ข่าว
100 year

หัวหินเหลืองอร่ามร่วมรับเสด็จ

ทีมข่าวหน้า16 พ.ค. 2557 07:40 น.
SHARE

ในงานวันฉัตรมงคล ทรงพระเจริญกึกก้อง

มวลพสกนิกรสุดปลื้มปีติในวัน “ฉัตรมงคล” พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองเฝ้ารอรับเสด็จและชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้าวังไกลกังวล หัวหิน เนืองแน่นตั้งแต่เช้ามืด หลายคนนอนค้างคืนบนพื้นถนนจับจองพื้นที่เฝ้ารับเสด็จ ตะโกนก้อง “ทรงพระเจริญ” พร้อมหลั่งน้ำตาแห่งความตื้นตัน ขณะขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน ขณะที่พสกนิกรทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมประกอบพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

นับเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ประชาชนชาวไทยจะต้องจดจำไว้มิรู้ลืม ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน เนื่องในวันฉัตรมงคล 5 พ.ค. โดยในวันอันสำคัญวันหนึ่งนี้ พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศพากันเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จกันอย่างเนืองแน่นและพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องตลอดเส้นทางที่เสด็จผ่าน ท่ามกลางน้ำตาแห่งความปลื้มปีติของเหล่าปวงชนชาวไทย ที่ได้ชื่นชมพระบารมี “ในหลวง” ที่อยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทยตลอดมา

สำหรับบรรยากาศบริเวณริมถนนเพชรเกษม หน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ของวันอันเป็นมหามงคล มีประชาชนทยอยเข้ามาในพื้นที่รับเสด็จ ขณะที่มีประชาชนส่วนหนึ่งมาปักหลักนอนค้างคืนจับจองที่เฝ้ารับเสด็จ ที่หน้าวังไกลกังวลอยู่ก่อนแล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวทั้ง 2 ฟากถนน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ส่วนใหญ่ใส่เสื้อเหลือง ตั้งแต่ซอยหัวหิน 39 หน้าร้านโกลเด้นเพลส สาขาหัวหิน เรื่อยไปจนถึงสามแยกหน้าสำนักงานวังไกลกังวล ซอยหัวหิน 35 มีระยะทางประมาณ 1 กม. และผู้คนยังคงทยอยเดินทางกันเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว จนมีประชาชนบางรายที่สูงอายุมีอาการเป็นลมแดด เนื่อง จากต้องนั่งตากแดดอยู่นาน ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธที่จะไปที่รถพยาบาล เพราะไม่ต้องการเสียสิทธิในพื้นที่ที่จะได้เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่บริเวณถนนข้างวัง ด้านหน้าโรงเรียนวังไกลกังวล ก็มีประชาชนเข้ามาเฝ้ารอรับเสด็จกันเต็มทั้ง 2 ฝั่งถนน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ไม่ทำให้ความตั้งใจของพสกนิกรที่คอยชื่นชมพระบารมีลดน้อยลงไป

จนเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ขบวนรถยนต์พระที่นั่งจะเสด็จฯออกจากประตูเสด็จฯ ด้านทิศใต้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดถนนเพชรเกษม ตั้งแต่หน้าร้านโกลเด้นเพลส สาขาหัวหิน และอนุญาตให้ประชาชนที่มารอรับเสด็จ ลงมาจับจองพื้นที่บนถนนเพชรเกษม ใกล้กับประตูที่เสด็จฯ ออก ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่จะเฝ้ารอรับเสด็จได้อย่างใกล้ชิดอีกจุดหนึ่งได้ ทำให้ประชาชนเฮโลกันลงมานั่งกว่า 500 คน จนแน่นบริเวณดังกล่าว แต่ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากไม่สามารถเข้าเฝ้าฯได้อย่างใกล้ชิด จึงต้องเดินไปรวมตัวกันที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนทางเท้าหัวมุมวังไกลกังวลหลายร้อยคน เพื่อรอชมขบวนเสด็จ

เวลา 10.30 น. ขบวนรถยนต์พระที่นั่งได้เคลื่อนขบวนออกจากประตูเสด็จฯ โดยพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ประทับในรถยนต์ตู้พระที่นั่งสีขาว ยี่ห้อโฟล์คสวาเก้น ที่ขับอย่างช้าๆ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ไปตลอดทางกับประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จอยู่สองฝั่งถนน ซึ่งประชาชนที่เฝ้ารอต่างโบกธงตราสัญลักษณ์ ภปร. และธงชาติไทยพลิ้วไสวตลอด 2 ข้างทาง พร้อมกับเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ จนขบวนรถยนต์พระที่นั่งวิ่งเข้าสู่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล ประชาชนจึงเริ่มลุกขึ้นทยอยเดินทางกลับ แต่บางส่วนยังคงยืนจับกลุ่มชมการถ่ายทอดพระราชพิธีฉัตรมงคลจากจอมอนิเตอร์ที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเพื่อทำการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ชมบริเวณริมถนนเพชรเกษม ใกล้กับจุดรับเสด็จ

ขณะที่ภายในท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม มีคณะบุคคลประกอบด้วย พระราชวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพเฝ้ารับเสด็จ ขณะที่ด้านล่างศาลาราชประชาสมาคม มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี โดยบริเวณเต็นท์รอบศาลามีประชาชนจำนวน 1,500 คน เป็นแขกที่ทาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี เชิญเข้ามาร่วมพระราชพิธี อาทิ กลุ่ม พลังมวลชนต่างๆ ชาวบ้าน เป็นต้น

จากนั้นเวลา 10.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล พร้อมด้วย สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการพระราชพิธี ฉัตรมงคล ประจำปีพุทธศักราช 2557 โดยขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนออกจากประตูด้านหน้าวังไกลกังวลไปตามเส้นทางถนนเพชรเกษม ก่อนจะเข้าถนนเลียบวัง ซอยหัวหิน 35 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดปกติขาว ประดับเหรียญตรา ทรงมีพระพักตร์สดใสและทรงโบกพระหัตถ์ให้กับพสกนิกรที่มารอเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่นเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องพร้อมโบกธงปลิวไสว

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยลิฟต์ถึงยังท้องพระโรง ชั้น 2 ศาลาราชประชาสมาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล หลังพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วเสด็จประทับยังพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานเปิดพระวิสูตร สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 20 รูป ถวายพระพร จบแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยแด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปถวายยังพระราชอาสน์ ทรงคม (ไหว้) เจ้าพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด เจ้าพนักงานปิดพระวิสูตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปด้านหลังพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงคมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนจะประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล ในเวลา 11.02 น. ท่ามกลางพสกนิกรต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ส่งเสด็จ

จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่น เวียนเทียนสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เจิมนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรผูกผ้าสีชมพู สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระสุหร่ายเครื่องราช กกุธภัณฑ์ ที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ก่อนจะเสด็จฯไปยังที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล ทรงคม และถวายความเคารพพระ ราชอาสน์ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในส่วนของพสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จ มีอยู่รายหนึ่งเป็นคุณแม่เพิ่งคลอดลูกน้อยได้เพียง 5 วันได้อุ้มลูกมาร่วมรับเสด็จด้วย แม้อากาศจะร้อนมาก แต่ก็อยากให้ลูกได้อยู่ในบรรยากาศของวันมหามงคลครั้งนี้ด้วย รวมถึงนายศักดิ์ดา สัจจะมิตร อายุ 65 ปี พร้อมด้วยนางนิรมล สัจจะมิตร อายุ 62 ปี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย อยู่บ้านเลขที่ 66/78 หมู่บ้านนิสาชล ถนนบางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. ได้กล่าวถึงความประทับใจที่ได้ชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มแห่งความปลื้มปีติ พร้อมกับชูพระบรม ฉายาลักษณ์ไว้เหนือศีรษะว่า ภูมิใจที่ได้เห็นในหลวงทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และประทับใจมากเมื่อเห็นทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวลให้ ถือว่าเป็นมงคลของชีวิตแล้ว แม้ว่าตนจะมีเชื้อสายอินเดีย แต่ก็รักและเทิดทูนในหลวงเหนือชีวิตเช่นกัน นายศักดิ์ดากล่าวพร้อมกับพนมมือเหนือศีรษะ

ขณะที่ น.ส.นอนอ โคสินธ์ อายุ 21 ปี ชาวเขาเผ่ากะหร่าง อยู่บ้านเลขที่ 116 ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในชาวไทยภูเขาทั้ง 7 เผ่า ที่มาเฝ้ารับเสด็จ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยรับเสด็จมาแล้วเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯป่าละอู ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ภูมิใจเมื่อเห็นพระองค์ถือว่าเป็นบุญต่อตนเองและครอบครัวแล้ว ประทับใจพระองค์ท่านท่านรักประชาชนของพระองค์เท่าเทียมกัน แม้ว่าตนจะเป็นชาวชนเผ่า พระองค์พระราชทานที่ดินทำกิน ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น

เช่นเดียวกับนายปีเตอร์ นีเว่น อายุ 50 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ มารับเสด็จกับภรรยาชาวไทย กล่าวว่า เคยมาเฝ้ารับเสด็จหลายครั้งแล้ว ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 5 ธันวาปีที่แล้ว ประเทศเนเธอร์แลนด์ก็มีสมเด็จพระราชินีเหมือนกับของไทย แต่ไม่เคยรับเสด็จ และเมื่อได้มาอยู่เมืองไทย ได้เห็นคนไทยคอยเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เช้า ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ไม่มีใครหนี ทำให้ตนรู้สึกประทับใจมาก และเมื่อได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อชาวไทย ทำให้ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงมากมายขนาดนี้ ยิ่งในวันนี้ที่ได้มาร่วมพระราชพิธีได้เห็นบรรยากาศที่ชวนตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง หากมีโอกาสก็จะมารับเสด็จทุกครั้งไป

ด้านนายสำราญ ช่วยจำแนก หรืออี๊ด วงฟลาย นักร้องเพลงร็อกชื่อดัง ที่มาเฝ้าชื่นชมพระบารมีในหลวงเช่นเดียวกับพสกนิกรคนอื่นๆ กล่าวด้วยใบหน้าปลาบปลื้มว่า มารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 4 พ.ค. และก็สมกับที่รอคอยเมื่อได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์เพียงช่วงเดียว รู้สึกดีใจที่มีพระพักตร์แจ่มใส พระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ ไม่ว่าอากาศจะร้อนสักเพียงใดก็มลายหายไป มีความสุขที่สุด แค่นี้ก็ทำให้พระองค์ได้เห็นแล้วว่า คนไทยจงรักภักดีตลอดไป

ในส่วนผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้นั้น ได้พากันชมภาพแห่งความปลื้มปีติ พระราชพิธีฉัตรมงคลครั้งนี้ ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ที่มีการถ่ายทอดสดตั้งแต่เช้าวันที่ 5 พ.ค. จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี อาทิ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชาชนตามชุมชนต่างๆ ในตัวเมืองนครศรีธรรมราชไม่ว่าจะเป็นชุมชนประตูขาว ชุมชนสารีบัตร ชุมชนป้อมเพชร ชุมชนศรีทวี และชุมชนอื่นๆในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราชและอำเภอใกล้เคียง ต่างติดตามการถ่ายทอดสดพระราชพิธีในครั้งนี้ นอกจากนี้ ตามร้านน้ำชา ร้านกาแฟ หลายแห่งประชาชนนำเก้าอี้มานั่งหน้าจอโทรทัศน์ เฝ้าชม อย่างพร้อมเพรียง

กลุ่มชาวบ้านกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รอคอย ชมพระราชพิธีกันตั้งแต่ก่อนเริ่มการถ่ายทอดสด ทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการเฝ้าชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด อยากชมการเสด็จพระราชดำเนิน ชมขบวนรถยนต์พระที่นั่ง ที่ออกจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล ไปยังศาลาราชประชาสมาคม ซึ่งเป็นขบวนที่สวยงามสมพระเกียรติขององค์พระประมุขของไทย

ขณะที่ในแต่ละจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ มีการจัดพระราชพิธีฉัตรมงคลและร่วมประกอบพิธีถวายสดุดี เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่นที่จังหวัดนราธิวาส นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ. นราธิวาส นำหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีวันฉัตรมงคล 2557 โดย ผวจ.ได้วางพานพุ่มเงิน-พุ่มทอง ถวายสักการะ กล่าวถวายสดุดี และถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่พระสงฆ์ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส และกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นการแสดงพลังความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เช่นเดียวกับที่จังหวัดยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ก็ได้จัดพิธีถวายราชสดุดีที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ที่จังหวัดสงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา จัดพิธีถวายราชสดุดีที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจังหวัดในภาคใต้เช่นที่จังหวัดพังงา สตูล สุราษฎร์ธานี ฯลฯ

ที่ภาคอีสาน นายชโลธร ผาโคตร ผวจ.บึงกาฬ นำประชาชนร่วมประกอบพิธีถวายราชสดุดี ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจังหวัด อาทิ ที่ จ.บุรีรัมย์ นครราชสีมา หนองคาย หนองบัวลำภู และร้อยเอ็ด เป็นต้น

ที่ภาคเหนือ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ นำคณะเจ้านายฝ่ายเหนือ กงสุลต่างประเทศ ส.ส. ส.ว.ข้าราชการทุกหมู่เหล่าของจังหวัด ประกอบพิธีถวายราชสดุดี ที่ห้องประชุมอาคารสวัสดิ์สงเคราะห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ถนนโชตนา ต.ช้างเผือก

ส่วนภาคกลาง นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง นำประชาชนจัดพิธีถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หอประชุมอำเภอเมืองอ่างทอง ที่สมุทรสาคร ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัติ ผวจ.นำข้าราชการและประชาชน ถวายพานพุ่มหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคลที่หน้าศาลากลางจังหวัด ที่จังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.จัดพิธีที่หอประชุมปางสีดา ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากมาร่วมพิธีและร่วมกันกล่าวสัตย์ปฏิญาณ

ด้านปราสาทพระเทพบิดร ในพระบรมมหาราชวัง ได้มีผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า นำดอกไม้ธูปเทียนแพ มาถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.นอกจากนี้ยังมีข้าราชการ ประชาชน เข้าไปถวายบังคมด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณด้วย

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีก็ร่วมรายงานบรรยากาศงานวันฉัตรมงคล ครบรอบ 64 ปี แห่งพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย ทรงปรากฏพระวรกายต่อหน้าสาธารณชน ท่ามกลางความปลื้มปีติของพสกนิกรหลายหมื่นคนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ ตลอดถนนใกล้วังไกลกังวล จ.หัวหิน

ค่ำวันเดียวกัน เวลา 19.00 น. ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส ในนามรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล โดยรัฐบาลได้เชิญผู้แทนประชาชนจากทุกหมู่เหล่าพร้อมคู่สมรส อาทิ องคมนตรี สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง คณะรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และส่วนราชการ ผู้นำองค์การภาคเอกชน/นักธุรกิจ คณะทูตานุทูต ฯลฯ รวมจำนวนประมาณ 2,900 คู่ เข้าร่วมพิธีฯ จากนั้นนายกฯได้กราบบังคมทูลถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลจากนั้นนายกฯได้เชิญชวนผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานดื่ม ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันฉัตรมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงหัวหินวังไกลกังวลประจวบคีรีขันธ์บำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานศาลาราชประชาสมาคมถวายราชสดุดี

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้