ข่าว
100 year

บีบปูให้ตัดสินใจ พรฎ.-พิมพ์เขียว

ทีมข่าวหน้า16 พ.ค. 2557 07:45 น.
SHARE

ทางออกของประเทศ ให้เลือกเอาอย่างหนึ่ง

“มาร์ค” วอนทุกฝ่ายน้อมนำพระราชดำริแก้ปัญหาบ้านเมืองปัดโรดแม็ปซ่อนมีดปฏิวัติเงียบ วอนรัฐ-กปปส.ตอบรับนำชาติสงบ บีบ “ปู” ฝืนตรา พ.ร.ฎ. เท่ากับฉีกพิมพ์เขียวทางออก “ชวนนท์” ขอดูน้ำจิตน้ำใจผู้นำหญิง “ชัยเกษม” ปิดประตูใส่หน้า “มาร์ค” ลั่นเดินตามแผนชง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ข้องใจรับซิกกับศาล รธน.หรือเปล่า พท.ระดมทีมถก จ่อคว่ำพิมพ์เขียวหวั่นยิ่งกว่าแช่แข็งประเทศ รองโฆษกฯเย้ยสลัดเงา กปปส.ไม่พ้น กกต.นัดถกโรดแม็ปพร้อมร่าง พ.ร.ฎ. “ยิ่งลักษณ์” รอชั่งใจเข้าแจงคดี “ถวิล” ด้วยตัวเอง “สมชาย” ปูดอีกล็อบบี้หนักศึกชิง ปธ.วุฒิฯ

โรดแม็ปทางออกประเทศไทย 10 ข้อ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอออกมา แต่ถูกคัดค้านอย่างหนักจากคนในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยนั้น ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องตัดบท โดยขอรอดูท่าทีและฟังคำตอบจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม เพียงคนเดียวเท่านั้น

“มาร์ค” ชูพระราชดำริแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ว่าวันนี้เป็นโอกาสดีที่พสกนิกรชาวไทยได้แสดงออกถึงความ จงรักภักดี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานหลายสิ่งหลายอย่างให้แผ่นดิน พระองค์มีแนวพระราชดำริเรื่องที่เป็นปรัชญาที่พระราชทานเสมอ คือ รู้รักสามัคคี กับความพอเพียง สามารถนำปรัชญาพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการเมือง คือ ความไม่สุดโต่ง ความพอประมาณ เป็นหลักสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต้องมีอำนาจที่จำกัด มีขอบเขต การรวบอำนาจถือว่าขัดหลักประชาธิปไตย ขัดหลักพอเพียง ทำอะไรต้องมีเหตุผลทั้งทางกฎหมาย การเมือง ถ้าไม่เดินกันด้วยเหตุผล หลักการกฎหมาย หรือกติกาที่กำหนดไว้ ประเทศชาติจะวุ่นวาย เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ตรงนี้นำมาใช้กับการเมืองและสถานการณ์ปัจจุบันได้ ทั้งหมดอยู่ที่การใช้สติปัญญา ใช้คุณธรรม เราควรตั้งหลักน้อมนำกระแสพระราชดำรัส มาช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

ปัดข้อเสนอซ่อนมีดปฏิวัติเงียบ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเสนอแผนเดินหน้าประเทศไทยของตน เป็นการปฏิรูปที่เดินอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ โดยเอาเป้าหมาย 2 ฝ่ายหลัก ถ้าทำตามแผนนี้ รัฐบาลก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ คือ ได้เลือกตั้งที่เรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ระยะเวลา 5-6 เดือน ซึ่งต้องเกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจ แต่ช่วงนี้รัฐบาลต้องถอยฉากไป เปิดทางให้เกิดรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อทำให้ฝ่ายมวลมหาประชาชนยอมรับได้กับเงื่อนไขเปลี่ยนผ่านนี้ แล้วกลับสู่การเลือกตั้ง ข้อเสนอของตนไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หรือเป็นการปฏิวัติเงียบตามที่พรรคเพื่อไทยระบุ ถ้ายังเดินอยู่แบบนี้ไม่แน่ใจว่ามีกี่คนกล้ายืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. หรือจะเป็นช่วงเดือน ส.ค. หรือ ก.ย.จะสำเร็จ ขอถามว่าระหว่างที่เดินไปเผชิญหน้ากัน โดยไม่รู้จะจบที่ไหนเมื่อไหร่ กับการได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ อันไหนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยมากกว่า

วอนรัฐ–กปปส.ตอบรับนำชาติสงบ

“ถ้าเดินตามแผนนี้ก็ไม่ต้องมาขัดแย้งกัน รัฐบาลจะได้รู้ว่าอีก 5 เดือน 6 เดือน จะมีการเลือกตั้งที่เรียบร้อย ขณะที่กระบวนการปฏิรูปที่ กปปส.เรียกร้องก็เดินได้ทันที ด้วยการมีสภาปฏิรูป รัฐบาลคนกลาง แม้จะแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ก็เตรียมข้อเสนอไว้ กระบวนการประชามติก็จะเริ่มขึ้น เป็นกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด ฉะนั้นถ้าไปหยิบข้อใดข้อหนึ่งในรัฐธรรมนูญมันก็ขัดกันหมด เรากำลังนำกระบวนการนี้กลับเข้าสู่การเดินตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักประชาธิปไตย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

บีบ “ปู” ตรา พ.ร.ฎ.เท่ากับฉีกพิมพ์เขียว

เมื่อถามว่ามีคนออกมาปฏิเสธข้อเสนอแล้ว นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เรื่องนี้คนตัดสินใจได้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพียงคนเดียว คนอื่นจะพูดอะไรก็ว่าไป แต่คำตอบต้องมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนมีเอกสารสภาพปัญหาว่าเป้าหมาย หลักการ ขั้นตอนของแผน จะใช้กฎหมายข้อไหนอย่างไร ดังนั้นใครคิดจะวิจารณ์ตำหนิขอให้อ่านรายละเอียดก่อน ให้ใช้เหตุใช้ผลไตร่ตรองให้ดี ขอให้มาตั้งหลักกัน แต่ถ้าในสัปดาห์นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ก็แสดงชัดเจนว่าไม่ยอมรับ ส่วนที่มีคนวิจารณ์ว่าที่ตนออกมาเสนอแนวทางนี้ เพราะขาดคุณสมบัติไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากถูกปลดจากราชการทหารนั้น ขณะนี้ศาลปกครองได้รับคำฟ้องของตนไว้แล้ว แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องของวินัยทหาร แต่เป็นการอ้างในการออกคำสั่งนี้ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้เป็นกระบวนการทางการเมือง มีที่ไหนปลดคนออกจากราชการหลังจากเขาออกมาแล้ว 30 ปี

“ชวนนท์” รอดูน้ำจิตน้ำใจผู้นำหญิง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ยินเสียง น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงความคิดเห็นหรือมีท่าทีอย่างไร มีเพียงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ออกมาตอบโต้ ทำตัวเหมือนเป็นแกะดำที่มีพิษภัย ทำให้สังคมไทยไปสู่จุดอับ จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตาสว่าง และหากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 พ.ค.เห็นชอบให้ตรา พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ก็เท่ากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปิดประตูประเทศใส่ตัวเอง ใส่ประชาชน ทั้งที่รู้ว่าหากมีการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. ทั้งที่สถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ อาจไม่สำเร็จ จึงเหลือเวลา 24 ชั่วโมง จะรอดูน้ำจิตน้ำใจสตรีที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ว่าจะตัดสินใจหลีกเลี่ยงความสูญเสีย หรือตัดสินใจลากประเทศสู่การนองเลือดและการปฏิวัติ

จ่อฟ้องหมิ่นฯ “เด็จพี่” เพิ่มอีกคดี

นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แผนของนายอภิสิทธิ์ มีปัญหา 5 ข้อนั้น ยืนยันว่าข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ที่ให้นายกฯและ ครม.ลาออกเพื่อดำเนินการสรรหานายกฯ คนกลาง ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และประธานวุฒิสภาในฐานะประธานรัฐสภา สามารถนำรายชื่อนายกฯและ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯได้ อยากให้นายนพดล หยุดพฤติกรรมตอบโต้ แต่ขอให้เตรียมตัวไปสู้คดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเซ็นเอ็มโอยูยกปราสาทพระวิหารให้ประเทศกัมพูชาดีกว่า ส่วนที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ขาดคุณสมบัติที่จะลงสมัคร ส.ส. เพราะถูกกระทรวงกลาโหมปลดออกจากราชการนั้น เป็นการโกหก เพราะศาลปกครองมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ขอให้หยุดลดความน่าเชื่อถือและทำให้สังคมเข้าใจผิด หลังจากนี้จะยื่นฟ้องดำเนินคดีกับนายพร้อมพงศ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทอีก 1 คดี

“ชัยเกษม” ปิดประตูใส่หน้า “มาร์ค”

ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ ถึงอย่างไรก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การขอนายกฯคนกลาง ขอให้รัฐบาลลาออก เป็นสิ่งที่รัฐบาลต่อสู้กับ กปปส.มาตลอดว่าทำไม่ได้ ไม่รู้ทำไมนายอภิสิทธิ์จึงยังบอกว่าเป็นการปฏิรูปภายใต้รัฐธรรมนูญ มุมมองนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ต่างจาก กปปส. ถ้ารัฐบาลยอมได้คงยอมถอยนานแล้ว และการที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรีพิจารณาออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปเท่ากับปิดประตูแผนเดินหน้าประเทศนั้น ขอบอกตรงนี้เลยว่าถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งมาในวันที่ 6 พ.ค. ครม.จะพิจารณาทันที

ข้องใจรับซิกศาล รธน.หรือเปล่า

นายชัยเกษมกล่าวต่อว่า และยังแปลกใจที่มาตั้งเงื่อนไขให้นายกฯตอบก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณา เอาไปโยงกันได้อย่างไร ไม่เกี่ยวอะไรกัน การพูดอย่างนั้นทำให้ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์กับศาลรัฐธรรมนูญมีอะไรกันหรือไม่ ซึ่งไม่ควรเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินไปในแนวทางใด ก็รับแนวทางของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ๆ จะมาบอกให้ลาออก มาบอกให้มีนายกฯคนกลาง นายอภิสิทธิ์ขออะไรที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มันก็ยาก แนวทางที่เสนอมาถ้ามองไปวันข้างหน้ามีปัญหาหมด และถ้าจะบอยคอตเลือกตั้งอีกก็ไม่เป็นไร แก้ไขกันไป จะไปตามใจคนที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญได้อย่างไร

พท.ระดมทีมถกโรดแม็ปทางออก

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค คณะกรรมการประจำโซนภาคต่างๆ และแกนนำพรรคจะร่วมหารือถึงข้อเสนอทางออกประเทศ 10 ข้อของนายอภิสิทธิ์ ในวันที่ 6 พ.ค.อย่างละเอียด จากนั้นจะออกแถลงการณ์ถึงจุดยืนของพรรค และให้อดีต ส.ส.นำไปอธิบายชี้แจงประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจ โดยจะพิจารณาข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ว่า ต้องอยู่ในเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ไม่ทำผิดกฎหมาย หรือถ้ารับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ จะมีอะไรเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะไม่ถูกหลอก เหมือนตอนให้รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่บอกให้รับร่างไปก่อนแล้วมาแก้ไขภายหลังได้ แต่สุดท้ายพอจะแก้ไขก็ถูกขัดขวาง

จ่อคว่ำหวั่นยิ่งกว่าแช่แข็งประเทศ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เท่าที่แกนนำพรรคหารือเบื้องต้น เห็นตรงกันว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ให้นายกฯและ ครม.ลาออก เพื่อเปิดทางให้มีนายกฯและรัฐบาลคนกลาง เป็นการผิดรัฐธรรมนูญและขัดต่อระบอบประชาธิปไตย จะซ้ำเติมปัญหาให้เกิดวิกฤติยิ่งขึ้น เพราะการตั้งนายกฯคนนอกไม่ต่างจากนายกฯ มาตรา 7 ตามแนวทางของ กปปส. และถ้าจะทำก็ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ขอให้นายกฯยึดหลักกฎหมาย ถ้าลาออกจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 อาจถูกยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญได้ ที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่า ข้อเสนอ 10 ข้อไม่ใช่การแช่แข็งประเทศนั้น เป็นแค่ข้ออ้างชักแม่น้ำทั้งห้า หวังใช้เผด็จการเสียงข้างน้อยมาลากเสียงข้างมาก ถ้านายอภิสิทธิ์บอกว่าไม่แช่แข็งประเทศ แล้วทำไมเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. อย่ามาตัดสินใจแทนประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่อยากให้มีการเลือกตั้ง

เผยเล่ห์จ้องเบี้ยวล้มเลือกตั้งอีก

นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โรดแม็ปดังกล่าวเป็นแผนแยบยลของนายอภิสิทธิ์ ที่ร่วมรับรู้กับกลุ่ม กปปส.เป็นเรื่องเดิมๆ หวังสร้างภาพให้นายอภิสิทธิ์ดูดี เพราะไม่ได้เสนอในนามมติพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการเสนอในนามส่วนตัว หากข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับจากสังคม นายอภิสิทธิ์จะใช้เป็นข้ออ้างไม่นำพรรคประชาธิปัตย์ลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง โดยอ้างว่าได้เสนอแนวทางปฏิรูปการเมืองแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายในบ้านเมือง เลยไม่ลงเลือกตั้ง และจะใช้เหตุผลดังกล่าวมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลเวลาถูกยื่นร้องยุบพรรค กรณีไม่ลงเลือกตั้งติดต่อกัน 2 ครั้ง

เย้ยสลัดเงา กปปส.ไม่พ้นตัว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ ถือเป็นการยอมรับว่า นายอภิสิทธิ์เป็นร่างทรงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เพราะข้อเสนอเหมือนนายสุเทพทั้งหมด คือ ให้นายกฯลาออก เปิดทางให้มีนายกฯคนกลาง เหตุที่นายสุเทพยืมมือนายอภิสิทธิ์มาเสนอ เพราะต้นทุนนายสุเทพไม่เหลือ ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์เป็นการรัฐประหารซ่อนรูป มัดมือชก ขู่ประชาชน 65 ล้านคนว่าถ้าไม่เอาตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอ บ้านเมืองจะไม่สงบ ทั้งที่ทางออกที่ง่ายและเป็นกลางที่สุด คือ การเลือกตั้ง แต่ทุกพรรคต้องเสนอแนวทางปฏิรูป ออกกฎหมายให้มีสภาปฏิรูป จากนั้น 1 ปีคืนอำนาจ เพื่อไปเลือกตั้งกันใหม่

“นพดล” ฉุนสั่งทนายฟ้อง “ปลาบู่”

ด้านนายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากได้เสนอกุญแจ 5 ดอกเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ให้สังคมได้พิจารณาหาทางออกร่วมกัน โดยวิธีไม่เว้นวรรครัฐธรรมนูญและไม่เอานายกฯคนกลาง เน้นการปฏิรูปคู่เลือกตั้ง แต่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กลับใส่ร้ายตนว่า ควรเอาเวลาไปต่อสู้คดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณียกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชานั้น สิ่งที่นายชวนนท์กล่าวหาเป็นความเท็จ และใส่ร้ายในระดับต่ำที่นักการเมืองไม่พึงกระทำ ตนไม่เคยยกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา แต่ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาตั้งแต่ 51 ปีที่แล้วตามคำตัดสินของศาลโลกที่ไทยแพ้คดี เสียแรงที่นายชวนนท์เคยเป็นเลขานุการ รมว.การต่างประเทศ แต่ขาดความรู้ และศาลโลกเคยตัดสินปลายปีที่แล้ว ยืนยันว่ากัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้เฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ไม่รวมพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ดังนั้น ผู้ที่ปกป้องพื้นที่ทับซ้อนไม่ให้กัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก คือรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และตนที่เป็นผู้ปกป้องดินแดน ดังนั้น จะให้ทีมทนายความฟ้องหมิ่นประมาทนายชวนนท์ให้เร็วที่สุด เพราะนำความเท็จมาใส่ร้ายกัน เป็นตัวอย่างที่เลว

พช.จี้ทุกฝ่ายต้องลดเงื่อนไข

ขณะที่นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสมานานมากแล้ว ดังนั้นพรรคพลังชลจึงเห็นด้วยกับทุกฝ่ายที่พยายามแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายเข้ามาช่วยกัน พรรคพลังชลขอสนับสนุนและให้กำลังใจทุกคน ทุกฝ่ายที่พยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าแนวทางการเจรจานั้นเป็นหนทางที่ดีที่สุด ส่วนเนื้อหาหรือกรอบในการเจรจา ก็ต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเพื่อจะได้เดินหน้าต่อไปได้ พรรคเคารพในเหตุผลของแต่ละฝ่าย คงไม่มีใครผิดหรือถูก แต่ทุกฝ่ายต้องลดเงื่อนไขของตัวเองลงมา ต้องยอมเสียสละเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าไปได้และนำไปสู่ทางออก ก่อนที่ประเทศชาติจะเสียหายไปมากกว่านี้

“อุเทน” แนะ 2 ขั้วถอยเพื่อชาติ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า แผนทางออกของนายอภิสิทธิ์ ที่ตนเห็นด้วย คือ ชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อน แต่วิธีการยังแตกต่างกัน และเห็นด้วยที่จะให้ กกต.ออกระเบียบกฎเกณฑ์ปฏิรูปการเลือกตั้ง รวมถึงการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับและต้องเรียบร้อย โดยแนวทางของพรรคคนไทย ง่ายๆสั้นๆไม่ใช้เวลา ดังนี้ 1.นายกฯต้องยื่นขอพระราชทาน พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า ทำเช่นเดียวกับเมื่อปี 2549 พร้อมลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่นายกฯพร้อมครม.ทั้งคณะ และให้ปลัดกระทรวงต่างๆปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อแสดงสปิริตเป็นตัวอย่าง จะได้เข้าสู่ห้วงเวลาการรณรงค์หาเสียง หากใครคัดค้านหรือประท้วงอีก ถือว่ามีเจตนาที่ไม่ดีต่อบ้านเมือง ใครที่ชุมนุมอยู่ต้องเลิก และพรรคประชาธิปัตย์ต้องลงเลือกตั้งโดยไม่มีข้ออ้าง หากเดินตามแนวนี้เชื่อมั่นว่าบรรยากาศการเลือกตั้งจะกลับมา หมดเวลาที่จะเอาชนะกัน หมดเวลาแย่งชิงอำนาจ ถึงเวลาที่ประเทศต้องสงบสุขเสียที ขอให้นับจากนี้ไปจงเป็นเวลาของประชาชน เพื่อประเทศไทย เพื่อราชวงศ์จักรี

กกต.รอถกร่าง พ.ร.ฎ.–โรดแม็ป

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงวาระการประชุม กกต. วันที่ 6 พ.ค.ว่า จะพิจารณาร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปหาก กกต.ทั้ง 5 คน พิจารณาแล้วเห็นว่าร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าวมีเนื้อหาถ้อยคำที่สมบูรณ์ครบถ้วนเรียบร้อยดี ไม่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงใดๆแล้ว สำนักงาน กกต.จะส่งร่าง พ.ร.ฎ.ฯ ไปให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ในวันเดียวกันเลย แต่หาก กกต.ทั้ง 5 คน เห็นว่ายังมีเนื้อหาบางส่วนที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงเนื้อหา ก็จำเป็นต้องส่งให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในภายหลัง ขณะเดียวกันกกต.ได้รับการประสานจากนายอภิสิทธิ์ ว่าในวันที่ 6 พ.ค. จะส่งหนังสืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนปฏิรูปหาทางออกความขัดแย้งให้กับประเทศ จำนวน 10 ข้อ มาให้กับ กกต.ได้รับทราบ พร้อมแนบรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปการเลือกตั้ง จึงคาดว่าที่ประชุมกกต.จะมีการหารือในเรื่องนี้ด้วย

“ยิ่งลักษณ์” ชั่งใจเข้าแจงคดี “ถวิล”

อีกเรื่องหนึ่ง หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีและทีมทนาย เพื่อหารือซักซ้อมเตรียมข้อมูลในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 6 พ.ค. ที่จะมีการไต่สวนคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพการเป็นรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และ ครม. หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินว่าการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่ายังไม่ได้ข้อยุติว่านายกฯจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ เนื่องจากตรงกับวันประชุม ครม.ที่จะต้องอยู่ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ที่ กกต.อาจเสนอต่อ ครม.รวมถึงต้องดูในเรื่องความปลอดภัยนายกฯด้วย เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญอยู่ใกล้กับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มกปปส.ถนนแจ้งวัฒนะ ภายใต้การนำของหลวงปู่พุทธอิสระ โดยจะมีการหารือประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. ว่าจะตัดสินใจเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่

ศาล รธน.วางคิวสอบพยาน 4 ปาก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า สำหรับการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะเริ่มเวลา 09.30 น. คณะตุลาการฯ จะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน ประกอบด้วย นายไพบูลย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. และอดีตเลขาธิการ สมช.และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. เบื้องต้นพยานทั้ง 4 ปาก จะเดินทางมาให้ถ้อยคำด้วยตัวเอง แต่หากพยานรายใดไม่ได้มาให้ถ้อยคำต่อศาล จะถือว่าไม่ติดใจศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ประกอบกับบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงที่พยานทั้ง 4 ปาก ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้เมื่อวันที่ 29 เม.ย. หากได้ฟังการไต่สวนข้อเท็จจริงจากพยานทั้งหมดแล้ว เห็นว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เพียงพอ อาจสั่งนัดวันแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติหรือคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา

ขอกำลัง สน.ทุ่งสองห้องคุ้มกันเข้ม

สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย เบื้องต้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาช่วยดูแลความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานฯ และอำนวยความสะดวกให้กับพยาน คู่กรณี ที่เดินทางมาฟังการไต่สวน รวมไปถึงคณะตุลาการฯและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุความวุ่นวายใดๆ โดยมีแผนและมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้แล้วปูดอีกล็อบบี้หนักศึกชิง ปธ.วุฒิฯ

วันเดียวกัน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภา วันที่ 9 พ.ค. เพื่อเลือกประธานวุฒิสภาในช่วงสมัยประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ เชื่อว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) ตามที่มีความพยายามตีความว่าวุฒิสภาจะสามารถทำได้เฉพาะวาระที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ฎ. 2 เรื่องเท่านั้น คือ การแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คนใหม่ และการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง แต่ถ้ามองกันแบบไม่มีอคติจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) กำหนดให้วุฒิสภาแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธานและรองประธานวุฒิสภาก็เป็นตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน ดังนั้น วุฒิสภาสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ การตีความรัฐธรรมนูญควรเป็นไปในลักษณะที่ก่อให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตามเวลานี้ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงและกดดัน ส.ว.โดยเฉพาะ ส.ว.เลือกตั้ง ในการเลือกประธานวุฒิสภา จึงขอเรียกร้องว่าควรเป็นเรื่องภายในของวุฒิสภา เพื่อให้ได้ประธานวุฒิสภาที่ทุกคนยอมรับ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาร์คอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะโรดแม็ปปัญหาการเมืองชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุตชัยเกษม นิติสิริแช่แข็งประเทศไทยนพดล ปัทมะศาลรัฐธรรมนูญเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้