ข่าว
100 year

ชุมชนจีนเมืองตาก เส้นขนานขั้วการเมือง

6 พ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

สกู๊ปหน้า 1 วันนี้ขอเปิดตำนาน...กาลครั้งหนึ่งถึง “ชุมชนจีน”...เมืองตาก

คงเป็นเพราะพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นลูกคนจีนที่มีบิดาชื่อ นายไหฮอง หรือ หยง แซ่แต้ มีแม่ชื่อ นางนกเอี้ยง เมื่อครั้งได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบรมราชาที่ 3 แห่งราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ขณะมีฐานะเป็นหลวงยกกระบัตรแห่งเมืองตาก ให้เป็นเจ้าเมืองตากแทนเจ้าเมืองตากองค์เก่าที่ถึงแก่กรรม...

คนจีนจำนวนไม่น้อยที่พากันเดินทางมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแผ่นดินไทย ถึงได้เคลื่อนย้ายกันมาจับจองพื้นที่ส่วนหนึ่ง ณ ริมฝั่งแม่น้ำปิง แห่งเมืองตาก เป็นแหล่งทำกินใหม่ในสมัยนั้น

โดยอาชีพหลักที่เลี้ยงชีพกันอยู่ในช่วงตั้งเนื้อตั้งตัว ก็ด้วยการเดินทางทวนกระแสลำน้ำปิงขึ้นไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อหาซื้อสินค้าประเภทเครื่องปั้นดินเผาบ้าง ยาสมุนไพรโบราณบ้าง แล้วก็ล่องนำเอาสินค้าเหล่านั้นลงมาขายยังชุมชน

ขณะเดียวกันด้วยความมุมานะบากบั่น ชาวจีนก็ทำมาค้าขายต่อเนื่อง ล่องเรือต่อไปถึงปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เที่ยวกลับก็นำเอาสินค้าอุปโภคบริโภคกลับขึ้นมาขายยังชุมชน ที่เป็นชุมทางการค้าขายแบบท่าเรืออันสำคัญของเมืองตาก จนกลายเป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง

ชุมชนเมืองตากเจริญขนาดไหน ให้นึกภาพตาม...ผู้คนต่างอยู่กันอย่างมีความสุข สามารถจ่ายภาษีอากรให้กับนายอากรบ่อน เบี้ยได้อย่างไม่มีปัญหา

และเพราะเมืองตากเป็นแหล่งที่มีไม้สักมากที่สุดในแผ่นดินไทยมาก่อน เหล่าพ่อค้าวาณิชแห่งชุมชนชาวจีนกลางเมืองตากในสมัยนั้น จึงมักที่จะนิยมปลูกสร้างบ้านเรือนไม้ ที่ใช้ไม้สักเป็นวัตถุดิบในการก่อสร้าง

คหบดีรายใดมีอำนาจในการจับจ่ายสูง ก็สามารถตกแต่งบ้านเรือนให้ดูสวยงามอลังการตามฐานะ บ้านไหนมีอำนาจการจับจ่ายน้อยก็ปลูกแต่พองาม ทว่าก็ยังสร้างความร่มเย็นให้กับครอบครัวได้

ปัจจุบันถ้านับอายุของกาลเวลาก็กว่า 100 ปีผ่านมาแล้ว

วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้...เมื่อสังคมโลก สังคมนานาอารยประเทศ กับสังคมท้องถิ่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง สภาพของชุมชนชาวจีนกลางเมืองตากก็พลันต้องเปลี่ยนไปตามอายุขัย

ด้วยนัยหนึ่งบรรดาพ่อค้าคหบดีที่มีทุนรอน ก็ต่างต้องการให้ลูกหลานมีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูง จึงมักนิยมส่งลูกหลานเข้าไปเรียนหนังสือหนังหาในเมืองหลวง จนจบการศึกษาระดับสูง มียศตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง ลดหลั่นมาถึงอดีตอธิบดี อาชีพหมอ และกระทั่งนักการเมืองใหญ่

ถ้าเอ่ยชื่อนามสกุลเป็นต้องป้องปากร้องอ๋อกันทั้งนั้น

แต่วันนี้ชุมชนบ้านจีนมีแต่รอยอดีต...เหลือแต่บ้านเรือนไม้ที่เป็นตำนาน ทว่ายังโชคดีที่ไม้ทุกแผ่น ลายประดับทุกเรือน เพดานปฎลทุกบ้าน หรือเสาค้ำหลังคาทุกหลังยังถูกเก็บกันเอาไว้ให้เห็น พร้อมกับคนสูงอายุรุ่นที่ 4-5 ที่ยังมีลมหายใจ อยู่คอยเฝ้าเรือนชานกับการรำลึกถึงตำนานของวันวานที่ผ่านมา

วิไลวรรณ อินทร์อยู่ วัย 84 ปี อดีตครูใหญ่โรงเรียนเทศบาล 2 วัดดอนขุนชัย อ.เมืองตาก ผู้สืบสกุลรุ่นที่ 5 ของชุมชนดังกล่าว เล่าว่า

“สมัยเด็กชุมชนแห่งนี้คึกคักเป็นที่สุด โดยเฉพาะช่วงเดือน 10 ต่อเดือน 11 ที่น้ำปิงไหลเต็มตลิ่ง ด้วยจะมีเหล่าเรือโครน เรือเสาที่ลำเลียงไม้ซุงล่องลำน้ำปิงลงมาผ่านหน้าชุมชน...เหล่าชาวบ้าน ชาวเรือนจะตะโกนทักทายกันโหวกเหวกแบบคนคุ้นเคยกันตลอดคุ้งน้ำ ตั้งแต่ท่าเรือด้านเหนือสุด ไปยันท่าเรือปากคลองน้อยทางตอนใต้ จนถึงโน่นวัดท่าน้ำหัก”

วิไลวรรณยังเล่าอีกว่า ช่วงนั้นยังจะมีเรือเมล์สองชั้น ทั้งจากอยุธยาและปากน้ำโพ ลำเลียงบรรดาพ่อค้าแม่ขายนำสินค้าขึ้นมาแลกขายกันที่ท่าเรือเมืองตาก สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นอย่างมหาศาล
ซึ่งก็เป็นผลพวงหนึ่งที่ผลักดันให้แต่ละครอบครัวต่างมีฐานะ สามารถส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในเมืองหลวงได้มากกว่าคิดทำอย่างอื่น

จนปัจจุบันลูกหลานที่สืบทอดกันมาถึงยุคปัจจุบันนั้น จัดอยู่ในรุ่นที่ 7 แล้ว

วิไลวรรณยอมรับว่า ถึงชุมชนบ้านจีนจะมีคณะกรรมการบริหารจัดการชุมชน แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงอายุ เพราะลูกหลานทิ้งถิ่นฐานไปทำกินที่อื่นกันเกือบหมดแล้ว กระนั้นก็เคยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นในพื้นที่ ลักษณะถนนคนเดิน มีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการคนมาเดินเที่ยว

ทว่า...ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรในท้องถิ่น ไฟฟ้าก็ไม่มีสนับสนุน ถังขยะก็ไม่มีรองรับ จบงานแล้วชาวชุมชนต้องจัดเก็บกันเอง ทำได้แค่ปีเดียวก็ต้องเลิกรากันไป

ประเด็นนี้วิไลวรรณไม่ได้พูด แต่คนเมืองตากเขารู้กันดีว่า ชุมชนบ้านจีนนั้นเป็นฐานที่ตั้งของพรรคการเมืองใหญ่ที่โด่งดังมานาน ขณะเดียวกันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นฐานสำคัญของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม การพัฒนาจึงคู่ขนานกันไปอย่างช่วยไม่ได้?

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ควรจะเป็น ธมลวรรณ เรืองขจร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก มองว่า ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงภูมิทัศน์ หรือการสร้างเรื่องราวของชุมชนบ้านจีนนั้น มีอยู่เหนือแหล่งท่องเที่ยวประเภทชุมชนที่กำลังโด่งดังและได้รับความนิยมในหลายๆแห่ง

ด้วยชุมชนแห่งนี้มีทรัพยากรที่สมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเอง โดยไม่ต้องมาแต่งเติมเสริม สร้างภาพชุมชนขึ้นมาใหม่

“ที่นี่เหมาะสำหรับการขายการท่องเที่ยวเพื่อให้สอดรับกับนโยบายหลักของ ททท.ในปีนี้ คือชูเอกลักษณ์ของความเป็นไทย อย่างที่เรียกกันว่า Thainess ให้ออกมาในแนววิถีชุมชนไทยได้ โดยเน้นคุณภาพในการเป็นมิตรที่ดีกับสิ่งแวดล้อมตามสภาพของชุมชน”

การท่องเที่ยวลักษณะนี้ ไม่สะดวกต่อการที่จะให้มีการนำรถยนต์ทุกประเภทเข้าไปสร้างสารพิษ เนื่องจากถนนเข้าสู่ชุมชนคับแคบ ททท.สำนักงานตากจึงวางแผนที่จะเจาะตลาดกลุ่มนิยมขับขี่จักรยาน เพื่อการท่องเที่ยวแบบปลอดสารคาร์บอนฯ

นึกภาพง่ายๆให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองตาก แล้วขี่จักรยานท่องเที่ยวท้องถิ่นนี้ โดยจะมีการพิมพ์คู่มือเล่าเรื่องราวของชุมชน กับจัดทำแผนที่ประกอบในการเดินทาง ซึ่งจะรีบเผยแพร่กันในเร็วๆนี้

นี่คือตำนานหนึ่งที่มีอยู่ในเมืองตาก และเป็นอีกฉากหนึ่งซึ่งชี้ให้เห็นว่า หากการเมืองยังแบ่งสองขั้วเมื่อใด เมื่อนั้นผลกระทบมันก็ไม่พ้นตกกับชาวบ้านท้องถิ่น ทั้งระดับรากหญ้าที่ใกล้และไกลเมืองหลวงด้วยกันทั้งนั้น

ในสภาวะที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า ขอจงเป็น สุขๆเถิด ผองพี่ผองน้องผู้เจริญแล้วทั้งหลาย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1ชุมชนจีนเมืองตากเส้นขนานขั้วการเมืองแม่น้ำปิงวิไลวรรณ อินทร์อยู่ท่องเที่ยวตากการเมือง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้