย้งตามหลักประชาธิปไตย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เริ่มด้วยสุนทรียสนทนาบทบรรณาธิการ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้