ข่าว
100 year

พม่าล้อมกรุงศรีใครหนี? ใครสู้?

กิเลน ประลองเชิง6 พ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

ปกศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน เม.ย.57 พาดหัว...พม่า SHUTDOWN กรุงศรี ใครหนี? ใครสู้? ใครรู้ว่าแพ้เลยเผ่น...เข้าเหตุการณ์สมัยใหม่ ยั่วใจ จนต้องรีบเปิดอ่าน

ปรมินทร์ เครือทอง เขียนว่า สงครามเสียกรุงครั้งนี้ เริ่มต้นที่เมืองทวาย แค่เดือนเดียว กองทัพพม่าก็บุกทะลุเข้าเมืองเพชรบุรี ยั้งทัพรอต่อเรือรบ จนเข้าปีระกา ก่อนจะบุกเข้าประชิดกรุง

ฝ่ายกรุงศรีอยุธยา ก็ระดมพลหัวเมือง ใช้ยุทธวิธีตั้งรับ รอบๆเมือง

มีพระราชดำรัสสั่งเสนาบดีให้จัดแจงเกณฑ์กองทัพหัวเมืองปักษ์ใต้ทั้งปวง และให้ทัพบกยกไปตั้งค่ายรับข้าศึกอยู่ที่ตำบลบำหรุ ใต้เมืองราชบุรี ให้ทัพเรือไปตั้งอยู่หัวเมืองตำบลบางกุ้ง

และให้เกณฑ์ทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือ ตะวันออก ตะวันตก เข้ามาช่วยการสงครามป้องกันพระนคร ฯลฯ

และทัพหัวเมืองนอกกว่านั้น ให้เกณฑ์เข้ามาบรรจบกับพลชาวพระนคร ประจำรักษาหน้าที่เชิงเทินกำแพงเมืองโดยรอบ แล้วให้กวาดครอบครัวพลเมือง และเสบียงอาหารเข้าไว้ในพระนคร

ปรมินทร์ เครือทอง บอกว่า “ตลอดรายทางก่อนจะปิดล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้นั้น หัวเมืองต่างๆ ยอมแพ้ต่อกองทัพพม่า ทั้งแบบต่อต้านเพียงเล็กน้อย จนถึงขั้นปิดเมืองหนี”

พม่าจึงปิดล้อมกรุงได้ง่ายๆ ก่อนจะทำสงครามขั้นสุดท้าย ปิดบัญชีกรุงศรีอยุธยา

รุ่งขึ้นปีจอ พม่าใช้ยุทธวิธี “คีมหนีบ” เนเมียวสีหบดี คุมทัพบุกทางเหนือ มังมหานรธา บุกทางใต้ แต่มังมหานรธา เสียชีวิตกลางศึก เหลือเนเมียวสีหบดีคนเดียว ยกประชิดติดพระนคร

พม่าสร้างเมือง รอบพระนครทั้ง 4 ด้าน สร้างด้วยอิฐ 27 เมือง สร้างป้อม คู ประตู หอรบ ไว้ แล้วจัดให้เอาปืนใหญ่น้อยขนขึ้นรักษาป้อม แลหอรบบนเชิงกำแพงโดยแน่นหนา ตามยุทธศาสตร์ปักหลักพักค้าง น้ำมาก็ไม่หนี

แล้วแม่ทัพพม่าก็สั่งให้เอาปืนใหญ่ยิงเข้าไปในกำแพงกรุงศรีอยุธยา ดุจฝนแสนห่า

ปิดล้อมเชิงยุทธวิธีแล้วพม่าก็ตัดการส่งเสบียงอาวุธ เสบียงอาหาร พม่ายังจัดการพื้นที่เพื่อสนับสนุนเสบียงให้กับเมือง ที่ตั้งรอบๆพระนครอีกทางหนึ่ง การปิดล้อมแบบปิดตายครั้งนี้ ภายในพระนครระส่ำระสายอย่างหนัก

ฝ่ายข้างในกรุงฯก็เกิดโจรผู้ร้าย ปล้นกันอยู่ไม่ขาด ผู้คนอดอยากซูบผอมป่วยไข้ล้มตายนั้นก็มาก ที่หนีออกไปหาพม่านั้นก็เนืองๆ ทั้งมีเชลยพม่า 500 คนในเมือง การข่าวพม่าก็ยิ่งแม่นยำ

ฝ่ายคนไทยมีทั้งที่คิดหนี และผู้ที่คิดสู้ ฝ่ายคิดสู้ กรมหมื่นเทพพิพิธ ตั้งหลักหัวเมืองตะวันออก คิดยกทัพมากู้กรุงฯ แต่พม่ายกมาตีแตกพ่าย นายเริก ทหารในกองเรือ ยกเข้าตีค่ายพม่าที่วัดการ้อง ถูกปืนยิงตกน้ำ

ขณะรำดาบสองมืออยู่หน้าเรือ

พระยาเพชรบุรี กองหน้านำกองเรือตะลุมบอนกับพม่า กลางทุ่งวัดสังฆวาส พม่าเอาหม้อดินดำติดเพลิงโยนเข้าใส่ จับพระยาเพชรบุรีไว้ได้ พระยาเพชรบุรีเป็นคนมีวิชา ฟันแทงไม่เข้า “จึงเอาไม้เหลาเสียบแทงทางทวารหนัก ถึงแก่ความตาย”

พงศาวดารบันทึกว่า ในกองหน้า พระยาเพชรบุรี มีพระยาตาก เป็นนายกองเรือ และหลวงศรเสนี เป็นกองหนุน...แต่ทั้งสอง จอดรอดูเสีย หาเข้าช่วยอุดหนุนไม่

ศึกครั้งนี้ กรุงศรีอยุธยามีผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธ ป่วยไข้ อดตายราว 2 แสนคน ถูกจับเป็นเชลยราว 3 หมื่นคน

ก่อนจะเสียกรุงฯ ก่อนสิ้นสุดราชวงศ์กรุงศรีอยุธยา มีบุคคลสำคัญสองท่าน ไม่สู้ แต่ใช้กลยุทธ์หนี

พระยาตาก พารี้พลหนีออกจากกรุงฯ ก่อนกรุงจะแตก 3 เดือน หลวงยกกระบัตร (ทองด้วง) เมืองราชบุรี หนีเข้าป่าก่อนกรุงแตกเกือบ 2 ปี

ภายหลังพระยาตาก วกกลับมาขับไล่พม่า ฟื้นราชอาณาจักรใหม่ มีราชธานีอยู่กรุงธนบุรี

อีกราว 15 ปีต่อมา หลวงยกกระบัตรราชบุรี ได้ปราบดาภิเษก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พิชัยสงครามสามก๊ก หนีคือสุดยอดกลยุทธ์ เป็นอันว่า สองผู้นำไทยผู้ใช้ “กลยุทธ์หนี” สุดท้ายก็กลายเป็นผู้ชนะ บทเรียนจากเรื่องนี้ชี้ว่า ฝ่ายรุกก็ไม่แน่ว่าจะชนะ ฝ่ายหนีก็ไม่แน่ว่าจะแพ้.

 

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงปรมินทร์ เครือทองพม่าล้อมกรุงศรีใครหนีใครสู้SHUTDOWNพิชัยสงครามพงศาวดารพระยาเพชรบุรีพระยาตาก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้