ข่าว
100 year

เศรษฐกิจเดี้ยง VS ช่างเลือก อะไรกันแน่ ทำฉันตกงาน!

ไทยรัฐออนไลน์6 พ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

พิษภัยทางการเมืองได้ซึมซับกระทบไปทั่วทุกอณูของสังคมไทย ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งชนชั้นรากหญ้าไปจนถึงระดับบุคคลแนวหน้าของสังคม ต่างก็ได้รับพิษชนิดนี้ไปถ้วนทั่ว ชนิดที่เรียกว่า ไม่มีใครได้รับการยกเว้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนอีกหนึ่งกลุ่มสำคัญ นั่นก็คือ “กลุ่มบัณฑิตจบใหม่

ณ วินาทีนี้ กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ถือได้ว่าอยู่ในสถานะที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะเหล่าบรรดาโพลแขนงต่างๆ พร้อมหน้ากันเผยยอดว่างงานที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมากเสียจนเกินความต้องการไปถึง 50% และยังไม่พอเท่านั้น เพราะตบซ้ำไปด้วยยอดการจ้างงานที่กำลังจะลดลงไปทุกทีๆ อันเนื่องมาจากผู้ประกอบการชะลอลงทุน นักธุรกิจส่อแววเจ๊ง หลายโรงงานเริ่มทยอยปิดตัว

 

โอกาส เด็กจบใหม่วิจัยฝุ่นแบบยกโขยง...มาแน่!

กรมการจัดหางาน รายงานว่า ในปี 2557 จะมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานรวม 547,853 คน
อันดับหนึ่ง - ปริญญาตรี 336,879 คน คิดเป็นสัดส่วน 61.49%
รองลงมา - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 74,550 คน สัดส่วน 13.61%
อันดับสามตามมาติดๆ - มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวน 64,604 คน สัดส่วน 11.79%
อันดับที่สี่ - ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 48,884 คน สัดส่วน 8.92%
สุดท้ายอันดับที่ห้า - มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 22,936 คนสัดส่วน 4.19%

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า นักศึกษาระดับปริญญาตรีในปี 2557 มีเกินความต้องการถึง 50% หรือจะมีแรงงานตกงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 150,000 คน และในเดือนพฤษภาคม 2557 มีแรงงานที่จบใหม่เข้ามาในระบบอีก 4 แสนคน

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่า จีดีพีในปี 2557 จะขยายตัวได้เพียง 2.5 - 2.7% มีความเป็นไปได้สูงที่อัตราการว่างงานของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 0.8% ในปี 2556 มาเป็นระดับ 1 - 1.2% ในปี 2557 หรือมีผู้ว่างงาน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3 แสนคน เป็น 4.5 แสนคน

 

เด็กจบใหม่ทยอยคลอดออกมานับแสน แต่มีงานรองรับไม่ถึงครึ่ง

โอกาสตกงานสูงปี๊ด จับเข่านั่งเล่า ฟังเสียงเหล่าบัณฑิตใหม่เอี่ยม มีความเห็นเช่นไร ?

นายประสิทธิ์ โพธิลักษณ์ บัณฑิตป้ายแดงสาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ให้เราฟังว่า ตนเรียนจบมาแล้วกว่า 2 เดือน และขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนของการรอติดต่อกลับจากบริษัทแห่งหนึ่ง ด้วยความที่จบมาจากสาขาวารสารศาสตร์ จึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ตนสามารถหางานได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วงนี้มีการเปิดทีวีดิจิตอล ทำให้ความต้องการทางแรงงานในสาขาที่เกี่ยวข้องมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไร ก็ประมาทไม่ได้ เพราะผู้ที่จบมาใหม่ๆ ในสาขาเดียวกันยังมีอีกมาก

“ไม่อยากให้ผู้ใหญ่หรือนายจ้างเหมารวมว่า คนเจนวาย (Gen Y) เป็นกลุ่มเด็กรุ่นใหม่มีความอดทนต่ำ เปลี่ยนงานบ่อย แต่ผมกล้าการันตีได้เลยว่า ยังมีคนเจนวายอีกหลายคน ที่ไฟแรงสูง พร้อมที่จะทำงานอย่างแลกกายถวายชีวิตให้กับองค์กร มิหนำซ้ำคนกลุ่มผมยังมีข้อดีคือ ความสร้างสรรค์พ่วงท้ายมาให้อีกด้วย” ประสิทธิ์ บัณฑิตหนุ่มทิ้งท้ายไว้อย่างน่าฟัง

วิมพ์วิภา บุหงางาม นักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง พูดคุยเปิดอกให้เราฟังว่า เธอยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหน แต่ก็ดูๆ เล็งๆ ไว้แล้วหลายที่ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ เธออยากทำงานกับบริษัทชื่อดังที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด แต่ด้วยบริษัทเหล่านี้ต้องการคนที่มีคุณสมบัติ คือ เป็นผู้ที่ี่มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปี อายุไม่ต่ำว่า 25 ปี จึงจะรับพิจารณาเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอขาดทั้งหมด และเมื่อพูดถึงความสามารถ เธอก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นเลย เพราะฉะนั้น ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จึงทำให้เด็กจบใหม่จำนวนมากตกงานเช่นเดียวกับเธอ

นายภูวนาถ ยมด้วง บัณฑิตจบใหม่-หนุ่มธนาคารแกะกล่อง ได้เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงที่กำลังหางานให้เล่าฟังว่า หลังจากเรียนจบ ตนเร่งเดินหน้าหางานทันที โดยเป้าหมายแรกที่จะวอล์กอินเข้าไปสมัคร ก็คือ ที่ทำงานในฝัน ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่ทำเกี่ยวกับเพลงและทีวี แต่บริษัทดังกล่าวก็ไม่มีการเรียกตัวแต่อย่างใด จึงตัดสินใจสมัครงานกับธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า ตนได้เข้าไปร่วมงานกับธนาคารแห่งนี้ด้วยอัตราเงินเดือนที่มากกว่าเกณฑ์เด็กจบใหม่ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เพื่อนๆ ที่จบใหม่ทุกคนต้องอดทน อย่าท้อถอยเมื่อเจออุปสรรค และนี่คือสิ่งที่เราจะต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

กูรู ฟันธง! การเมืองป่วน เศรษฐกิจแย่ รั้งบัณฑิตได้งานทำ 

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย การันตีให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า การเมืองไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจชะลอตัวคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เด็กจบใหม่หางานยากขึ้น

ในฟากของภาคธุรกิจที่จะต้องตกอยู่ในสภาวะทางการเมืองอันอึมครึม เศรษฐกิจอยู่ในสถานะล้มลุกคลุกคลานเช่นนี้ เหล่าผู้ประกอบการทั้งหลายแหล่ จึงจะต้องรัดเข็มขัด ปรับตัวให้อยู่รอด โดยประคับประคองฐานะทางการเงินไว้ให้ดีที่สุด ดังนั้น เมื่อยอดขายลดลง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น บวกกับกำไรน้อย และแล้วความจำเป็นในการจ้างงานเพิ่มก็หมดไป พร้อมๆ กับปรับลดการจ้างงานลงไปทุกขณะ

หากจะมานั่งวิเคราะห์กันอย่างถี่ถ้วน ก็จะสามารถมองเห็นได้ว่า เด็กจบใหม่ที่เรียนสายอาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นช่างกล ช่างเครื่อง ช่างไฟฟ้า ช่างอิเลคทรอนิกส์ ฯลฯ รวมถึงสายบริหารธุรกิจ สองสายนี้จะมีโอกาสตกงานน้อย ส่วนสายอาชีวะที่เรียนบัญชี มีโอกาสตกงานสูง เพราะด้วยสายอาชีพการทำบัญชีไม่ได้ขาดแรงงานกลุ่มนี้ ในขณะที่ ระดับปริญญา ผู้ที่เรียนแพทย์ เรียนวิศวะจะสามารถหางานได้ง่าย แต่สำหรับกลุ่มที่เรียนสายสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ จะหางานได้ช้ากว่ากลุ่มอื่นๆ

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ ยังวิเคราะห์ให้เราฟังว่า ประเด็นที่หลายคนมองไปถึงเรื่องการเปิดทีวีดิจิตอลจะเป็นโอกาสให้เหล่าบัณฑิตจบใหม่ที่มาจากสาขานิเทศศาสตร์สามารถหางานได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งถือว่าไม่จริงทั้งหมด เพราะองค์กรที่ทำทีวีดิจิตอลมียอดรับเข้าทำงานแค่หลักพันหรือหลักร้อย แต่บัณฑิตที่จบออกมานั้นมีเรือนแสน 

ฉะนั้น จึงมีทั้งผู้โชคดีที่ได้งานทำ และผู้โชคร้ายที่ยังตกงาน แต่สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในทางดีหรือทางร้าย นั่นก็คือตัวเราเองทั้งนั้น ดังนั้น ควรหมั่นฝึกปรือพัฒนาฝีมือ เตรียมภาษาให้พร้อม มีความถนัดหลายๆด้าน อย่าเป็นเพียงแค่คนๆหนึ่งที่เก่งแต่เพียงสาขาที่ตนเองร่ำเรียนมา แต่จงทำตัวเป็นสินค้าแบรนด์ใหม่ที่มีความน่าสนใจ ประโยชน์ใช้สอยสารพัด จนลูกค้าไม่สามารถมองข้ามไปได้

 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ - ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

สิ่งที่นายจ้างควานหา อ้าแขนรับ ลูกจ้างแบบไหน ที่ต้องการ?
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดทรรศนะให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ด้วยความที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กจบใหม่หางานทำยากขึ้น และยิ่งเป็นเด็กที่จบปริญญาตรีด้วยแล้ว ความยากของการหางานก็มีมากขึ้นไปอีก เพราะด้วยความที่เด็ก ปวช.และ ปวส.ที่จบออกมาพร้อมกัน จะโดดเด่นในเรื่องของฝีมือและประสบการณ์จากการทำงานจริงๆ มาบ้างแล้ว จึงเป็นที่่ต้องการของนายจ้าง

“เกณฑ์การรับคนเข้าทำงาน ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าจะต้องเป็นคนเก่ง หรือมีประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชน แต่สิ่งที่นายจ้างต้องการจากตัวลูกจ้างมากที่สุดคือ ความขยัน และความกระตือรือร้นในการทำงาน เพราะฉะนั้น เด็กจบใหม่ทั้งหลายจึงไม่ต้องกังวล หากตัวคุณเองมีสิ่งที่เราต้องการมากพอ” สุพันธ์ ประธานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีประสบการณ์การรับคนเข้าทำงานมาแล้วอย่างนับไม่ถ้วน

สายอาชีวะ เป้าหมายนายจ้างประเภทธุรกิจอุตสาหกรรม

พินิจ วิเคราะห์ ตัวตน อะไรกันแน่ ทำเราตกงาน!

ถึงกระนั้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า นอกเหนือจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นตัวฉุดความความก้าวหน้าของการจ้างงาน เป็นตัวรั้งการได้งานทำ แต่ในอีกทางหนึ่ง ตัวบุคคลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดชะตากรรมการทำงาน เพราะเด็กจบใหม่หลายคนยังคิดว่า เมื่อการทำงานมีข้อผิดพลาด ก็ยังมีโอกาสแก้ตัว เช่นเดียวกับการแก้รายงานเหมือนสมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัย...แต่นี่คิดความคิดที่ผิด!

หากเพราะสิ่งที่ต้องพบเจอเมื่อครั้นก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้วนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างคือ เรื่องจริงและอาจจะสาหัสสากรรจ์กว่าด้วยซ้ำ และเมื่อเราทำผิดซ้ำๆ ซากๆ ก็รังแต่จะทำให้องค์กรของนายจ้างเกิดความเสียหายมากเข้าไปอีก แต่มิใช่ว่า การให้อภัยจะไม่หลงเหลือให้เห็นในสังคมการทำงานเสียเลย แต่ใครกันเล่าที่จะพร้อมให้โอกาสไปเสียทุกครั้ง ให้แก้ตัวไปเสียทุกหน เพราะสิ่งที่ยากกว่าการหางานคือ การอยู่กับงานให้ได้อย่างมีความสุข.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตกงานเด็กจบใหม่บัณฑิตตกงานธนวรรธน์ พลวิชัยเตะฝุ่นสกู๊ปออนไลน์บัณฑิตจบใหม่วิจัยฝุ่นทีวีดิจิตอลสภาอุตสุพันธุ์ มงคลสุธีนายจ้างจบปริญญาจบอาชีวะสถิติว่างงาน

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้