ข่าว
100 year

“ญี่ปุ่น” ไม่มั่นใจแผนลงทุน “สศช.” ย้ำนิคมอุตสาหกรรมทวายเกิดยาก

ทีมข่าวเศรษฐกิจ4 พ.ค. 2557 07:30 น.
SHARE

สศช.ชี้นิคมอุตสาหกรรมทวาย ในประเทศพม่า เกิดขึ้นได้ลำบาก หากรัฐบาลพม่าหรือไทยไม่ ได้เข้าไปลงทุนในโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อนำร่องในการพัฒนาพื้นที่ เผยการเปิดประมูลให้เอกชนเข้าดำเนินการลงทุนโครงสร้างฯ ไม่มีเอกชนรายใดสนใจ ขณะที่ญี่ปุ่นประกาศไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่ประเทศพม่า อาจใช้เวลาอีกนานกว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการได้ หากรัฐบาลพม่าไม่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะโดยปกติการลงทุน โครงการขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนเช่น ถนน ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม แล้วมีการให้สิทธิประโยชน์เอกชน เข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน ที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของพม่าเข้ามาดูงาน และแนวทางการพัฒนาโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด แต่พม่ามีแนวคิดที่แตกต่างคือ ต้องเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

“การลงทุน ในโครงการทวายของพม่า มีความแตกต่างจากการลงทุน ในอีสเทิร์นซีบอร์ดของไทย โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยและพม่าตกลงที่จะเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ใน 3 โครงการคือ ถนน ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม โดยการเปิดประมูลปรากฏว่านักลงทุน ไม่สนใจเข้าร่วมประมูล โดยส่วนหนึ่งมาจากเงื่อนไขของการประมูล (ทีโออาร์) ในการประมูลไม่ดึงดูดนักลงทุน โดยได้กำหนดว่าถ้านักลงทุนชนะประมูลโครงการก่อสร้างถนน 130 กิโลเมตร จากชายแดนไทยไปที่ทวาย ผู้ชนะประมูลจะได้รับสัมปทานในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไปด้วย และเปิดโอกาสให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนน เพื่อนำไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม”

นายอาคมกล่าวว่า รัฐบาลไทยและพม่า คาดหวังว่านักลงทุนญี่ปุ่น จะเข้ามาร่วมประมูลหรือร่วมลงทุน แต่ญี่ปุ่นมีความเห็นว่ารัฐบาลของ 2 ประเทศ ควรเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยญี่ปุ่นระบุว่าเงินลงทุนไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งสำคัญคือแผนการลงทุน และแนวทางการลงทุน มีความเป็นไปได้หรือไม่

“ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการลงทุนที่ให้ผู้ได้รับสัมปทานถนนสามารถเก็บค่าใช้ทาง และเห็นว่าถนนควรเป็นบริการสาธารณะ ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยและพม่าได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้ โดยอาจเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) และฝ่ายไทยและพม่า ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ขึ้นมาหรือเข้ามาลงทุนในโครงการ แต่จนถึงขณะนี้ญี่ปุ่นยังไม่ได้ให้คำตอบว่าจะเข้ามาร่วมในโครงการ”

นายอาคมกล่าวว่า เมื่อไม่มีผู้ลงทุนยื่นข้อเสนอในการประมูล บริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด จึงได้จ้างบริษัทที่ปรึกษา โรแลนด์ เบอร์เกอร์ มาทำการทบทวนทีโออาร์ใหม่เพื่อให้การประมูลในโครงการมีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยใช้เวลา 4 เดือน และได้มีการว่าจ้าง บริษัท Ernst &Young มาทำการตรวจสอบและประเมินทรัพย์สิน สำหรับการลงทุนของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับการเปิดประมูลโครงการในระยะต่อไป

“ขณะนี้ยังมีเวลาในการศึกษาและเตรียมการ เนื่องจากยังไม่มีรัฐบาลใหม่ แต่ในส่วนของคณะทำงานระหว่างสองประเทศ และบริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ยังทำงานต่อเนื่อง โดยในส่วนของโครงการถนน และท่าเรือ ขณะนี้บริษัทอิตาเลียนไทยยังมีการบำรุงรักษาโครงการที่ได้ลงทุนก่อนหน้านี้อยู่ต่อไป เพื่อรอนักลงทุนรายใหม่”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาคม เติมพิทยาไพสิฐนิคมอุตสาหกรรมทวายลงทุนญี่ปุ่นสศช.

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้