ข่าว
100 year

แผนปฏิรปมาร์ค ให้‘ปู’ออก ตั้งนายกฯคนกลาง

ทีมข่าวหน้า 14 พ.ค. 2557 06:01 น.
SHARE

10ขั้นตอน-‘กิตติพงษ์’มีชื่อคั่ว พท.ฉะยับส่งทีมยุทธศาสตร์ถก ‘กปปส.’ไม่สน-‘แดง’ไม่เอาด้วย

“อภิสิทธิ์” ร่ายยาวโรดแม็ปเดินหน้าประเทศ ไทย กางพิมพ์เขียวแจงยิบ 10 ขั้นตอน ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลดันปฏิรูปไร้ขั้วการเมือง เอี่ยว ขู่ใครเบี้ยวโทษถึงยุบพรรค เสนอ “นายกฯปู” ตัดสินใจก่อนส่งให้ “เทือก” พิจารณา สะบัดใส่ชื่อ “กิตติพงษ์” โผล่คั่วนายกฯคนกลาง “นิพิฏฐ์” ฟุ้งมือกฎหมาย “บิ๊กเนม” ไฟเขียวแล้ว ถ้าไม่เอาด้วยบ้านเมืองลุกเป็นไฟ “อลงกรณ์” สวนทางเตือน “มาร์ค” อย่าใจเร็วด่วนได้ ยันปฏิรูปเดินพร้อมเลือกตั้งได้ รัฐบาลดาหน้าโต้ “ชัยเกษม” จวกข้อเสนอขัด รธน. “อ๋อย” ซัดหวังให้เกิดสุญญากาศเข้าทาง กปปส. พท.ยังไม่ปิดประตูตายโยนทีมยุทธ– ศาสตร์พรรคถกถึงกึ๋น นายกฯข้องใจไม่รับเงื่อนไขใช้ศาล รธน.ฟันซ้ำ ส่อไม่รับข้อเสนอแน่ กปปส.ไม่สนเดินหน้าทะลุเป้าหมาย “สมชัย” ย้ำส่ง พ.ร.ฎ.ตามโปรแกรม

หลังเดินสายเจรจาหาทางออกให้ประเทศกับฝ่ายต่างๆ มาซักระยะ ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงรายละเอียดร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ 10 ขั้นตอน แต่ดูท่าคู่ขัดแย้งทั้งรัฐบาล และ กปปส. ยังไว้เชิงในการตอบรับข้อเสนออยู่

“อภิสิทธิ์” ร่ายยาวโรดแม็ปปฏิรูป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 พ.ค.ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงนำเสนอแผนปฏิรูปประเทศไทย หลังเดินสายนำเสนอและรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย โดยมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก มีการจัดทีมการ์ดคอยดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณโรงแรมกว่า 50 คน ขณะที่สื่อมวลชนและผู้ร่วมสังเกตการณ์ที่เข้าร่วมรับฟัง ต้องแลกบัตรที่ทางพรรคจัดทำให้เป็นการเฉพาะ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการเดินสายพบฝ่ายต่างๆ 10 วันที่ผ่านมา ล่าสุดประมวลเป็นแผนเดินหน้าประเทศไทย “ปฏิรูปภายใต้ กรอบรัฐธรรมนูญ” เพื่อหลีกเลี่ยง 3 อย่างคือ 1.การ สูญเสียชีวิตประชาชนเพิ่มเติมจากความขัดแย้งทางการเมือง 2.การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนอกรัฐธรรมนูญ หรือการปฏิวัติรัฐประหาร และ 3.การดึงเอาสถาบันที่อยู่เหนือความขัดแย้ง และศาล เข้ามาอยู่ในวังวนความขัดแย้ง อันทำให้ต่อไปประเทศไทยจะไม่มีที่พึ่งทางใจร่วมกัน

ขอทุกฝ่ายร่วมเดินหน้าทันที

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ข้อเสนอตนมีหลักการคือ 1.เดินหน้าปฏิรูปประเทศทันที สร้างความชอบธรรม กระบวนการกติกาเพื่อรองรับให้ปฏิรูปต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่ถูกขัดขวางจากฝ่ายการเมือง เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ 2.ระหว่างกระบวนการปฏิรูป มีรัฐบาลและสภาฯที่เป็นไปตามกฎหมายเป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย 3.การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริต เสรี และเที่ยงธรรม เป็นที่ยอมรับของประชาชนและทุกพรรค นำไปสู่การได้สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ และ 4.คดีความที่มีอยู่ต้องดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมายและหลักนิติธรรม

กางพิมพ์เขียวแจงยิบ 10 ขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งหมดมีขั้นตอนดำเนินการ 10 ขั้นตอน คือ 1.ขจัดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคด้วยการชะลอการตรา พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ที่รัฐบาลคิดจะทำวันที่ 6-8 พ.ค. 2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องออกระเบียบเพื่อปฏิรูปการ บริหารการเลือกตั้ง สร้างความมั่นใจว่าการเลือกตั้งจัดได้โดยสุจริตเที่ยงธรรม 3.เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ร่วมกับ กปปส. เป็นแกนนำจัดทำข้อเสนอจัดตั้งสภาปฏิรูป กำหนดประเด็นขอบเขตการปฏิรูปโดยจัดลำดับความสำคัญ เช่น ประเด็นต่อต้านการทุจริต ไม่มีนิรโทษกรรม การมีส่วนร่วมของประชาชน และกรอบเวลาการปฏิรูปแต่ละด้าน โดยใช้เวลา 15-30 วัน 4.จากนั้นจัดทำประชามติภายใน 90 วัน โดยการสนับสนุนของทุกพรรค ให้ประชาชนเห็นชอบสภาปฏิรูป ประเด็นการปฏิรูป และให้งานของสภาปฏิรูปทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง มีผลผูกมัดรัฐบาลและสภาหลังการเลือกตั้ง

ตั้ง รบ.เฉพาะกาลไร้ขั้วการเมือง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 5.การจัดทำประชามติ จะเป็นการทดสอบความเรียบร้อยของการเลือกตั้งต่อไป โดยทุกฝ่ายต้องเอื้ออำนวยให้ทุกพรรครณรงค์การปฏิรูปได้เสรี และสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ปราศจากการขัดขวางและความรุนแรง 6.เปิดทางให้มีรัฐบาลเฉพาะกาล โดยความเห็นพ้องทุกฝ่าย เพื่อมาบริหารจัดการทำประชามติและการเลือกตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีต้องนำคณะรัฐมนตรีลาออก หรือปรับ ครม.ออก จากนั้นนายกฯลาออก ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีความต่างๆ เพื่อให้มีการสรรหานายกฯและ ครม.ใหม่ ที่ไม่มีนักการเมืองและพรรคการเมือง โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการสรรหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงเป็นที่ยอมรับของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และ กปปส.

ขู่ใครเบี้ยวเจอโทษยุบพรรค

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า 7.รัฐบาลที่ได้มาจะไม่มีอำนาจด้านนิติบัญญัติ ไม่มีอำนาจตรากฎหมาย เพราะไม่มีองค์กรนิติบัญญัติ แต่รัฐบาลจะคล่องตัวกว่ารัฐบาลปัจจุบัน เพราะไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขรัฐ-ธรรมนูญมาตรา 181 8.เมื่อจัดทำประชามติเสร็จ ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน โดยทุกพรรคต้องยืนยันว่าจะสนับสนุนการทำงานของสภาปฏิรูป หากไม่ทำตามถือเป็นการหลอกลวง และกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ระเบียบของ กกต. มีโทษถึงขั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยุบพรรค 9.รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้ง มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ แต่ต้องนำข้อเสนอการปฏิรูปที่เกิดจากสภาปฏิรูป โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และ 10.ประเด็นการปฏิรูปอื่นๆ ให้ดำเนินการต่อไปภายหลังการเลือกตั้งตามวิธีการปกติ

โวทุกฝ่ายได้หมดแต่ไม่เต็มร้อย

นายอภิสิทธิ์กล่าวยืนยันว่า ข้อเสนอของตนมีกฎหมายรองรับ การลาออกและการปรับ ครม.เป็นสิทธิอันชอบธรรมของนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (2) และ (6) ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลรักษาการปี 2549 ส่วนการสรรหานายกฯเป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 180 วรรคท้าย โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการสรรหา โดยเทียบเคียงกรณีหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 ซึ่งข้อเสนอนี้ไม่มีฝ่ายไหนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ฝ่ายต่างๆจะได้ตามความต้องการหลักของตัวเอง รัฐบาลจะเห็นการเลือกตั้ง เพียงแต่ให้ถอยออกไปในระยะสั้นๆ 5-6 เดือน ส่วน กปปส.ได้รัฐบาลคนกลาง และสภาปฏิรูป แต่ประเทศชาติได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ปฏิรูป ได้เลือกตั้ง ไม่มีการนองเลือด ไม่มีรัฐประหาร สถาบันหลักไม่ถูกละเมิด เศรษฐกิจแก้ปัญหาได้ ตนไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว และจะไม่รับตำแหน่งหรือมีสถานะการเมืองใดๆ ขอเป็นเพียงประชาชนและจะขอมีความสุขจากที่ประเทศเดินหน้าไปได้

ชง “ปู” ตัดสินใจก่อนส่งให้ “เทือก”

“ผมจะนำข้อเสนอนี้เสนอไปยัง 2 ฝ่าย แต่ต้องเสนอไปยังรัฐบาลก่อน เพื่อให้รัฐบาลตัดสิน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตัดสินใจได้คนเดียว ขณะที่ กปปส. ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ เพราะทำในนามมวลชน ดังนั้น จะให้คนส่งข้อเสนอนี้เป็นลายลักษณ์อักษรไปให้รัฐบาลในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อให้พิจารณาและฟังคำตอบ ถ้าจะให้อธิบายอะไรเพิ่มเติมก็ยินดี ขอใช้โอกาสนี้สื่อถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากถามว่า ข้อเสนอผมมีตรงไหนที่เสียหายต่อประเทศชาติ อยากถามว่า ในฐานะเป็นนักการเมืองต้องการให้ประเทศเดินหน้าหรือไม่ สิ่งเดียวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องสละ คือการถอยออกไปจากอำนาจ 5-6 เดือน โดยที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าสถานภาพขณะนี้อยู่บนความไม่แน่นอน จะถอยได้หรือไม่ และขอสื่อสารไปถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ถ้ารัฐบาลตอบรับหลักการ นายสุเทพจะเห็นภาพรัฐบาลคนกลางที่มีการปฏิรูป คือเป้าหมายการต่อสู้ของนายสุเทพและมวลมหาประชาชน อย่าเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอผม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

สะบัดใส่ปลัด ยธ.โผล่คว้าพุงปลา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวการล็อบบี้เลือกประธานวุฒิสภา จะให้สังคมมั่นใจได้อย่างไรว่าประธานวุฒิสภาจะเป็นที่เชื่อมั่นในการสรรหานายกฯ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คนเป็นประธานวุฒิสภาต้องเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว การทำหน้าที่ของประธานวุฒิสภาต้องตอบโจทย์ให้สังคมยอมรับเช่นกัน ตนเสนอตามรัฐธรรมนูญที่นักกฎหมายเห็นว่าที่สุดแล้ว ต้องเป็นประธานวุฒิสภาในการสรรหานายกฯ เมื่อถามว่า คนที่จะเป็นนายกฯในรัฐบาลเฉพาะกาลควรมีพื้นฐานเรื่องการผลักดันการปฏิรูปประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า มีการมองไปที่นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่เหมาะสม นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถาม และเดินเลี่ยงออกจากกลุ่มผู้สื่อข่าวทันที

“นิพิฏฐ์” ฟุ้งเซียนกฎหมายไฟเขียว

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์มีนักกฎหมายระดับสูงรวมทั้งมีผู้พิพากษาอาวุโสให้คำแนะนำ ตนเป็นคนนำเรื่องนี้ไปหารือกับผู้พิพากษาอาวุโสและนักกฎหมายระดับสูงหลายคน ซึ่งแนะนำว่า แนวทางนี้ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย พิจารณาอย่างดีแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ส่วนข้อเสนอจะได้รับการตอบรับแค่ไหน เราเป็นเพียงผู้ชี้แนะตามหลักเหตุผล และชี้ทางเดินให้เท่านั้น ใครจะเดินตามหรือไม่ ก็แล้วแต่ละคน แต่จะไม่ตอบโต้คำวิพากษ์วิจารณ์จากคนในพรรคเพื่อไทย เพราะเราทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว อยากให้คนที่ไม่เห็นด้วยตัดข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ทั้ง 10 ข้อ เก็บไว้บนหลังตู้เย็น พอครบ 7 วันก็เอามาอ่านเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาที่เหตุการณ์บ้านเมืองรุนแรงขึ้น จะได้เป็นหลักฐานว่าได้เคยเตือนไว้แล้ว

ขู่ไม่เอาด้วยบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า หากไม่รับข้อเสนอนี้เชื่อว่าหลังกลางเดือน พ.ค.นี้ เหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้น มีการบาดเจ็บล้มตาย ขณะที่ทหารก็อาจออกมาแยก 2 ฝ่าย ซึ่งทหารต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนการรัฐประหารมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น และทหารอาจจะประกาศใช้กฎอัยการศึก สำหรับสถาบันสูงสุดและศาลจะได้รับความกระทบกระเทือน ส่วนการที่รัฐบาลจะเดินหน้าเลือกตั้งก็เป็นสิทธิ หากไม่เห็นแก่ประเทศชาติก็แล้วแต่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พูดคุยกัน แต่มีเงื่อนไขคือ การเลือกตั้งต้องเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง และต้องมีหลักประกันสำหรับประชาชนว่าประเทศจะได้รับการปฏิรูป ถ้า 2 เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทบทวนท่าที

กระตุก ปชป.บอยคอตรอบสอง

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่หากไม่ลงเลือกตั้ง 2 ครั้งอาจถูกยุบพรรคนั้น ประชาชนต้องชั่งน้ำหนักเรื่องนี้ จะยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่มากว่า 60 ปีต้องสูญไปจากการเมืองไทยหรือ หากประชาชนยอมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะแข็งแรงมากถึง 20 ปี และไม่มีพรรคการเมืองต่อกรได้เลย หากเป็นเช่นนี้พรรคเพื่อไทยจะยืนยิ้มอยู่ในมุมมืด เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์เองต้องชั่งน้ำหนักก่อนว่าจะยอมหายไปจากประเทศ หรือจะลงเลือกตั้ง โดยสมาชิกพรรคต้องช่วยกันทบทวนว่าเราจะเดินไปในทิศทางใด

“จ้อน” ติง “มาร์ค” ใจเร็วด่วนได้

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางออกสำคัญจะต้องเป็นทางออกของประเทศ ไม่ใช่ทางออกของพรรคประชาธิปัตย์ ของนายอภิสิทธิ์ หรือของใคร แต่ประเทศบอบช้ำมาก เพราะเหมือนอยู่ในหลุมของความขัดแย้ง หรือรถไฟตกราง เศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ การว่างงานทวีความรุนแรงมากขึ้น ต้องรีบหาทางออกทางการเมือง ตนเห็นด้วยกับแนวทางที่นายอภิสิทธิ์เคลื่อนไหว แต่ควรรับฟังความเห็นและหารือจากทุกฝ่ายให้ครบก่อน ทั้ง กปปส. และรัฐบาล แล้วจึงมาสรุปเป็นทางเลือก ไม่เช่นนั้นจะดูว่าขาดสารัตถะที่สำคัญ

ยันปฏิรูปเดินพร้อมเลือกตั้งได้

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนการประกาศเว้นวรรคทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์นั้น คงเป็นความตั้งใจแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ประสงค์ในเรื่องตำแหน่งหน้าที่ หรือประโยชน์อื่น เป็นสปิริตที่ดี แต่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ขาดผู้สมัคร ส.ส.ลำดับที่ 1 อาจมีผลต่อขวัญกำลังใจสมาชิก ซึ่งอาจจะมีบุคคลที่เป็นทางเลือกใหม่ๆมาเป็นแทน รวมถึงความเป็นห่วงว่าหากไม่รีบสรุปเพื่อหาทางออกประเทศบนความต้องการของทุกฝ่าย อาจนำไปสู่ความรุนแรงหรือการเผชิญหน้า การนองเลือดและการรัฐประหาร การปฏิรูปควรต้องทำไปพร้อมกัน วาระเร่งด่วนของการปฏิรูป คือเรื่องการปฏิรูประบบและวิธีการเลือกตั้ง ตนเคยเสนอแนวทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ว่า พรรคจะต้องกลับสู่การเลือกตั้งเพื่อเป็นหลักของประชาธิปไตย โดยต้องนำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปไปพร้อมกับการเลือกตั้ง ทั้งก่อนและหลังต้องมีการปฏิรูป เพราะบางเรื่องคงไม่สามารถแก้ไขให้จบลงโดยเร็วได้

“ชัยเกษม” จวกข้อเสนอขัด รธน.

ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เท่าที่ดูข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้แตกต่างจากข้อเรียกร้องของกลุ่ม กปปส. โดยเฉพาะการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม.ลาออก ตนยืนยันว่าลาออกไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีคนย้อนว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ รวมถึงการให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการสรรหานายกฯ ตามรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้ ต้องมีสภาผู้แทนราษฎร มีรัฐสภาเป็นผู้เลือก ถึงจะมีการโปรดเกล้าฯได้ ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ก็คือข้อเสนอของ กปปส. ที่ต้องการให้เกิดสุญญากาศ อยู่มาตั้งนานทำไมเพิ่งมาเสนอ นายอภิสิทธิ์จะตกลงกับใคร แล้วประชาชนเขาว่าอย่างไร ทั้ง 10 ข้อมีคำถามทุกข้อ ไม่ต้องมาประกาศเว้นวรรคทางการเมือง เพราะได้เว้นวรรคการเมืองมารอบหนึ่งแล้ว ไม่เห็นต้องมามีเงื่อนไขอะไรเลย จะเว้นวรรคกี่รอบก็เรื่องของนายอภิสิทธิ์ ตนไม่สนใจ จะไปตามใจคนที่ทำอะไรผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายเป็นวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายกฯในวันที่ 6 พ.ค. ก็ต้องแก้ปัญหากันไป เวลานี้ปัญหาที่ยุ่งยากคือคนไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย หาเหตุหาเรื่องกัน

“อ๋อย” ซัดหวังให้เกิดสุญญากาศ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอเดิมของกลุ่ม กกปส. เพื่อให้เกิดสุญญากาศ เกิดนายกฯคนนอก รัฐบาลคนนอก โดยใช้วิธีการใหม่เปลี่ยนบทมาเป็นคนกลาง ทั้งที่นายอภิสิทธิ์เป็นคู่กรณีโดยตรงกับรัฐบาล ตนรับข้อเสนอไม่ได้แน่ๆ เพราะข้อเสนอนายอภิสิทธิ์เป็นการปูทางให้กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น แล้วใช้วุฒิสภาหานายกฯคนใหม่ ถ้าจะให้เกิดสภาพอย่างนั้นก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างที่ตัดสินมาผิดๆแล้วหลายครั้งจึงจะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นระบบเผด็จการ เชื่อว่านายกฯจะไม่ทำตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์แน่นอน และแม้จะมีนายกฯคนนอกเกิดขึ้นจริง จะมีการคัดค้านจากฝ่ายประชาธิปไตยทั่วประเทศอย่างหนักหน่วง มากยิ่งกว่าที่ กปปส.เคยชุมนุมคัดค้านรัฐบาล

เย้ยฟอกตัวหนีร่างทรง กปปส.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ตระเวนพบคนโน้นคนนี้มาเล็กน้อย แล้วมาเสนอราวกับว่าเป็นคนกลาง เท่ากับเป็นการฟอกตัว เพราะเป็นตัวการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเป็นฝ่ายเดียวกับนายสุเทพ องค์กรอิสระ การประกาศเว้นวรรคไม่ลงสมัครคือวิธีการหนึ่งของการบอยคอต ขัดขวางการเลือกตั้งนั่นเอง สำหรับตนทางออกประเทศเมื่อเลือกตั้งแล้ว ทำอย่างไรให้ได้รัฐบาลเป็นที่ยอมรับ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งก็คงไม่ใช่เอาคนของตัวเองมาเป็นรัฐบาลทั้งหมด เอาคนนอกคนที่มีความรู้มาช่วยกันคิดเรื่องการปฏิรูป ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นอย่างกว้างขวางเป็นรัฐบาลสักระยะหนึ่ง แล้วก็ออกไปให้มีการเลือกตั้งใหม่

ท้าบริสุทธิ์ใจจริงอย่าตั้งเงื่อนไข

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ปฏิบัติการหักมุม 180 องศา ทำตัวเป็นฮีโร่ซุปเปอร์แมน สังคมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ขัดขวางแบบหัวชนฝา อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่า ใครร่างแผน ใครกำกับให้ คิดเองหรือเปล่า ข้อเสนอแกมข่มขู่จากพรรคประชาธิปัตย์ว่าถ้าไม่รับอาจจะบอยคอตอีกครั้งนั้น ถูกต้องแล้วหรือ ถ้าบริสุทธิ์ใจไม่ควรมีเงื่อนไข จะวางมือก็วางไป อย่าเอาคนอื่นมาผูกโยงด้วย คนสงสัยว่าหนทางของนายสุเทพถึงทางตันใช่หรือไม่ จึงออกมาแตะมือเปลี่ยนบทเล่น แต่ก่อนจะเสนอโมเดลอะไร นายอภิสิทธิ์ควรไปเจรจากับนายสุเทพให้เลิกม็อบ เลิกใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายก่อน พร้อมทั้งประกาศด้วยว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่ทำย่อยยับอัปรีย์มา 6 เดือนแล้ว มีทั้งคนเสียชีวิต เสียทรัพย์ ประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ เดือดร้อนไปทั่ว จะเยียวยาอย่างไร ในโมเดลของนายอภิสิทธิ์มีเรื่องเหล่านี้หรือไม่

พท.เปิดช่องยังไม่ปิดประตูตาย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ปฏิเสธโรดแม็ปของนายอภิสิทธิ์ แต่ขอนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วนก่อน และจะมีแถลงการณ์ที่เป็นท่าทีชัดเจนของพรรคออกมา หลักเกณฑ์ที่กรรมการยุทธศาสตร์ฯจะพิจารณาคือ ทางออกของประเทศต้องเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร ไม่ใช่แก้แล้วไปเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก ต้องไม่เป็นแนวทางเว้นวรรค ขัดหลักรัฐธรรมนูญ หลักประชาธิปไตย หลักกฎหมายอื่น พรรคเพื่อไทยยังยืนยันในหลักการว่า การเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาประเทศเหมือนเดิม ทุกคนเห็นตรงกันว่า ต้องปฏิรูปประเทศ แต่ต้องปฏิรูปในกรอบรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอให้นายกฯลาออกและให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการตั้งนายกฯคนกลางนั้น ไม่มีกฎหมายรองรับ และทำลายหลักการประชาธิปไตย ส่วนข้อเสนออื่นก็คล้ายของ กปปส. ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เชื่อว่าข้อเสนอใดๆที่ให้เว้นวรรคการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและขัดหลักการประชาธิปไตยจะไม่สามารถหาทางออกให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงได้

โยนทีมยุทธศาสตร์ถกให้ถึงกึ๋น

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกต 3 ประการ คือ 1.พรรคเพื่อไทยยินดีรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ที่เสนอทางออกประเทศ 2.จึงมีมติมอบหมายให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคฯไปศึกษาอย่างละเอียด ก่อนจะประกาศท่าทีต่อไป 3.พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่ยึดมั่นในกติกาประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่สนับสนุนแนวทางการระงับ ยกเว้น หรือยุติการใช้รัฐธรรมนูญ แม้จะยุติโดยชั่วคราวก็ตาม ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคทุกคนล้วนมีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว ทุกคนเห็นตรงกันว่า ควรให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯศึกษาให้ละเอียดก่อน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจะประกาศจุดยืนต่อสังคม เพื่อความเป็นเอกภาพของพรรค

“ปู” ข้องใจใช้ศาล รธน.ฟันซ้ำ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวพักผ่อนกับครอบครัว ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 โดยไม่มีภารกิจใดๆ โดยมีรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์เฝ้าติดตามการแถลงข่าวของนายอภิสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทีมงาน ถึงเนื้อหาข้อเสนอว่าไม่ได้ต่างอะไรกับข้อเรียกร้องของ กปปส. พร้อมกับกล่าวด้วยว่า “ถ้าไม่ทำตามที่นายอภิสิทธิ์ร้องขอ ในวันที่ 6 พ.ค. จะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือพิพากษาใช่ไหม”

ฟันธงนายกฯไม่รับข้อเสนอแน่

ขณะที่นายวิม รุ่งวัฒนจินดา เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่านายกฯคงไม่รับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เพราะไม่ได้ทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันมาตลอดว่า ถ้าทำตามกรอบรัฐธรรมนูญก็ยินดีเจรจาหาทางออกร่วมกัน นายกฯต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยมาถึงขณะนี้แล้ว คงยอมอะไรไม่ได้ง่ายๆ นายอภิสิทธิ์ควรแสดงความจริงใจมากกว่านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นคงมองได้ว่า นายอภิสิทธิ์กำลังใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือทางการเมือง

“โอ๊ค” เหน็บแค่เล่นลิ้นหาเสียง

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า นายอภิสิทธิ์ต้องตอบคำถามง่ายๆ ถึงปัจจัยที่นำประเทศเข้าสู่วิกฤติ 3 ข้อก่อนดังนี้ 1.ถ้า ส.ส.ปชป.ไม่ลาออกหมดทั้งพรรค จนกระทั่งรัฐบาลประกาศยุบสภา บ้านเมืองจะไม่วุ่นวายขนาดนี้หรือไม่ 2. ถ้า ส.ส.ปชป.ส่วนหนึ่งไม่มาเป็นแกนนำปลุกม็อบป่วนเมือง ขัดขวางการเลือกตั้ง บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวายขนาดนี้หรือไม่ 3. ถ้า ส.ส.ปชป.ไม่บอยคอต และลงเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตย บ้านเมืองจะไม่วุ่นวายขนาดนี้หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ และมีความจริงใจแก้ปัญหา ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์สามารถทำสำเร็จได้ 100% แต่ถ้าตอบว่า ไม่ใช่ หรือตอบแบบเล่นลิ้นในสไตล์กระแนะกระแหน โยนความผิดให้คนอื่น ข้อเสนอนี้ล้มเหลวแน่นอน การเสนอทางออกครั้งนี้น่าจะเป็นเพียงการหาเสียงล่วงหน้า ซื้อเวลารอให้องค์กรอิสระชี้ประเด็น หรือรอเวลาให้สถานการณ์สุกงอม จนมีการปฏิบัติการบางอย่างหรือไม่

“สนธยา” วอนทุกฝ่ายอย่ามีอคติ

ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรมและหัวหน้าพรรคพลังชล กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อเสนอหาทางออกประเทศจากหลายฝ่าย ทั้งในส่วนรัฐบาล กปปส. รวมถึงของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี หากทุกฝ่ายจะนำแนวทางต่างๆ มาหารือ วิเคราะห์ สังเคราะห์ร่วมกัน เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปสู่การปฏิรูปได้ แต่ต้องปราศจากอคติ ไม่ใช่คิดถึงผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรคำนึงถึงทางออกของประเทศที่แท้จริง หากแต่ละฝ่ายยังนึกถึงตัวเอง จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปัญหาจะไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับการเสนอให้มีการเลือกตั้ง ควรต้องพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้ายังมีปัญหากันอยู่ก็ต้องกลับไปสู่ปัญหาจุดเดิม อย่างไรก็ตามวันที่ 4 พ.ค.เป็นวันครบรอบ 3 ปี ของการก่อตั้งพรรคพลังชล ตนจะนำข้อเสนอของทุกฝ่ายไปหารือกับสมาชิกพรรค รวมถึงนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลภายในสัปดาห์หน้า

กปปส.เดินหน้าต่อไม่สนเจรจา

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า หลักการที่นายอภิสิทธิ์เสนอมา มีที่ตรงกับจุดยืนของ กปปส.คือ เห็นว่ารัฐบาลเป็นต้นเหตุเป็นตัวก่อปัญหา หากเจรจากับรัฐบาลไม่รู้เรื่องทุกอย่างก็จบ ยืนยันว่าไม่ว่าจะคุยกันอย่างไรทาง กปปส.จะยังเคลื่อนไหวต่อไป เพราะประเด็นของนายอภิสิทธิ์ไม่มีอะไรมากระทบกับสิ่งที่ กปปส.กำลังเดินหน้าเคลื่อนไหว เมื่อถามว่า ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ระบุว่า จะนำแผนปฏิรูปทำประชามติและสรรหารัฐบาลคนกลาง โดยมีประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการ นายเอกนัฏตอบว่า ถือว่าเป็นเรื่องของรายละเอียดและเป็นวิธีการหนึ่งแต่ไม่ใช่มีวิธีเดียว

“สมชัย” ยันส่ง พ.ร.ฎ.ตามโปรแกรม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ต้องการให้ชะลอการตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกไปว่า กกต.ยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ จุดยืนที่เราเคยปรึกษาหารือกันคือ จะเดินหน้าส่งร่าง พ.ร.ฎ.ให้รัฐบาลภายในวันที่ 6 พ.ค.ตามกำหนด ตนจะนำร่าง พ.ร.ฎ.ที่ปรับแก้แล้วเข้าที่ประชุม กกต. วันที่ 6 พ.ค. เวลา 10.00 น. ถ้าไม่มีอะไรต้องปรับแก้ก็สามารถส่งให้รัฐบาลได้ช่วงเที่ยงของวันดังกล่าว ส่วนข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ กกต.ไม่น่าจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นแสดงความคิดเห็น แต่เป็นฝ่ายรัฐบาล หากรัฐบาลเห็นด้วยก็ประสานมายัง กกต. เพื่อพูดคุยได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย กกต.ก็ต้องเดินหน้าจัดเลือกตั้งตามกรอบเวลาวันที่ 20 ก.ค. ดังนั้นอยู่ที่รัฐบาล หากเลือกแนวทางใด แล้วเกิดความเสียหายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลไม่รับข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ การจัดการเลือกตั้งอาจจะมีปัญหาอีกหรือไม่ นายสมชัยตอบว่า “ผมไม่รู้” และไม่ขอตอบว่าข้อเสนอนายอภิสิทธิ์จะเป็นทางออกหรือไม่ เพราะทำหน้าที่เป็น กกต.

นปช.ไม่เอาโมเดลปฏิรูป “มาร์ค”

เวลา 18.00 น. ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามศาลจังหวัดมีนบุรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงว่าข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ไม่เป็นประชาธิปไตย และ นปช.จะประกาศไม่ยอมรับ ถามว่ากติกาการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ทั้ง 3 ครั้ง ประชาธิปัตย์มีส่วนร่วมในการกำหนดทั้งสิ้นใช่หรือไม่ และทำไมสุดท้ายก็แพ้การเลือกตั้งทุกครั้ง ข้อเสนอทั้งหมดมีเพื่อให้ กปปส.มีอำนาจเต็มในการเสนอปฏิรูปประเทศไทย แล้วทำไมคนไทย 65 ล้านคนต้องยอมมอบอำนาจนี้ให้ การปฏิรูปจำเป็นด้วยหรือที่จะนำโดย กปปส. สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ตั้งกรรมการมากี่คณะใช้เงินมาแล้วกี่พันล้าน แล้วปฏิรูปได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการทำประชามติเป็นข้อเสนอที่เอาเปรียบมากที่สุด ดังนั้น อย่าว่าแต่ชาตินี้ชาติหน้าก็ไม่เห็นด้วย การล้มการเลือกตั้งมีอยู่พวกเดียวที่แบ่งหน้ากันเล่น ทั้งประชาธิปัตย์ กปปส. และ กกต. แค่นายอภิสิทธิ์บอกลูกพรรคและ กปปส.อย่าขวางการเลือกตั้ง ประเทศไทยก็เดินหน้าต่อไปได้

เชื่อเป็นรัฐประหารซ่อนรูป

นายจตุพรกล่าวว่า โดยเฉพาะข้อเสนอเปิดทางให้มีรัฐบาลเฉพาะกาล โดยไม่มีนักการเมืองร่วมนั้น ฟังแล้วเป็นการข่มขู่นายกฯ แปลเป็นไทยว่าจะออกดีๆ หรือให้ศาลรัฐธรรมนูญเอาออก เหมือนโจรที่ดักปล้นอยู่มุมตึก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้อำนาจมาจากประชาชน วันนี้ถ้าลาออกตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอ จะไม่เหลือประชาชนแม้แต่คนเดียว แต่ถ้าถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออก ประชาชนจะอยู่ครบและจะมากกว่าเดิม วุฒิสภาไม่มีสิทธิเสนอรัฐบาลเฉพาะกาลโดยที่ยังไม่มี ส.ส. ทำได้กรณีเดียวคือทหารปฏิวัติหรือฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้น ข้อเสนอนี้ทำให้ประเทศไทยต้องเว้นวรรคประชาธิปไตย ไม่ต่างกับข้อเสนอของ กปปส. ทุกอย่างผิดตั้งแต่ต้นเพราะไม่ฟังประชาชน การเอาคนนอกแล้วบีบบังคับให้ทำตามข้อเสนอนายสุเทพ ยิ่งจะสร้างความยุ่งยากไม่รู้จักจบสิ้น ถือเป็นการรัฐประหารอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่ไม่ให้ทหารอยู่ข้างหน้าเท่านั้น

สั่งระดมขนมวลชนวัดใจ กปปส.

ประธาน นปช.กล่าวว่า ตราบใดมีคนเสื้อแดงอยู่ ประเทศนี้ต้องไม่มีสุญญากาศ การนัดหมายของนปช.ในวันที่ 10 พ.ค. อาจเป็นวันนัดหมายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนายกฯไปแล้ว แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะทฤษฎีมะม่วงหล่นที่เขาคิดกัน แต่ที่กำลังหล่นคือทุเรียน ระวังหัวจะแบะ การชุมนุมวันที่ 10 พ.ค.จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะวันที่ 14 พ.ค.ไปให้มากกว่าทุกวัน เพราะ กปปส.ประกาศเป็นวันจบของรัฐบาล ไม่มันก็เราจบ เราต้องทำให้นายสุเทพจบในวันนั้น ถามว่าจบอย่างไรเราต้องเอาประชาชนมามากกว่าหลายเท่า แล้วบอกอำมาตย์ที่อยู่เบื้องหลังว่า นี่คือคนที่ไม่ยอมให้ปล้นอธิปไตยไปอีก

สวนดุสิตโพลขอ “มาร์ค” จริงใจ

ขณะที่สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,147 คน ต่อกรณีการเดินสายของนายอภิสิทธิ์ พูดคุยกับฝ่ายต่างๆ เพื่อหาทางออกประเทศ ส่วนใหญ่ร้อยละ 42.98 เห็นว่า ขอให้ทำเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง มาจากความตั้งใจ จริงใจ บริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง รองลงมาร้อยละ 32.77 เห็นว่า เป็นเรื่องดีที่ช่วยหาทางออกให้บ้านเมือง และร้อยละ 10.64 เห็นว่าเป็นการทำเพื่อดูกระแสสังคม เป็นเกมการเมือง ส่วนกรณีที่ กกต.กับนายกฯ กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. ร้อยละ 52.29 กลัวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีปัญหาอีก ทำให้สูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนร้อยละ 15.60 ขอให้จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม และร้อยละ 14.68 เป็นห่วงว่าจะมีบางพรรคการเมืองไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก

นิด้าโพลย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ด้านนิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยกับข้อเสนอการเลือกตั้งใหญ่ 20 ก.ค. 57” จากประชาชนทุกภูมิภาคที่มีสิทธิเลือกตั้ง 1,252 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 62.94 มองว่าการเลือกตั้งจะไม่ราบรื่น ส่วนร้อยละ 24.76 เชื่อว่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อถามความเห็นว่า ระหว่าง “การเลือกตั้ง” กับ “การปฏิรูปประเทศไทย” ควรทำสิ่งใดก่อน ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.68 ระบุว่า ควรปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง แต่ร้อยละ 38.02 บอกควรเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปประเทศ

40 ส.ว.คุยฟุ้ง “สุรชัย” เข้าวินแน่

อีกเรื่อง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ญัตติเสนอให้เลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา ในสมัยประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ถือว่าสมบูรณ์แล้วเพราะที่ประชุมอนุมัติแล้ว และญัตติได้ถูกบรรจุไว้ในระเบียบวาระเรียบร้อย ส่วนที่มีผู้คัดค้านและหากมีผู้นำความไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นสิทธิ แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 130 อยู่ อย่างไรก็ตามกลุ่ม 40 ส.ว.ยังยืนยันจะเสนอชื่อนายสุรชัย เลี้ยง-บุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เข้าชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา และมั่นใจว่าเสียงจะชนะคู่แข่งได้ เพราะมีเสียงจาก ส.ว.เลือกตั้งบางส่วนที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่ม 40 ส.ว.พร้อมสนับสนุน ส่วนนายสุรชัยจะต้องลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาก่อนหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาก็ไม่ต้องลาออก ประกอบกับสถานการณ์ขณะนี้ หากนายสุรชัยลาออกอาจเป็นปัญหาไม่มีผู้ทำหน้าที่ควบคุมการประชุม

มะเร็งลำไส้คร่าอดีต ส.ส.กาญจน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 พ.ค. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย อายุ 59 ปี ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ที่โรงพยาบาลพหล-พลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี หลังจากเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. โดยจะมีการบำเพ็ญกุศลที่วัดเทวสังฆาราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยนายพินิจเป็นอดีต ส.ส.กาญจนบุรี 4 สมัย ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรกเมื่อปี 2531 เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.คมนาคม เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย เริ่มลงสนามการเมืองในนามพรรคพลังธรรม จากนั้นเข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทย จนมาถึงยุคพรรคเพื่อไทย ล่าสุดเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ในลำดับที่ 107 เป็น ส.ส.ใช้ชีวิตสมถะ เวลาเดินทางมาประชุมสภาจะนั่งรถประจำทางสายกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ แล้วมาต่อรถเมล์หรือแท็กซี่เข้าสภาเป็นประจำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปฎิรูปประเทศอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะข้อเสนอยิ่งลักษณ์ ชินวัตรประธานวุฒิสภานิพิฏฐ์ อินทรสมบัติบอยคอตเลือกตั้งชัยเกษม นิติสิริจาตุรนต์ ฉายแสงประชา ประสพดีอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาดสมชัย ศรีสุทธิยากรนปช.

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้