ข่าว
100 year

เลขาฯปปท.ลงพื้นที่ภูเก็ตบี้คดีส่วยดำน้ำ

ทีมข่าวภูมิภาค4 พ.ค. 2557 01:30 น.
SHARE

เลขาธิการ ป.ป.ท.หารือกงสุลฝรั่งเศสภูเก็ตเร่งสอบคดีส่วยดำน้ำ เบื้องต้นพบตำรวจชั้นประทวนเอี่ยว 2 นาย จ่อเสนอฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ขณะที่ปัดฝุ่นคดีมาเฟียฝรั่งยิงกันเองในหาดป่าตอง หลังพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องพยายามฆ่า...

เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 3 พ.ค. ที่สถานกงสุลฝรั่งเศสประจำ จ.ภูเก็ต โครงการรอยัลเพลส ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เข้าพบนายโคลด เลอ คริสเซย์ กงสุลฝรั่งเศสประจำ จ.ภูเก็ตเพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีสมาคมดำน้ำทีดีเอประเทศไทยยื่นหนังสือร้องเรียน หลังผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำและครูสอนดำน้ำชาวต่างชาติใน จ.ภูเก็ต เข้าร้องเรียนผ่านสมาคมฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาทำงานผิดประเภทและเสนอให้จ่ายเงินรายเดือนรายละ 3,000-20,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี จากนั้น ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต มีคำสั่งย้ายนายตำรวจที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่าได้เข้าพบกับกงสุลฝรั่งเศสประจำ จ.ภูเก็ต เนื่องจากชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นครูดำน้ำถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและมีการเรียกเงิน รวมทั้ง ป.ป.ท.ยังได้รับการร้องเรียนจากสมาคมดำน้ำทีดีเอประเทศไทยในกรณีดังกล่าว จึงได้มีการส่งชุดปฏิบัติพิเศษของ ป.ป.ท.โดยผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 4 ลงหาข่าวในพื้นที่ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้มีการสอบปากคำผู้เสียหาย และประสานกับทางกงสุลฝรั่งเศส เนื่องจากมีครูสอนดำน้ำชาวฝรั่งเศสร่วมอยู่ด้วย จึงได้มาขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว รวมทั้งเพื่อเป็นการประสานงานกันในการดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติผู้ที่เดินทางมาประกอบอาชีพใน จ.ภูเก็ต กรณีได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด

“เจตนาไม่ได้ต้องการมาเพื่อลงโทษหรือจับผิด เพียงแต่ต้องการมาปรามหรือกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงานนั้นรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและดูแลงานด้านต่างๆ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวและเป็นนักธุรกิจ เพราะหากมีเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ออกไปจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกงสุลฝรั่งเศสเป็นอย่างดี รวมทั้งจะได้ร่วมมือกันต่อไปในอนาคตด้วย”

พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผลสรุปของ ป.ป.ท.เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากครูสอนดำน้ำชาวต่างชาตินั้น ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วประมาณ 10 ปาก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบางส่วน ซึ่งขณะนี้ใกล้จะสรุป อยู่ระหว่างการเสนอตั้งคณะกรรมการไต่สวนเบื้องต้น โดยผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ระดับชั้นประทวนจำนวน 2 นาย ส่วนชั้นสัญญาบัตรยังไม่ปรากฏพยานหลักฐาน แต่หากมีพยานหลักฐานไปถึงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน

ขณะที่ในส่วนของครูสอนดำน้ำชาวต่างชาตินั้น จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบเป็นครูสอนดำเนินที่ได้รับอนุญาตถูกต้องและได้ยื่นในอนุญาตในการประกอบอาชีพใน จ.ภูเก็ต ถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพทำงานของคนต่างด้าว โดยชาวต่างชาติที่ถูกเรียกไปนั้นประมาณ 17 คน แต่มีการเรียกสอบทีละคน หากพบว่าหลักฐานในขณะนั้นไม่ครบจะมีการเรียกเก็บเงิน กรณีที่มีเอกสารครบไม่สามารถเรียกเงินได้ แต่แจ้งว่าหากไม่ต้องการให้เรียกมาสอบบ่อยๆ ให้จ่ายเป็นรายเดือน เดือนละไม่กี่พันบาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในการสอบสวน โดยพยานที่มีนั้น นอกจากพยานบุคคลแล้วยังมีพยานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย มีการเรียกรับเงินจากผู้กล่าวหา

“ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำ ทั้งนี้ต้องรอพยานหลักฐานในส่วนของผู้กล่าวหาและพยานแวดล้อมให้ครบถ้วน จนชัดเจนแล้วว่ากระทำผิดและใครกระทำผิด จึงจะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถต่อสู้คดีได้เหมือนกับการกล่าวหาของพนักงานสอบสวน เมื่อเสร็จแล้วจะต้องส่งให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ท.เป็นผู้พิจารณาชี้มูล หากมีการชี้มูลจะมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องทางวินัย โดยจะแจ้งให้ต้นสังกัดพักราชการหรือให้ออกไว้ก่อน กับส่วนของคดีอาญาจะต้องส่งให้อัยการจังหวัดภูเก็ต เพื่อสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง โดยจะต้องไปสู้กันในชั้นศาลต่อไปในข้อหากรรโชกทรัพย์ และมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีโทษจำคุก 15 ปี”

เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า นอกจากคดีครูสอนดำน้ำแล้ว ป.ป.ท.ยังได้รับการร้องเรียนจากกงสุลออสเตรเลียให้ตรวจสอบกรณีเหตุชาวต่างชาติใช้อาวุธปืนยิงกันเอง โดยนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันใช้อาวุธปืนไปยิงคู่อริ ซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก แต่พลาดไปโดนนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียและถูกจับกุมในคดีเหตุพยายามฆ่า โดยเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.กะทู้ แต่เมื่อถึงเวลากลับได้รับการปลดปล่อย โดยลงโทษแค่ปรับในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง เนื่องจากมีการสั่งไม่ฟ้องในข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่ามีปัญหาในการทำสำนวนสอบสวน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีการสอบปากคำและการตรวจสอบคลิปวิดีโอ รวมถึงข่าวต่างๆ ในวันเกิดเหตุเทียบกับเนื้อหาในสำนวน ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าคดีจะจบไปแล้ว แต่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะต้องเข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นเป็นไปตามที่มีการร้องเรียน

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มี 2 กรณีดังกล่าวที่ ป.ป.ท.ได้รับการร้องเรียนจากชาวต่างชาติ และเราพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าราชการหรือรัฐบาลไทยไม่ได้ปกป้องหรือรู้เห็นเป็นใจกับการนอกลู่นอกทางของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีหน่วยงานที่พร้อมจะตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องรีบดำเนินการอย่างจริงจังและรวดเร็วด้วย เพื่อเป็นตัวอย่าง ไม่ให้การกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล เพราะเรามุ่งหวังที่จะให้มีการปรับปรุง พัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของราชการให้เป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้ คาดว่าจะสามารถสรุปและส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพราะขณะนี้มีชาวต่างชาติที่มาร้องเรียนเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่วยดำน้ำกงสุลฝรั่งเศสเลขาธิการ ปปท.

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้