ข่าว
100 year

'ธีระชัย' แนะอุดรูรั่ว 'รสก.' ดักทางตั้ง บ.ลูกเอื้อเอกชน

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์3 พ.ค. 2557 15:20 น.
SHARE

"ธีระชัย" แนะวิธีป้องกันรั่วไหลในรัฐวิสาหกิจ ชงตั้งคณะ กก.กำกับสังกัดคลัง ประเมินผลงานบอร์ดรายคน ต้องเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานตลท.แจงรายละเอียดจัดซื้อจัดจ้างทางเว็บไซต์ต่อสาธารณะ เสนอปรับเกณฑ์ตั้งบ.ลูก หวั่นแตกแถวเอื้อเอกชน...

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเสนอวิธีป้องปรามการรั่วไหลในรัฐวิสาหกิจ 2 วิธี 1.ต้องมีขบวนการติดตามการทำงานของรัฐวิสาหกิจอย่างไกล้ชิด และทำการประเมินกรรมการ รวมทั้งการเสนอเพื่อถอดถอนหรือคัดออกกรรมการ และ 2. ต้องมีข้อบังคับให้รัฐวิสาหกิจเปิดเผยข้อมูลให้เต็มที่

ทั้งนี้ มองว่าระบบการประเมินกรรมการ และประเมินรัฐวิสาหกิจขณะนี้ ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร เพราะขั้นตอนส่วนใหญ่มีแต่ให้กรรมการรัฐวิสาหกิจ ทำการกรอกแบบฟอร์มเพื่อประเมินตนเอง หรือประเมินกรรมการรายอื่น จึงควรปรับปรุงขบวนการถอดถอนหรือคัดออกกรรมการรัฐวิสาหกิจให้เข้มข้นมากขึ้น ส่วนการประเมินรัฐวิสาหกิจนั้น ที่ผ่านมา ทำในรูปคณะกรรมการที่มาจากหน่วยงานต่างๆ แต่เมื่อพิจารณาเห็นปัญหาแล้ว ก็ไม่สามารถเสนอแก้ไข หรือห้ามปรามการรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิผล

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ออกกฎหมาย เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกำกับรัฐวิสาหกิจขึ้นชุดหนึ่ง เป็นคณะกรรมการอย่างถาวรสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมีสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานของกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละคน ซึ่งถ้ากรรมการรายใดมีผลงานไม่เข้าขั้น ให้คณะกรรมการดังกล่าวเสนอ รมว.คลัง เพื่อใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น โหวตให้บุคคลนั้นออกจากกรรมการในปีต่อไป รวมถึงการติดตามการทำงานของรัฐวิสาหกิจ หากรัฐวิสาหกิจใดมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ หรือมีพิรุธในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือในการบริหารงานอื่นใด ให้คณะกรรมการนี้ มีอำนาจสั่งให้ผู้บริหารประจำระดับสูงสุดของรัฐวิสาหกิจให้มาชี้แจงหรือส่งข้อมูล และส่งเรื่องให้แก่องค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนการปรับปรุงระบบการเปิดเผยข้อมูลของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปตามหลักสากลที่ดี จึงเสนอให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง จะต้องเปิดเผยข้อมูล ตามมาตรฐานของตลาดหุ้น เสมือนหนึ่งรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ได้เข้าไปเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งข้อมูลที่ควรบังคับให้เปิดเผยต่อสาธารณะ ตามมาตรฐานของตลาดหุ้น คืองบการเงินรายไตรมาส และรายงานการดำเนินการต่างๆ และขอเสนอให้กำหนดให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ต้องจัดส่งรายงานการประชุมคณะกรรมการรายเดือนของรัฐวิสาหกิจนั้น ให้แก่คณะกรรมการกำกับรัฐวิสาหกิจด้วยทุกครั้ง เพื่อใช้ประกอบการประเมินและการติดตามที่กล่าวถึงข้างต้น

นายธีระชัย ยังระบุ ควรปรับปรุงกฎระเบียบในการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และควรบังคับสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีมูลค่าเกินกว่าระดับหนึ่งขึ้นไป เช่น 10 ล้านบาท เพื่อป้องกันการรั่วไหลในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ โดยให้มีการเปิดเผยข้อมูลในเว็บไซต์ของรัฐวิสาหกิจ และของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เช่นเดียวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ อาทิ 1. แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี โดยประกาศล่วงหน้าก่อนสิ้นปี 2.คำสั่งเสนอซื้อและเงื่อนไข คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นประมูล เงื่อนไขในการประมูล ร่างสัญญาที่จะใช้สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 3. รายชื่อผู้ที่มีสิทธิยื่นประมูล และ 4.รายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก และชนะการประมูล เป็นต้น

พร้อมยังเสนอว่า ควรปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้บริษัทลูก เพื่อป้องกันมิให้รัฐวิสาหกิจ ขยายขอบเขตธุรกิจออกไปอย่างกว้างขวางจนเกินไป เนื่องจากรัฐควรจะทำธุรกิจ เฉพาะเท่าที่จำเป็นจริงๆ จึงเสนอว่า สำหรับรัฐวิสาหกิจทุกแห่งที่ยังไม่แปรรูป ควรห้ามมิให้ตั้งบริษัทลูกเพื่อทำธุรกิจ เพื่อมิให้เป็นช่องทาง ที่รัฐวิสาหกิจจะขยายขอบเขตการทำงาน เข้าไปในเรื่อง ที่ควรจะปล่อยให้ภาคเอกชนดำเนินการ รวมทั้งมิให้เป็นช่องทาง ที่บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ จะเข้าไปร่วมทำธุรกิจกับกลุ่มเอกชนใดกลุ่มหนึ่ง ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนั้นเป็นพิเศษ

สำหรับรัฐวิสาหกิจใดที่ตั้งบริษัทลูกไปแล้วก่อนหน้า ควรกำหนดให้ยุบเลิกบริษัทลูก แล้วให้โอนทรัพย์สินหนี้สินรวมทั้งพนักงาน และกิจกรรมที่ประสงค์จะดำเนินการในบริษัทลูกดังกล่าว เข้ามาอยู่ภายในรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เว้นแต่หากกฎหมายไม่เปิดให้รัฐวิสาหกิจนั้นดำเนินการ ก็ควรยกเลิกกิจกรรมนั้นเสีย วิธีนี้จะทำให้ขอบเขตของธุรกิจของรัฐวิสาหกิจ ไม่แตกแถวออกไปแข่งขันกับภาคเอกชนจนมากเกินไป ส่วนรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปแล้ว หากจะตั้งบริษัทลูก ควรจะกำหนดให้ต้องแสดงข้อมูล และเหตุผลต่อคณะกรรมการกำกับรัฐวิสาหกิจเสียก่อน รวมทั้งแผนการที่จะแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นกรรมการในบริษัทลูกดังกล่าวด้วย รวมทั้งผลตอบแทนแก่บุคคลดังกล่าว

"กรณีรัฐวิสาหกิจมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งบริษัทลูกจริงๆ ผมก็เห็นว่าควรกำหนดเงื่อนไข ให้ใช้เฉพาะพนักงานในรัฐวิสาหกิจนั้น ไปทำหน้าที่กรรมการในบริษัทลูก โดยไม่ให้จ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม เพราะน่าจะถือว่าเป็นงานปกติส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ข้อเสนอเหล่านี้ คงจะมีผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ผมหวังว่าจะเป็นการเปิดประเด็นเพื่อให้มีการคิดพิจารณาข้อดีข้อเสียกันต่อไป"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐวิสาหกิจธีระชัย ภูวนาถนรานุบาลรั่วไหลจัดซื้อจัดจ้างบริษัทลูกกระทรวงการคลัง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้