ข่าว
100 year

จ้องเก็บภาษีรถยนต์มือสอง

ทีมข่าวเศรษฐกิจ6 พ.ค. 2557 05:45 น.
SHARE

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กรมสรรพากรได้ตัดสินใจที่จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากส่วนต่างของราคาจากการซื้อขายรถยนต์มือสอง ซึ่งขณะนี้ สำนักนโยบายภาษีของกรมสรรพากรกำลังศึกษารูปแบบและวิธีการในการจัดเก็บภาษีเพื่อปิดช่องโหว่ของธุรกิจรถยนต์มือสองเพื่อเป็นโครงการนำร่องหรือต้นแบบในการเก็บภาษีแวตจากการซื้อขายสินค้ามือสอง ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์และพระเครื่อง ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะนำร่องการจัดเก็บภาษีแวตจากการซื้อขายรถยนต์มือสองเป็นอันดับแรก เพราะทำได้ง่ายและมีผู้ที่เกี่ยวข้องไม่กี่ราย ที่สำคัญคือการซื้อขายเปลี่ยนมือรถยนต์มีหน่วยงานกลางคือ กรมขนส่งทางบกเป็นผู้รับจดทะเบียนรถยนต์ทำให้ระบบการตรวจเช็กข้อมูลทำได้ง่าย”

นายสุทธิชัยกล่าวว่า ปัจจุบันรถยนต์มือสองมีการซื้อขายหมุนเวียนในตลาดผ่านเต็นท์รถยนต์ บริษัทห้างร้านและประชาชนทั่วไปราวปีละ 3 ล้านคัน หากกรมสรรพากรเก็บภาษีจากการซื้อขายรถยนต์มือสองได้เพียงคันละ 1,000 บาทก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบภาษีสูงถึง 30,000 ล้านบาท “ในหลักการผู้ประกอบการรถมือสองไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ชะลอการจัดเก็บภาษีออกไปเพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่กรมฯคิดว่าเป็นข้ออ้างของผู้ที่ไม่ต้องการเสียภาษี ซึ่งกรณีนี้ต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากการเก็บภาษีแวตจากสินค้ามือสองต้องมีการแก้ไขกฎหมายและต้องนำเรื่องเข้าสภาฯด้วย”

นายสุทธิชัยกล่าวต่อว่า โดยหลักการแล้วเมื่อผู้ขายรถยนต์เปลี่ยนมือกับผู้ซื้อรถยนต์แล้ว ผู้ซื้อต้องไปจดทะเบียนการเป็นเจ้าของรถยนต์กับกรมขนส่งทางบก ซึ่งกรณีนี้มีการโอนจริงและโอนแล้ว ทำให้บางกรณีไม่สามารถตรวจสอบหาเจ้าของรถยนต์ที่แท้จริงได้ ดังนั้น กรมสรรพากรจะเสนอให้กรมขนส่งทางบกเป็นผู้เก็บภาษีแทนกรมสรรพากร ในกรณีที่เจ้าของรถยนต์ มาจดทะเบียนรถกับกรมขนส่งทางบกเพื่อปิดช่องโหว่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีรถยนต์รถมือสองสุทธิชัย สังขมณีแวตvatกรมสรรพากรเต็นท์รถยนต์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้