ข่าว
100 year

'ชัชชาติ' โอดไร้รบ.ใหม่ ทำลงทุน 2ล้านล้านอืดไม่ต่ำกว่า 10ด.

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์3 พ.ค. 2557 18:05 น.
SHARE

"ชัชชาติ" โอดเลือกตั้งไม่คืบ ไร้รัฐบาลใหม่ มีผลเบิกจ่ายงบ ฉุดโครงการใหม่-เก่าล่าช้า กระทบลงทุน จ้างงาน และจีดีพี ชี้หาก 2 ก.พ.ผ่านไปด้วยดี ชาติคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้ วอนเดินหน้าตามกรอบกติกา อย่าทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน...

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 การเป็นรัฐบาลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วงหลังการยุบสภาจนกระทั่งมีรัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้ง มีข้อจำกัดในหลายด้าน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้กำหนดไว้ เผื่อกรณีที่การเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ และรัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาการมานานขนาดนี้

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม การไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีรัฐบาลใหม่ ส่งผลกระทบสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.งบประมาณปี 2557 มีโครงการที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท และโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และต้องให้ ครม.ใหม่อนุมัติ จำนวน 17 โครงการ มูลค่า 37,079 ล้านบาท เช่น โครงการถนนพังงา-กระบี่ ท่าเรือเชียงแสน ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ต้องชะลอการดำเนินการอย่างน้อย 8 เดือน

2.งบประมาณปี 2558 จะมีเรื่องงบประมาณผูกพันที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อนๆ จะเบิกจ่ายล่าช้าออกไป 37,603 ล้านบาท และในส่วนของงบลงทุนปกติอีกเกือบแสนล้านบาทที่ต้องรอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก่อน ในส่วนนี้ ถ้าเลือกตั้ง ก.ค. ล่าช้าออกไปอย่างน้อย 6 เดือน และ 3. โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เคยอยู่ใน พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน (สร้างอนาคตไทย) และพร้อมดำเนินโครงการ ต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ และหาแหล่งเงิน จำนวน 14 โครงการ มูลค่า 464,263 ล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รถไฟทางคู่ 5 โครงการ มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช คาดว่าต้องล่าช้าออกไปไม่ต่ำกว่า 10 เดือน

 

 

นอกจากโอกาสที่เสียไปจากโครงการที่ช้าออกไป ยังมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลงทุน การจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ การเป็นศูนย์กลางของประชาชาคมอาเซียน (AEC) รวมถึงความมั่นใจของนักลงทุน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ต่อทิศทางของโครงการต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งถ้าการเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเรียบร้อย ไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครมาเป็นรัฐบาล ซึ่งอาจจะไม่ใช่พรรครัฐบาลเดิมก็ได้ ประเทศคงเดินหน้าไปต่อได้แล้ว

"การปฏิรูปต่างๆ คงเริ่มอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกของรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน และประเทศไทย คงไม่อยู่ในสภาพยักแย่ยักยันอย่างนี้ พวกเราก็คงต้องมาร่วมกันเดินหน้าต่อภายใต้กรอบกติกาที่มี โดยทุกคนทำหน้าที่ส่วนที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุดครับ และต้องอย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนครับ"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์เลือกตั้งลงทุนงบประมาณ2ล้านล้านคมนาคมรัฐบาลใหม่รถไฟฟ้าท่าเรือเชียงแสน

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้