ข่าว
100 year

ด.ช."เคอิโงะ"โตเป็นวัยรุ่นขึ้นม.3-ฝันจบป.ตรีจะไปญี่ปุ่น

ทีมข่าวภูมิภาค6 พ.ค. 2557 23:10 น.
SHARE

เด็กชายลูกครึ่งยอดกตัญญู"เคอิโงะ ซาโต"โตเป็นวัยรุ่นอายุ 14 ปีแล้ว เตรียมเข้าเรียนชั้น ม.3 ยังอาศัยอยู่กับป้า และช่วยขายนก ขายปลาอยู่หน้าโบสถ์หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง บอกอยากเป็นนักข่าว ฝันจบปริญญาตรีแล้วจะไปญี่ปุ่น  

จากกรณี ด.ช.เคอิโงะ ซาโต ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งแม่เสียชีวิตอาศัยอยู่กับนายปัทมา จตุพิศ ผู้เป็นป้า เคยถือภาพประกาศตามหา นายคัทซูมิ ซาโต ผู้เป็นพ่อชาวญี่ปุ่นจนได้พบหน้ากันและเป็นข่าวโด่งดังทางสื่อมวลชนทุกแขนง เมื่อปี พ.ศ.2553 โดยในขณะนั้น ด.ช.เคอิโงะ มีอายุเพียง 9 ขวบนั้น

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดตามการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ของ ด.ช.เคอิโงะ ซาโต ซึ่งอายุได้ 14 ปีแล้ว โดยได้พบ ด.ช.เคอิโงะ ซาโต ที่บ้านเลขที่ 686 ถนนศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร ซึ่งเป็นบ้านพักหลังเดิมที่ ด.ช.เคอิโงะ พักอยู่กับ นางปัทมาและ นายบัญญัติ จตุพิศ สองสามีภรรยาที่เป็นป้าและลุง พบว่าสภาพบ้านพักไม่ได้มีการบูรณะแต่อย่างใด โดย ด.ช.เคอิโงะ บอกว่ากำลังจะเดินไปที่โบสถ์หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง อ.เมืองพิจิตร ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 800 เมตร เพื่อไปขายอาหารปลา ขายปลาและนกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาสักการะหลวงพ่อเพชร ในวันหยุด ซึ่ง ด.ช.เคอิโงะ ทำมาตั้งแต่ก่อนประกาศตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น


ช่วยครอบครัวของป้าขายของหารายได้

ที่บริเวณหน้าโบสถ์หลวงพ่อเพชร พบว่า ด.ช.เคอิโงะ ยังคงไปนั่งอยู่ที่หน้าโบสถ์ ทักทายกับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มาทำบุญ บางครั้งนักท่องเที่ยวที่จำ ด.ช.เคอิโงะ ได้ก็จะเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปด้วย จากนั้น ด.ช.เคอิโงะ จะชักชวนให้ช่วยซื้ออาหารปลา และปล่อยปลาหรือปล่อยนก จากร้านของ น.ส.พรสุดา จตุพิศ ลูกสาวของนางปัทมาผู้เป็นป้าที่อยู่ติดแม่น้ำน่านหน้าโบสถ์ ซึ่ง ด.ช.เคอิโงะ เล่าว่ามีรายได้ช่วยครอบครัวของป้าประมาณวันละ 600-700 บาทเป็นค่าอาหารและอื่นๆ ในครอบครัว

เมื่อถามเรื่องการเรียนหนังสือ ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้จะเป็นวันเปิดเทอมตนจะเข้าเรียนใน ชั้น ม.3 ที่ ร.ร.พิจิตรพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด โดยผลการเรียนได้เกรด 3.6 ส่วนค่าใช้จ่ายนั้น ใช้จากบัญชีที่มีผู้ใจบุญและหน่วยงานต่างๆ มอบให้เป็นทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี


"เคอิโงะ"ขายปลาที่ท่าน้ำวัดท่าหลวง

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากเรียนอะไร ด.ช.เคอิโงะ ตอบว่าอยากเรียนทางด้านดาราศาสตร์ และสื่อสารมวลชน เพราะอยากเป็นนักข่าวเพื่อจะได้ช่วยเหลือคนอื่น ตนได้พบพ่อชาวญี่ปุ่นได้ก็เพราะนักข่าว สำหรับการติดต่อกับนายคัทซูมิ ซาโต พ่อชาวญี่ปุ่น ติดต่อกันเดือนละประมาณ 2-3 ครั้งโดยนายคัทซูมิจะโทรศัพท์มาหา และล่าสุดเพิ่งติดต่อทางโทรศัพท์เมื่อสองวันก่อนนายคัทซูมิถามถึงผลการเรียนและให้ตั้งใจเรียนหนังสือ ทั้งนี้ นายคัทซูมิ จะเดินทางมาเยี่ยมอีกครั้ง ประมาณเดือนเมษายน 2558 ซึ่งเป็นเทศกาลสงกรานต์ ด.ช.เคอิโงะ บอกด้วยว่าอยากจะไปประเทศญี่ปุ่นแต่จะเรียนให้จบปริญญาตรีก่อน

ทางด้านนายกร ยอดเยาว์ ผอ.ร.ร.อนุบาลเมืองพิจิตร (ท่าหลวงสงเคราะห์) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมของ ด.ช.เคอิโงะ ในชั้นประถมศึกษาก่อนไปเรียนที่ ร.ร.พิจิตรพิทยาคมและเป็นผู้ที่ดูแล ด.ช.เคอิโงะ มาตั้งแต่ต้น กล่าวว่า ด.ช.เคอิโงะ เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนหนังสือและมีความประพฤติดี มีความกตัญญูสูง เมื่อไปเรียนที่อื่นตนจึงนำบัญชีต่างๆ ที่มอบช่วยเหลือ ด.ช.เคอิโงะ ในรูปแบบของคณะกรรมการไปมอบให้ ร.ร.พิจิตรพิทยาคม เป็นผู้ดูแลต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ด.ช.เคอิโงะ ซาโตเคอิโงะลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเด็กชายที่ตามหาพ่อขายปลาวัดท่าหลวงพิจิตรตามหาพ่อ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้