ข่าว
100 year

กล่อมกปปส.สำเร็จ ยอมเปิดพื้นที่มท.

ทีมข่าวหน้า 14 พ.ค. 2557 06:05 น.
SHARE

พุทธะเล็งเลิกปิดถนน เทือกชวนคนหน้าราม

“พระพุทธอิสระ” ยอมรับ “การ์ดแจ้งวัฒนะ” พลาดทำร้ายทหารกรมข่าวทหาร ลั่นพร้อมรับผิดชอบ ให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมเผยข่าวดีจ่อย้ายเวทีเข้าไปอยู่ในศูนย์ราชการบรรเทาการจราจรติดขัด ขณะที่ สตช.ประสานเจรจาขอพื้นที่กระทรวงมหาดไทยคืนจากกลุ่ม สรส. นัดหารือทั้งตัวแทน กปปส. ตำรวจ และทหารวางแนวทางส่งมอบคืนพื้นที่ เลี่ยงเหตุเผชิญหน้าอาจบานปลาย “ภราดร” ตีปี๊บจับตาหลัง 14 พ.ค. ส่อรุนแรง ด้าน “กำนัน” พามวลชนเดินย่านรามคำแหงคึก ประชาชนร่วมขบวนแน่นล้นลงถนนหน้าห้างดังบางกะปิ

หลังนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายให้นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมีการออกแถลงการณ์ขอทวงคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ซึ่งในส่วนที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าวคือสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) โดยมีการระบุจะระดมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและบุคลากรหลายหมื่นคนมาทวงพื้นที่ในวันที่ 4 พ.ค.ปรากฏว่าได้มีการประสานเจรจาภายในเพื่อส่งมอบพื้นที่และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

เจรจาคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าในวันที่ 4 พ.ค.จะมีกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรวมทั้งกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการและลูกจ้างกระทรวงมหาดไทย กว่า 50,000 คน นัดรวมตัวกันไปที่กระทรวงมหาดไทย และในวันที่ 5 พ.ค.กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.จะเคลื่อนตัวมาที่บริเวณใกล้เคียงกัน เพื่อให้มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดการกระทบกระทั่ง ศอ.รส.ได้มอบหมายให้ สตช.พูดคุยกับแกนนำเพื่อวางแนวทางการรักษาความปลอดภัยร่วมกัน โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 เข้าเจรจากับตัวแทนกลุ่ม กปปส.ผล

การหารือ ทาง กปปส.เห็นด้วยกับการมอบคืนพื้นที่บริเวณกระทรวงมหาดไทย แต่ขอให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้รับทราบ และขอให้ ผบ.ตร.ร่วมกับกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เข้ามาร่วมเจรจาในรายละเอียดกับตัวแทน กปปส.ซึ่งกำหนดให้มีการพูดคุยที่กระทรวงกลาโหมเพื่อวางแนวทางการรับมอบพื้นที่คืนอย่างเป็นธรรม ตรงไปตรงมา และร่วมตรวจสอบทรัพย์สินของทางราชการ หลังจากนั้นจะได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารเข้าดูแลสถานที่ราชการเพื่อให้ใช้งานตามปกติ

“ภราดร” สั่งจับตาหลัง 14 พ.ค.

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงติดตามดูการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังมั่นใจว่าจะไม่มีการขนอาวุธมาเพื่อเตรียมก่อเหตุ เพราะส่วนหนึ่งเขาก็ต้องระมัดระวังความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับเขาเองด้วยเช่นกันเนื่องจากหากเกิดความรุนแรงขึ้น เขาก็มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ได้ส่วนการชุมนุมในวันที่ 5 พ.ค.ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล และวันที่ 13 พ.ค.ซึ่งตรงกันวันวิสาขบูชา เจ้าหน้าที่อาจจะดูแลลำบาก เนื่องจากประชาชนที่มาจะมีทั้งประชาชนที่มาร่วมงานจริงๆ กับประชาชนที่มาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมปะปนกันอยู่ ดังนั้นเราต้องพยายามแยกแยะ อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่าทั้งวันที่ 5 และวันที่ 13 พ.ค.ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นวันสำคัญ แต่หลังจากนั้น วันที่ 14 พ.ค.เป็นต้นไปต้องระมัดระวังยิ่งขึ้นเพราะถือเป็นวันล่อแหลม

“พุทธอิสระ” ยอมรับการ์ดพลาด

เมื่อเวลา 12.00 น. พระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กล่าวถึงเหตุการณ์ครอบครัว พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย จะแถลงข่าวเพื่อนำเงินค่ารักษาพยาบาล 5 หมื่นบาทคืนให้เวทีแจ้งวัฒนะในกรณีถูกการ์ดทำร้ายร่างกายบาดเจ็บว่า ให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาและขอขมาไปแล้ว โดยผู้บังคับบัญชาของ พ.อ.วิทวัสไม่ติดใจ จึงต้องรอดูว่าทางครอบครัวจะแจ้งความดำเนินคดีอย่างไร ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของการ์ดและพร้อมรับผิดชอบ และยืนยันว่าในส่วนของเวทีแจ้งวัฒนะไม่มีภาพวงจรปิดขณะที่มีการทำร้ายร่างกาย มีเพียงกล้องที่จับภาพรื้อบังเกอร์ได้เท่านั้น แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามขยายประเด็นเพื่อสร้างสถานการณ์ดิส–เครดิตเวทีแจ้งวัฒนะ และสกัดกั้นการเคลื่อนขบวนไปถวายคืนพระราชอำนาจ

ชี้แผน 10 ขั้น “มาร์ค” ไม่ใช่ของใหม่

พระพุทธอิสระกล่าวต่อว่า ส่วนแผนทางออกประเทศ 10 ขั้นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยพร้อมจะเว้นวรรคการเมืองนั้น รอลุ้นว่าจะมีทางออกใหม่เพื่อออกจากความขัดแย้งโดยไม่เกิดการเผชิญหน้า แต่ฟังแล้วไม่มีอะไรใหม่ ทั้งการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือการเสียสละตัวเองเว้นวรรคการเมืองก็เป็นข้อเสนอเดิมของ กปปส. ทุกเวทีควรต้องมีทางลง หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีความผิดโดยยังออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งไม่ทัน เหลือแต่รัฐสภา หากจะทำงานโดยเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นนายกฯคนเสื้อแดงก็ไม่ยอม ข้อเสนอรัฏฐาธิปัตย์ รัฐบาลก็ไม่ยอม ทหารหรือตำรวจก็ไม่เอาด้วย

จ่อย้ายเวทีเข้าศูนย์ราชการ

พระพุทธอิสระกล่าวอีกว่า วันนี้อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่ม ยังยืนยันที่จะถวายคืนพระราชอำนาจตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ เป็นทางออกเดียวที่จะลดความสูญเสีย จึงขอเชิญถึงแกนนำคนเสื้อแดงให้ออกมาร่วมกันที่จะเคลื่อนมวลชนไปถวายฎีกาตามมาตรา 3 ซึ่งเบื้องต้นได้ส่งการ์ดไปสำรวจเส้นทาง และจะประสานไปยังสถานีตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่เส้นทางผ่านของมวลชนเพื่อร่วมวางมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มวลชน เพราะมีการปล่อยข่าวสร้างความหวาดกลัวไม่ให้ประชาชนเข้ามาร่วมทั้งจะยิงระเบิดเอ็ม 79 หรือมีการจัดวางชุดซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ตามตึกสูงรอบพื้นที่ ทั้งนี้มีแผนจะย้ายเวทีออกจากผิวจราจรไปอยู่ภายในบริเวณศูนย์ราชการฯ เพื่อลดปัญหาเดือดร้อนการจราจร อาจย้ายหลังวันที่ 16 พ.ค.เมื่อเสร็จภารกิจเดินขบวนไปถวายฎีกาถวายคืนพระราชอำนาจ

“กำนัน” พามวลชนเดินหน้ารามฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) พร้อมแกนนำ อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสสระ สมชัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายณัฏฐพล และนางธยา ทีปสุวรรณ นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. รวมถึง ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ตัวแทนกองทัพธรรม นายอุทัย ยอดมณี แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และผู้ชุมนุมได้เดินทางออกจากสวนลุมพินีด้วยรถยนต์ รถกระบะจำนวนมากกว่า 50 คัน โดยใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะตั้งขบวนที่บริเวณแยกพระราม 9-รามคำแหง เพื่อออกเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมครั้งสุดท้ายของ กปปส.ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยมีรถบรรทุก 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียง มีนายถนอม อ่อนเกตุพล นายสำราญ รอดเพชร ปราศัยโจมตีการทำงานที่ล้มเหลวผิดพลาดของรัฐบาล พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วม และมีขบวนรถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่เร็วออกตรวจพื้นที่เส้นทางที่แกนนำและมวลชนจะเดินผ่านตามแยกจุดตัดต่างๆ พร้อมส่องกล้องทางไกลเพื่อรักษาความปลอดภัยแกนนำและมวลชน

ขายหนังสือ–เสื้อระดมทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เริ่มออกเดินขบวนของนายสุเทพและมวลชนได้รับการต้อนรับจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและนักศึกษาต่างออกมายืนดักรอตลอดสองข้างทางทั้งเป่านกหวีดและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมรอมอบเงินสดที่ดัดแปลงเป็นรูปลักษณ์ต่างๆเพื่อสนับสนุนการชุมนุม โดยขบวนของนายสุเทพเดินผ่านศูนย์การค้าเดอะมอลล์รามคำแหง แยกวัดเทพลีลา ทำให้การจราจร ติดขัดมาก จากนั้นขบวนเคลื่อนสู่ภายในมหาวิทยาลัย รามคำแหงเพื่อแวะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพักรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องประชุมใต้อาคารโดม โดยมีการนำหนังสือ อัตชีวประวัติของนายสุเทพที่เขียนขึ้นเองชื่อ “power of change” หรือพลังของการเปลี่ยนแปลง มาจำหน่าย ในราคาเล่มละ 500 บาท รวมถึงเสื้อสีเหลืองที่มีธงชาติไทยปักบริเวณหน้าอกด้านซ้ายมือมาจำหน่ายราคา ตัวละ 200 บาท ซึ่งแกนนำ กปปส.นัดแนะให้มวลชนใส่เข้าร่วมงานในวันที่ 5 พ.ค.

ขอเด็กรามฯร่วมชุมนุมใหญ่

จากนั้นนายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมนายอุทัย ยอดมณี และตัวแทนองค์การบริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.) บนหลังรถบรรทุกต่อนักศึกษารามคำแหง ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณพี่น้องชาวรามคำแหงที่ต้อนรับอย่างดี โดยเฉพาะนายก อศ.มร.ช่วยบอกกล่าวให้พี่น้องนักศึกษาชาวรามคำแหงออกมาร่วมกิจกรรมที่ กปปส.จะรณรงค์ให้สวมเสื้อสีเหลืองในงานถวายสัตยาธิษฐานและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันฉัตรมงคล 5 พ.ค. พร้อมมาร่วมต่อสู้ในวันที่ 14 พ.ค. เพื่อให้เกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้เกิดขึ้นจริงด้วยมือประชาชน ที่จะขจัดการทุจริต คอร์รัปชัน เพราะเขาแทะกินประเทศนี้จนเหลือแต่กระดูกแล้ว แก้กฎหมายให้มีการเลือกตั้งที่เป็นธรรมเพื่อให้ได้คนดีมาแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง จะมีการปฏิรูปปรับโครงสร้างตำรวจให้เป็นของประชาชน และเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จึงขอให้ออกมาร่วมต่อสู้เพื่อประเทศชาติ อยากปราศรัยสัก 2 ชั่วโมง แต่เพิ่งเดินได้แค่ 2 กิโลเมตรจาก 7 กิโลเมตร ต้องขอเดินต่อเพราะจะมืดค่ำ แต่ขอให้รักษาสัญญามาร่วมกันสู้

คนบางกะปิ–รามฯแน่นปิดถนนรอ

ต่อมาเวลา 15.30 น.นายสุเทพได้นำมวลชนออกเดินต่อไปตามถนนรามคำแหง ผ่าน รพ.รามคำแหง ถึงแยกลำสาลีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าวไปสิ้นสุดที่เดอะมอลล์บางกะปิ ตลอดทางที่ผ่านปรากฏว่ามีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ประชาชนในวัยหนุ่มสาวจำนวนมากมาดักรอตลอดสองข้างทางและร่วมเดินทางสมทบขบวนทำให้มีจำนวนมากขึ้นยิ่งทำให้ล่าช้ากว่ากำหนดมาก กระทั่งเวลา 18.00 น.ขบวนเพิ่งไปถึงหน้าห้างเดอะมอลล์บางกะปิ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมาดักรอขบวนทำให้ล้นลงสู่ท้องถนนจนต้องปิดการจราจรทั้งสองด้านโดยปริยาย และร่วมร้องเพลงชาติด้วยกัน

ปลุกสำนึกตอบแทนแผ่นดิน

โดยนายสุเทพขึ้นกล่าวบนเวทีชั่วคราวอีกครั้งว่า ขอให้พี่น้องเห็นแก่ประโยชน์ชาติจริงๆ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว นอนบ้านห้องแอร์มานาน มานอนกลางดินกินกลางถนนสักที ถ้าเป็นพระก็คือ ออกธุดงค์ ไม่กี่วันครั้งนี้รู้เรื่องเลย ไปถามใจตัวเองเกิดมาชีวิตหนึ่ง มีโอกาสตอบแทนแผ่นดินจะได้เป็นผู้เขียนประวัติ– ศาสตร์ ถ้าสู้ชนะล้มทรราชได้ประเทศไทยก็ชนะทั้งประเทศ ถ้าตัดสินแน่วแน่ใจแล้วเวลา 10.00น.วันที่ 14 พ.ค.เจอกัน

ลือ ตร.ขอคืน มท. “กำนัน” นำม็อบคุมเชิง

เวลา 18.50 น. หลังจากที่นายสุเทพปราศรัยเสร็จได้เคลื่อนขบวนพร้อมมวลชนออกจากหน้าห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ซึ่งตามหมายเดิมต้องนำมวลชนกลับมายังเวทีชุมนุมที่สวนลุมพินี แต่ปรากฏว่านายสุเทพได้สั่งให้ขบวนรถขับมาลงทางด่วนยมราชและมุ่งหน้านำมวลชนตรงมายังกระทรวงมหาดไทยในเวลา 19.40 น. เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าขอคืนพื้นที่บริเวณกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) อยู่รักษาพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้เป็นตัวแทนเข้าเจรจาเกี่ยวกับการคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสง-สิงแก้ว ผบ.ตร.และ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ.

ยอมถอน สรส.ไปรวมม็อบสวนลุมฯ

ต่อมาเวลา 20.20 น. นายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยที่กระทรวงมหาดไทยประกาศว่า ในวันนี้ ตนจะรับมวลชน สรส.ที่กระทรวงมหาดไทยไปอยู่ร่วมกันที่สวนลุมพินี และอย่าเพิ่งซักถามรายละเอียดเพราะอยู่ระหว่างการเจรจาของผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ผบ.ตร. ผบ.พล.1 รอ.และปลัดกระทรวงมหาดไทย วันที่ 4 พ.ค.โฆษก กปปส.จะแถลงรายละเอียดให้ทราบ ขอบอกว่ามวลชน สรส.ได้ทำหน้าที่รักษาพื้นที่ได้สุดยอด ตนเป็นกำนัน ไม่ใช่ทหาร ไม่รู้วิธีการรบบางครั้งต้องเลี้ยวซ้ายขวา ขอขอบคุณพี่น้อง สรส.และมวลชนที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้มวลชนเตรียมตัวขนย้ายไปรวมที่สวนลุมพินี

ผบ.ตร.เผย กปปส.ยอมคืนพื้นที่

เวลา 21.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประชุมหารือกับนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ผลปรากฏว่าพื้นที่กระทรวงมหาดไทย กปปส.จะคืนพื้นที่ให้ ส่วนกรณีที่กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเดินทางมาแสดงพลังที่นี่ จะยังไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในกระทรวงมหาดไทย หลัง จากนี้จนถึงวันที่ 8 พ.ค. จะอนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุม สรส.ทยอยเก็บของออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพื้นที่และส่งมอบพื้นที่ ซึ่งมีตำรวจ ทหาร และตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย เข้าไปตรวจว่ามีทรัพย์สินหรือสิ่งของใดเสียหายหรือไม่ อย่างไร

คปท.เมินโรดแม็ป “มาร์ค”

ด้านความเคลื่อนไหวของ คปท. ที่บริเวณสะพาน ชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 3 พ.ค. เมื่อเวลา 14.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวถึงข้อเสนอทางออกประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้จะเป็นข้อเสนอที่ดีในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่พยายามหาทางออกให้กับประเทศ แต่ยังไม่มีรูปธรรมและรายละเอียดชัดเจนในการจัดการระบอบทักษิณให้หมดไปจากประเทศไทย ทั้งยังเป็นข้อเสนอที่เปิดกว้างให้นักการเมืองที่เป็นต้นตอปัญหาของประเทศในขณะนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางกติกาบ้านเมืองได้อีก ทั้งที่ภาคประชาชนรู้ตื่นและต้องการให้นักการเมืองเหล่านี้เว้นวรรคทางการเมืองเช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์

แนะชวนนักการเมืองเว้นวรรค

นายนิติธรกล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยในข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ในจุดนี้ ที่สำคัญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเอาข้อเสนอนี้มาคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐ– มนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เลย วันนี้ประชาชนทุกคนต่างต้องการมีส่วนร่วมปฏิวัติออกแบบกติกาบ้านเมืองกันเอง โดยไม่มีพวกนักการเมืองที่เป็นต้นตอปัญหาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้บ้านเมืองดีขึ้น ดังนั้นสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ควรจะต้องทำเวลานี้คือ ไปชักชวนให้นักการเมืองทั้งหลายเว้นวรรคการเมือง และชักชวนประชาชน ข้าราชการมาร่วมกันปฏิวัติประเทศไทยกันใหม่ ตราบใดที่คนในตระกูลชินวัตรและเครือข่ายยังไม่ยุติบทบาททางการเมือง อย่างเด็ดขาด ก็ยังไม่ถือเป็นชัยชนะของภาคประชาชน

“วรชัย” ปลุกแดง ปูด กปปส.ขนอาวุธ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน แกนนำ นปช.นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.และแกนนำต่างๆ ได้จัดกิจกรรมชุมนุมย่อยที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามศาลจังหวัดมีนบุรี โดยใช้ชื่อว่า “10 พ.ค.วันปราบกบฏ” ทั้งนี้ เพื่อเป็นการระดมมวลชนก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ ในวันที่ 10 พ.ค. โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางเข้าร่วมคึกคัก โดยนายวรชัย เหมะ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนมวลชนของ กปปส.ไปย่านรามคำแหง ซึ่งเป็นแหล่งพำนักของการ์ด กปปส. เป็นการนำมวลชนไปก็เพื่อระดมอาวุธและการ์ดที่ติดอาวุธมายังพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินี เพราะถ้าขนอาวุธกันตามปกติอาจติดด่านความมั่นคง จึงเอาม็อบไปรับอาวุธ ขอเรียกร้องถึง ศอ.รส.ให้ไปตรวจในม็อบ กปปส.ที่สวนลุมฯ เพราะขณะนี้มีอาวุธสงครามเต็มไปหมด เตรียมไว้เพื่อก่อการในวันที่ 14 พ.ค. สำหรับมวลชนเสื้อแดงในปริมณฑลถือว่ามีความสำคัญมาก ขอให้มารวมตัวกันให้มาก หากมีการรัฐประหารเราร่วมกันล้อม กทม.ทันที

“เต้น” จวก “มาร์ค” แผนติดหล่ม

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์เสนอแนวทางแก้ปัญหาออกมา จนถึงบัดนี้ยังไม่เห็นใครตอบรับข้อเสนอแม้แต่รายเดียว ส่วนใหญ่ยังไล่ตะเพิดไม่มีดี เพราะไม่ได้ทำให้เกิดทางออก แต่ยิ่งตกหล่มของปัญหา ล้าหลังทำลายประชาธิปไตย คำพูดจากปากคนคนนี้ไม่มีวันนำไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแน่นอน ขอร้องให้เลิกทำตัวเป็นสุนัขจรจัดของระบอบประชาธิปไตย แล้วไปเลือกตั้ง ไม่ยากอะไรแค่ทำสัตยาบันว่าจะไปเลือกตั้ง ไม่ใช่ใครมีอำนาจก็จรไปหา ถ้าเรายินยอมทำตามแบบที่นายอภิสิทธิ์เสนอ ประเทศไทยจะถอยหลังไปอีกหลายสิบปี

ปูดแผนยุทหารปฏิวัติ

“ถาม น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส.จริงหรือไม่ ที่ไม่กี่วันก่อนผู้ปกครองของ น.ส.จิตภัสร์ ไปคุยกับทหารใหญ่ เพื่อให้ปฏิวัติ เช่น ทหารที่อยู่ใน 5 เสือ ทบ. และนายทหารที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้คุมกำลังใน กทม. ชื่อเหมือนสีเสื้อที่เราใส่ ขอร้องอย่าทำเลย หากเป็นจริงก็มืดบอดทางปัญญาของคนที่ไปคุย และขอเตือนว่าใครที่จะทำการรัฐประหารในสถานการณ์นี้ ให้เตรียมคำว่าทรราชไว้บนหน้าผากจนกาลอวสาน โชคดีบิ๊กเบอร์หนึ่งของกองทัพยังมั่นคง ทุกอย่างต้องเดินตามกติกา ขอเรียกร้องในนามประชาชน ถ้าเผลอใจเตรียมการแล้วก็ขอให้เลิก เพราะไม่มีทางที่จะดำรงอำนาจได้ เพราะอาจเดินบนถนนไม่ได้อีกในอนาคต” นายณัฐวุฒิกล่าว

“สุเทพ” แจงเหตุย้ายคนจาก มท.

ต่อมาเวลา 21.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนลุมพินีฯ ว่า เป็นอีกวันที่ยาวนานที่ไปเดินย่านรามคำแหง บางกะปิ ชวนคนให้มาร่วมงานวันฉัตรมงคล ภาคประชาชนในวันที่ 5 พ.ค. และชุมนุมใหญ่ แล้วก็ไปต่อที่กระทรวงมหาดไทย เพราะนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งให้ระดมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมายึดกระทรวงคืน ตนพามวลชนไปดูและเราสามารถพามวลชนของเราไปล้อมกระทรวงตั้งแต่คืนนี้ โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งตัดสินใจไปที่กระทรวงแล้ว กรรมการ กปปส.ประชุมพิจารณาสถานการณ์แล้วเห็นว่าวันที่ 5 พ.ค. เป็นวันมิ่งมหามงคลของชาติ จึงไม่ต้องการให้เกิดเหตุอะไรขึ้นในวันฉัตรมงคล ตนไม่ต้องการให้เกิดระหองระแหงกับคนที่ยอมตนเป็นสมุนบริวารของทรราช และได้ รับการประสานงานจาก ผบ.ตร. ว่ามีหนทางไหนที่จะสามารถเลี่ยงการเกิดเหตุก่อนวันฉัตรมงคลบ้าง แทนที่เราจะระดมกำลังไปตั้งรับ กรรมการ กปปส. และแกนนำ สรส.หารือแล้วจึงขอให้มวลชน สรส. และเครือข่ายชาวนาให้ถอนมาอยู่ที่สวนลุมฯ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องใดๆก่อนงานมงคลใหญ่

ขอกำนัน ผญบ.คิด ปชช.ไม่ใช่ศัตรู

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ขอให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่าประชาชนไม่ใช่ศัตรูของท่าน แต่เป็นทรราช ขอให้คิดตั้งสติให้ดี เพราะประชาชนกับข้าราชการอยู่ฝ่ายเดียวกัน อย่าหลงเชื่อให้แตกแยก เพราะพวกทรราชไปบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้าใจผิดๆ หลายเรื่อง ทั้งปล่อยข่าวผ่านสื่อ เช่น ถ้าปฏิรูปประเทศไทยตาม กปปส.แล้วจะยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเรื่องโกหก ตนเป็นกำนันมาก่อน เพราะมีความสำคัญทำงานใกล้ชิดประชาชน ยืนยันว่าไม่มียกเลิกและจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่งเครื่องแบบมาร่วมกับประชาชน ตนไม่ต้องการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นเบี้ยล่าง เครื่องมืออย่างนี้ วันนี้เราเหนื่อยมากจึงให้มวลชนพักหนึ่งวันในวันที่ 4 พ.ค. โดยจะมีพิธีประดิษฐานพระพุทธมหาประชา– นฤมิตรพิชิตมาร ขึ้นตั้งในสวนลุมฯในเวลา 14.09 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบการเมืองกปปส.การ์ดกปปส.แจ้งวัฒนะกระทรวงมหาดไทยเจรจาคืนพื้นที่ศอ.รส.อนุชา รมยะนันทน์พระพุทธอิสระจารุพงศ์ เรืองสุวรรณภราดร พัฒนถาบุตรแผนทางออกประเทศสุเทพ เทือกสุบรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้