ข่าว
100 year

ย้อนรอยคุกเมืองคอนส่วย 1 ล้าน ส่งบิ๊กราชทัณฑ์

พลิกแฟ้มอาชญากรรม6 พ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

ย้อนเวลากลับไปนับ 2 ขวบปี มีข่าวฉาวเขย่ากรมราชทัณฑ์ไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยคอมมานโดกรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติการสายฟ้าแลบลุยกวาดล้างเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ถึง 3 ตลบ ซึ่งสามารถยึดสิ่งผิดกฎหมายได้แบบมโหฬาร ถึงขั้นต้องขึ้นหิ่งติดเป็นคดีประวัติศาสตร์ โดยมีผู้คุมได้รับซองขาวโดนคำสั่งย้ายแบบฟ้าผ่า หลังถูกสาวไส้ว่างาบส่วยจากนักโทษเครือข่ายยานรกในเรือนจำเดือนละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท!!

ปฐมบทการแฉบิ๊กราชทัณฑ์งาบส่วย!?!

เมื่อเช้ามืดของวันที่ 22 เมษายน 2555 เจ้าหน้าที่คอมมานโดกรมราชทัณฑ์ กว่า 600 นาย ได้จู่โจมเข้าปฏิบัติการในเรือนจำ โดยเข้าทำการล็อกตัว รปภ.ที่ป้อมยามรักษาการหน้าเรือนจำ และประตูเรือนจำ พร้อมปลดเครื่องมือสื่อสารของเจ้าหน้าที่ จากนั้น จึงจู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำในแดน 4, 5 และ 6 ซึ่งเป็นแดนที่มีนักโทษค้ายาเสพติดและนักโทษเด็ดขาดถูกคุมขังอยู่ภายใน กำลังนอนหลับ ท่ามกลางความตระหนกของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่ภายในเรือนจำที่ไม่รู้ตัวมาก่อน สามารถยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ 284 เครื่อง ยาบ้า 1,700 เม็ด และยาไอซ์ 1 กิโลกรัม จนกลายข่าวฉาวเขย่ากรมราชทัณฑ์

เจ้าหน้าที่ทำการขยายผลจากหลักฐานที่ได้

ตลบหลังบุกล้างคุกเมืองคอน เป็นครั้งที่ 2 !!

หลังจากควันยังไม่ทันได้จาง เจ้าหน้าที่คอมมานโดบุกเข้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชอีกครั้ง โดยรอบนี้มีเป้าหมายในแดน 5 และ 6 ซึ่งเป็นแดนที่มีขบวนการค้ายาเสพติด รวมทั้งแดนที่มีอัตราโทษสูง โดยได้เข้าปฏิบัติการตั้งแต่เวลาช่วงเย็น ของวันที่ 23 เมษายน 2555 จนต่อเนื่องไปจนเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้าของวันที่ 24 เมษายน ซึ่งใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง โดยผลที่ออกมายิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ฯ ตกตะลึง เนื่องจากพบของกลางอีกเพียบ ทั้งมือถือประเภทสมาร์ทโฟนรวม 52 เครื่อง ในจำนวนนี้มีไอโฟนนับสิบเครื่อง ยาไอซ์ถุงใหญ่น้ำหนักกว่า 100 กรัม ยาบ้าถูกอัดไว้ในกรอบพระเครื่อง ฝิ่นดิบน้ำหนักประมาณ 50 กรัม และได้ทำการตรวจปัสสาวะนักโทษในแดน 6 ซึ่งเป็นแดนความมั่นคงสูง มีนักโทษรวม 1,282 ราย พบมีปัสสาวะสีม่วงจำนวน 596 ราย ในแดน 5 มีนักโทษ 1,266 ราย ตรวจไปได้แค่ 89 ราย อุปกรณ์การตรวจก็หมด ซึ่งในจำนวน 89 รายนั้นพบว่าเสพยาเสพติดถึง 59 ราย รวมมีนักโทษที่ต้องถูกดำเนินคดีเรื่องเสพยาเสพติดในเรือนจำถึง 655 ราย

ลุยขุดรากถอนโคนรอบ 3 ผงะ! ฮัลโหลราคาพุ่งเฉียดครึ่งล้าน!!

เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ เปิดปฏิบัติการบุกล้างคุกถึง 2 รอบแล้ว แต่พบว่าสิ่งผิดกฎหมายยังไม่หมดจากเรือนจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเกือบ 100 นาย ได้บุกค้นเรือนจำอีกครั้งโดยถือฤกษ์ในช่วงกลางดึกของ วันที่ 4 พฤษภาคม 2555 จนถึงช่วงเช้ารับอรุณของวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 โดยได้แบ่งกำลังกันออกตรวจตราลาดตระเวนตรงหลังกำแพงเรือนจำ ซึ่งพบว่ายังมีการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือส่งไปให้นักโทษ โดยโทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งที่ต้องการของนักโทษอย่างมาก เพื่อใช้ติดต่อกับแก๊งยาเสพติดภายนอกเรือนจำที่หยุดชะงักไปจากเดิม เนื่องจากถูกปฏิบัติการลุยล้างที่ผ่านมา โดยราคามือถือจากเดิมที่เคยซื้อขายกันเครื่องละ 1-2 แสนบาท ก็เพิ่มเป็นเครื่องละ 4 แสนบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว

สาวไส้ผู้คุมมีเอี่ยว!!

เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ทำการล้างคุกเสร็จสิ้น จึงเริ่มสอบขยายผลจากหลักฐานที่ได้ แต่เมื่อขยายผลไปแล้ว ตำรวจชุดสืบสวนถึงกับต้องตกตะลึงกันทั้งทีม เมื่อพบหลักฐานของนักโทษมีเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงถึง 10 ล้านบาท โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงคุกบางขวาง และนักค้ายานรกในประเทศลาวและประเทศพม่า โดยเจ้าหน้าที่ฯ ชุดสืบสวนเริ่มได้กลิ่นของความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากนักโทษที่มีคำนำหน้าสถานะ แค่ "นช." จะมีเพาเวอร์บริหารเงินถึงขั้น 8 หลักไม่ได้ ถ้าคนในไม่มีส่วนเอี่ยวด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอหมายศาลค้นบ้านเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ทั้งหมด จนพบหลักฐานว่ามีผู้คุมมีส่วนพัวพันกับนักโทษ โดยตรวจสอบได้จากข้อความจากโทรศัพท์มือถือ และเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารที่ไม่ปกติ ซึ่งมีเงินไหลสะพัดเกินกว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คนหนึ่งจะได้รับ โดยพบว่ามีเงินไหลเข้าบัญชีเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช โชว์หลักฐานที่ได้

สั่งเชือดผู้คุมนอกรีต-ย้ายนักโทษขาใหญ่

ต่อมาไม่เกินชั่วเคี้ยวหมากแหลกได้มีจดหมายร่อนคำสั่งให้ย้ายด่วนนายณรงค์ ยงณรงค์เดชกุล ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ไปประจำกรมราชทัณฑ์ทันที และแต่งตั้งนายสุรพล แก้วภราดัย เข้าเสียบแทน เมื่อ ผบ.เรือนจำ คนใหม่ ได้รับตำแหน่งจึงสั่งล้อมคอกเพิ่มความสูงของกำแพงเรือนจำเป็น 10 เมตร เพื่อป้องกันขบวนการค้ายานรกขว้างสิ่งแปลกปลอมเข้าไปให้นักโทษในเรือนจำ และสั่งย้ายนักโทษขาใหญ่ประจำคุกจำนวน 260 ราย กระจายไปขังตามเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะนักโทษที่มีเอี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด จะส่งตัวไปให้ไกลที่สุด เช่น เรือนจำแม่ฮ่องสอน หรือ เชียงราย โดยพยายามทำให้นักโทษตัดขาดกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในภาคใต้ ส่วนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่มีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายานรกในเรือนจำ ได้สั่งย้ายไปคุมเรือนจำอื่นจำนวน 65 ราย ให้ออกไว้ก่อน 5 ราย และไล่ออกไป 3 ราย

นี่คืออีกหนึ่งคดีในหน้าประวัติศาสตร์ที่มีการค้นพบสิ่งผิดกฎหมายมากที่สุดในเรือนจำสยามประเทศ และพบว่ามีผู้คุมคอยรับเงินส่วยจากนักโทษในคุกโดยทำเป็นขบวนการแบบธุรกิจมืดในรั้วห้องสายบัว ซึ่งนับมูลค่าของเงินดำหมุนเวียนชั่งล่อใจกับผู้คุมบังเหียนนักโทษดังกล่าว

แต่เงินที่ได้มาจากสิ่งผิดกฎหมายเมื่ออยู่กับตัวแล้วใช้ไปก็ไม่สะดวกใจเท่าเงินเดือนราชการที่หลวงมอบให้ ผู้คุมมีหน้าที่ดูแลนักโทษให้อยู่ในกฎระเบียบ ไม่ใช่แหกกฎซะเอง...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราชทัณฑ์เมืองคอนคอมมานโดพลิกแฟ้มประวัติศาสตร์เรือนจำนครศรีธรรมราชส่วยราชการคอร์รัปชันเงินดำนักโทษผู้คุมนักโทษ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้