ข่าว
100 year

นปช.เลื่อน ม็อบใหญ่10พ.ค.

ทีมข่าวหน้า 13 พ.ค. 2557 05:10 น.
SHARE

รับนัดวัดพลังกปปส. ศอ.รส.ห่วงเหตุปะทะ วอนแกนนำอย่ายั่วยุ

เสื้อแดงประกาศเลื่อนชุมนุมใหญ่จาก 5 พ.ค.เป็น 10 พ.ค. “จตุพร” กร้าววัดพลังกับ “สุเทพ” กปปส.เดินสามเสน กวักมือเรียกเข้าร่วมชุมนุมใหญ่นัดสุดท้าย 14 พ.ค. มท.ดีเดย์ 4 พ.ค. ทวงคืนกระทรวง ระดมข้าราชการพร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศโชว์พลัง “ปึ้ง” เล็งขอทหารช่างช่วยหากรัฐวิสาหกิจตัดน้ำไฟ ศอ.รส.ห่วงมวลชน 2 ฝ่ายเผชิญหน้า จี้แกนนำอย่ายั่วยุมวลชน ผบ.ทบ.สั่งการกองทัพเกาะติดสถานการณ์ กำชับเดินหน้าภารกิจช่วย ศอ.รส.ดูแลประชาชน บึมเอ็ม 79 ใส่ม็อบแจ้งวัฒนะ เจ็บสาหัส 1

จากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เชิญชวนชุมนุมในวันที่ 5 พ.ค.โดยให้สวมเสื้อเหลืองรวมตัวกันที่สนามหลวง และประกาศรวมพลชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 พ.ค.เผด็จศึกรัฐบาลเป็นนัดสุดท้าย ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงระดมมวลชน 1 ล้านคนชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะในวันที่ 5 พ.ค.โดยจะชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะมีการเลือกตั้งนั้น

บึมเอ็ม 79 ม็อบแจ้งวัฒนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.เฟซบุ๊กของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้มีการโพสต์ข้อความ และมีการแชร์กันต่อว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ ขอรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 22.00 น. มีการยิงเอ็ม 79 ที่ชุมนุมแจ้งวัฒนะ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอติเทพ อ่อนจันทร์ ผู้ชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ โดยถูกส่งตัวมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะ พบว่ามีบาดแผลที่หน้าอกด้านขวา มือซ้าย ต้นขาซ้าย ผู้ป่วยบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดเอ็ม 79 ที่หน้าอกด้านขวา ทำให้เกิดภาวะลมรั่วและคั่งในช่องปอด และเกิดภาวะหายใจล้มเหลว แพทย์ทำการใส่ท่อระบายลมออกจากช่องปอด และสามารถระบายลมรั่วและคั่งในช่องปอดออกได้ทัน จนพ้นอันตราย อย่างไรก็ตามนายอติเทพยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูต่อไป เพื่อเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน

“เทือก” นำมวลชนลุยสามเสน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พร้อมด้วยแกนนำ กปปส.อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และตัวแทนเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายแม่นมั่น กะการดี ตัวแทนกองทัพธรรม ได้ร่วมกันนำมวลชนเคลื่อนขบวนโดยรถยนต์จำนวนมากจากที่ชุมนุมสวนลุมพินี ใช้เส้นทางด่วนพระราม 4 มาลงด่านทางด่วนพระราม 6 ขนานคลองประปาตัดออกถนนทหารที่แยกเกียกกาย มารอตั้งขบวนที่ถนนสามเสนบริเวณหน้าบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ระหว่างสี่แยกเกียกกายกับแยกบางกระบือ

การ์ด รปภ.เข้มตลอดเส้นทาง

ต่อมาเวลา 10.45 น. เริ่มออกเดินโดยมีรถ 6 ล้อ นำขบวนติดเครื่องขยายเสียงเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกิจกรรมในวันที่ 5 พ.ค.และร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 และ 14 พ.ค.ท่ามกลางบรรดาการ์ดอาสาจำนวนมาก ทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วใช้รถจักรยานยนต์สำรวจเส้นทางที่จะผ่านพร้อมวางการ์ดตามแยกต่างๆ ตามด้วยการ์ดหลักอีกหลายร้อยคนที่เดินกระจายรักษาความปลอดภัยแกนนำ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมาดักรอสมทบขบวนที่จะผ่าน โดยส่วนใหญ่มารอให้เงินสนับสนุนการต่อสู้และขอถ่ายภาพกับบรรดาแกนนำ โดยเฉพาะที่ตลาดบางกระบือด้านหน้ากรมชลประทานที่สี่แยกศรีย่าน

จนท.แบงก์ชาติเป่านกหวีดเชียร์

จากนั้นในช่วงบ่าย นายสุเทพและแกนนำได้หยุดพักรับประทานอาหารบริเวณกลางถนนด้านหน้าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ถนนสามเสน แล้วจึงเคลื่อนขบวนต่อไปยังแยกบางขุนพรหม ใกล้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ ธปท.จำนวนมากออกมาร่วมเป่านกหวีดและรับปากว่าจะไปร่วมชุมนุม เช่นเดียวกับที่แยกบางลำพู ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมายืนรอเป่านกหวีดและมอบเงินสนับสนุนตาม ก่อนจะเดินผ่านแยกสิบสามห้างผ่านหน้าวัดบวรนิเวศวรวิหารเลี้ยวซ้ายที่สะพานวันชาติ ตัดออกถนนประชาธิปไตยตรงไปยังวัดตรีทศเทพ ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณประชาชนที่เดิน ร่วมขบวนและนำมวลชนขึ้นรถยนต์กลับสวนลุมพินี

3 พ.ค. เดินเชิญแขกย่านรามคำแหง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า สำหรับการเดินรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนเจ้าของประเทศให้ออกมาร่วมกิจกรรมในวันที่ 5 พ.ค. และ 13 พ.ค. เพื่อทำบุญประเทศพร้อมร่วมชุมนุมในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนั้น ในวันที่ 3 พ.ค. แกนนำ กปปส. จะนำมวลชนเคลื่อนที่เร็วเพื่อไปเดินในย่านรามคำแหงในเวลา 10.00 น. โดยเริ่มตั้งขบวนจากแยกรามคำแหงบริเวณถนนพระราม 9 ตัดถนนรามคำแหง บริเวณหน้าห้างฟู้ดแลนด์ ตรงไปตามถนนรามคำแหง ผ่านห้างเดอะมอลล์รามคำแหง มหาวิทยาลัยรามคำแหง แยกลำสาลี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว สิ้นสุดที่หน้าห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ

กวักมือเรียก กปน.ร่วมหนุน

เมื่อเวลา 09.45 น. พระพุทธอิสระนำมวลชนจากเวทีแจ้งวัฒนะ เคลื่อนขบวนโดยรถบัส รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์มาที่การประปานครหลวง (กปน.) สำนักงานใหญ่ ย่านประชาชื่น โดยมีนายสมชาย ศรีนิเวศน์ ประธานสหภาพแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ กปน. พร้อมด้วยผู้บริหารการประปานครหลวงให้ การต้อนรับ จากนั้นพระพุทธอิสระได้นำแบบฟอร์มรายชื่อผู้สนับสนุนให้มีสภาชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทย สภาศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ และสภาการจัดการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทย ออกแจกจ่ายให้กับพนักงาน กปน.ได้ลงชื่อสนับสนุน นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนชาว กปน.ออกเดินทางไปร่วมถวายกีฎาคืนอำนาจตามมาตรา 3 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่วังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 16 พ.ค.นี้อีกด้วย

เดินหน้าถวายคืนพระราชอำนาจ

จากนั้นพระพุทธอิสระนำเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงสาธารณสุข โดยได้กล่าวบรรยายกับข้าราชการว่า หลังจากนี้จะใช้แนวทางตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อร่างฎีกาถวายคืนพระราชอำนาจกลับไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะขอพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯใช้พระราชอำนาจเพื่อแก้วิกฤติของประเทศขณะนี้ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และถือเป็นการดำเนินการตามหลักราชประชาสมาสัย จากนั้นอาจมีการงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้เชื่อว่าแนวคิดนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะคนเสื้อแดง

นิด้าโพลชวนรณรงค์ปฏิรูปก่อน

ในการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) มีการเสวนาในหัวข้อ “ทำไม ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” โดยนายสุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.สำนักนิด้าโพล กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ จึงได้สำรวจพบว่าร้อยละ 52 ประชาชนให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นหากประชาชนร่วมกันรณรงค์ในเรื่องนี้เชื่อว่า 20 ก.ค.นี้ คนจะใช้สิทธิน้อยลง อย่างไรก็ตามหากปฏิรูปสำเร็จเชื่อว่าปัญหาการซื้อเสียงยังมี แต่จะทำได้ยากขึ้น

มท.สั่งทวงคืนกระทรวง 4 พ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายประชา ประสพดี นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย ประชุมและมอบนโยบายให้แก่นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ประมาณ 80 คน จากนั้นนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ให้ลุกขึ้นทวงศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย โดยจะต้องขอคืนพื้นที่ให้กับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และคัดค้าน กปปส. โดยมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวดังนี้ 1.ให้ขบวนกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละจังหวัดถึงจุดนัดพบ บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม สวนสราญรมย์ ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 07.00 น.

ระดมทุกหน่วยงานแสดงพลัง

2.จากนั้นเวลา 12.00 น. จะเดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อแสดงพลัง และขอคืนพื้นที่ โดยใช้กำลังของอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นกำลังหลัก โดยเดินทางมาจากทั่วประเทศ ให้ปลัดอำเภอเป็นผู้ควบคุมมา 3.ผู้ที่มาร่วมทวงคืนมหาดไทยจะต้องเคลื่อนไหวและแต่งเครื่องแบบตามสังกัดของตนเอง 4.ในเวลา 15.00 น.จะเดินทางไปที่หน้าพระบรมมหาราชวังเพื่อร่วมถวายพระพร เนื่องในวันฉัตรมงคล 5.เสร็จจากถวายพระพรกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านจะเดินทางกลับ และไม่เตรียมสัมภาระ ไม่พักค้างแรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านและ อส.แล้วยังมีการระดมข้าราชการปัจจุบันและข้าราชการที่เกษียณอายุราชการจากทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าวด้วย

กำนัน ผญบ.ชลบุรีขอร่วมลุย

ที่ห้องประชุมศาลาประชาคมข้างที่ว่าการอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม นายอำเภอบ้านบึง นายคมกริช สิงโตทอง นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายคมกริชกล่าวในที่ประชุมว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยถูกกลุ่ม กปปส.ยึดไปกว่า 6 เดือนแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้แก่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ดังนั้นเช้าวันที่ 4 พ.ค.จะรวมพลกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลทั่วจังหวัดชลบุรีไปร่วมกับนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยทวงคืนกระทรวงมหาดไทย

“เหลิม” ฉุน “เทือก” เตะปี๊บรูปนายกฯ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ กกปส.ได้นำรูปรัฐมนตรีหลายคนโดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ติดที่ปี๊บและเตะว่า ส่วนตัวตนไม่ถือสาเพราะนายสุเทพเป็นคนบ้า ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่มีความยั้งคิด แต่ที่รับไม่ได้คือการนำรูปของนายกฯไปติดปี๊บและเตะ นายสุเทพควรต้องรู้สุภาพสตรีเป็นเพศแม่ นายสุเทพเรียนหนังสือจบปริญญาตรี ปริญญาโท เคยเป็นรองนายกฯ ไม่มีความสำนึกไม่รู้สึก ทำให้เด็กรุ่นหลังที่ติดตามข่าวอาจจะคิดไปในทางที่ผิดเหมือนนายสุเทพ ตรงนี้เสียใจและไม่สบายใจกับอนาคตของชาติ ทำอะไรเอาแต่ใจชอบ ยืนยันนายสุเทพทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะแม้กระทั่งเพศแม่ยังไม่เคารพ สำหรับรูปตนเองไม่เป็นไรถือว่าหยอกเอิน

“ปึ้ง” จี้ม็อบอย่าป่วนเด็กเปิดเรียน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวถึงการติดตามการเคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่มกปปส.ในช่วงเดือน พ.ค.ว่า เชื่อว่าวันที่ 5 พ.ค.นั้นจะไม่มีปัญหา เพราะทั้ง กปปส.และ นปช.ประกาศว่าจะทำพิธีถวายความจงรักภักดี แต่สิ่งที่กังวลคือช่วงวันที่ 13-14 พ.ค.ซึ่งใกล้กับช่วงเปิดภาคเรียน จึงต้องมีการพูดคุยกันว่าจะต้องมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนหรือไม่ และขอร้องว่าอย่าทำอะไรกระทบให้ลูกหลานไม่ได้เรียนหนังสือ

เล็งใช้ทหารช่างรองรับตัดน้ำไฟ

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องคือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เดินสายไปชักชวนให้เข้าร่วม เกรงว่าถ้ามีความวุ่นวายด้วยการตัดน้ำตัดไฟ จะทำอย่างไร ดังนั้นในที่ประชุม ศอ.รส.เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ตนได้ขอให้กองทัพดูว่าจะมีทหารช่างช่วยปฏิบัติหน้าที่แทน กรณีพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือไปร่วมชุมนุม โดยฝ่ายทหารได้ขอไปทบทวนรายละเอียดก่อน นอกจากนี้ ศอ.รส.จะมีหนังสือแจ้งไปถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ว่า การเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส.ที่มีความผิดชัดเจน และมีหมายจับ เราเกรงว่าจะมีพนักงานรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งการไปเข้าร่วมก็จะถือว่ามีความผิดแน่นอน ทั้งทางวินัย และทางกฎหมาย

ศอ.รส.ห่วงมวลชน 2 ฝั่งปะทะ

น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงาน ศอ.รส. แถลงว่า ที่ประชุม ศอ.รส. มีความกังวลต่อการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ กทม. วันที่ 5 พ.ค.นี้ โดยขอร้องให้แกนนำทั้งสองฝ่ายจัดการชุมนุมโดยสงบ ไม่ยั่วยุมวลชนให้เกิดการเผชิญหน้ากันซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และขอเรียกร้องพี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณหลีกเลี่ยงการร่วมชุมนุมเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง หากมีการกระทำผิดกฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใดจะต้องถูกดำเนินคดีทุกคนไม่มีการละเว้น ส่วนแกนนำจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง นอกจากนี้ เป็นห่วงว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะจัดตั้งครม.และสภานิติบัญญัติขึ้นเองนั้น เป็นการแสดงเจตนากระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสร้างความขัดแย้ง เพราะมีคนจำนวนมากไม่เห็นด้วย อาจนำไปสู่ความรุนแรงและเผชิญหน้าได้

ขู่รัฐวิสาหกิจห้ามหนุน กปปส.

น.ส.สิริมากล่าวว่า ผอ.ศอ.รส.ได้มีหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อเสนอให้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต.กับ ศอ.รส. เพื่อเตรียมการต่างๆ ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และป้องกันการขัดขวางการเลือกตั้ง โดยมีหนังสือถึงประธาน กกต.เชิญ กกต.หรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับ ผอ.ศอ.รส.และคณะในวันที่ 8 พ.ค. นอกจากนี้มีข้อมูลว่ากลุ่ม กปปส.จะใช้เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ระบบสาธารณูปโภค ดังนั้น ผอ.ศอ.รส.จึงมีหนังสือ
ถึงผู้บริหารและประธานบอร์ดของรัฐวิสาหกิจ กำหนดแผนป้องกันให้ชัดเจน แล้วส่งมายัง ศอ.รส.โดยหากมีการปล่อยให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกับ กปปส.ผู้บริหารอาจต้องรับผิดตามกฎหมายฐานสนับสนุนการกระทำอันเป็นกบฏและฝ่าฝืนคำสั่ง ศอ.รส.

ผบ.ทบ.กำชับเกาะติดสถานการณ์

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ.ได้ขอให้กำลังพลมุ่งมั่นทำงานในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพราะกองทัพบกเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่บนความคาดหวังของประชาชน จึงต้องพร้อมในทุกภารกิจ และดำรงความเป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคง ดูแลให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนปลอดภัย พร้อมกับให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์บ้านเมืองและรับฟังข้อมูลข่าวสารในทุกด้านอย่างมีเหตุมีผล เชื่อมั่นในสายการบังคับบัญชา และยังคงปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ทั้งในเรื่องการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ การตั้งจุดตรวจร่วมความมั่นคง และการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเต็มที่

ยกฟ้อง “เทพไท” หมิ่น “จตุพร”

ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็นโจทก์ฟ้องนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2553 นายเทพไทให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่านายจตุพร เป็นผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงไปป่วนศาล ฝ่าฝืนคำสั่งศาล ใช้กฎหมู่เข้าขู่การปฏิบัติหน้าที่ของศาล คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำพูดของนายเทพไทเป็นการแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต เป็นธรรม ไม่ถือว่าเป็นการให้ร้ายใส่ความโจทก์ ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ไม่ถอนประกัน 2 แกนนำ กคป.

ศาลอาญานัดฟังคำสั่งที่ ร.ต.อ.เอกรัฐ ดวงปัญญา พงส.สน.บางซื่อ ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นพ.ระวี มาศฉมาดล และนายทศพล แก้วทิมา แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวาย หลังนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมกระทรวงพลังงานเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องทวงคืนพลังงานไทย แม้จะมีความต้องการเข้าไปตั้งเวทีปราศรัยภายในกระทรวงพลังงาน แต่ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้ง 2 กระทำการตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่ามีการก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองก่อให้เกิดอันตราย ที่เป็นอันผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล จึงยกคำร้อง แต่ให้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามจำเลยทั้งสองปิดล้อมอาคาร สถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะถือเป็นการผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งถอนประกันได้

ครอบครัว “พ.อ.วิทวัส” ยันไม่รับเงิน

พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย กล่าวถึงกรณี พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้เป็นน้องชาย ถูกการ์ด กปปส. แจ้งวัฒนะรุมทำร้ายจนได้รับบาดเมื่อเจ็บคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า หลังเกิดเหตุพระพุทธอิสระได้มอบเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท แต่ทางครอบครัวยืนยันจะไม่รับเงินดังกล่าวและจะให้ตัวแทนนำเงินคืนพระพุทธอิสระทั้งหมด ทั้งนี้ในวันที่ 4 พ.ค. ตัวแทนครอบครัวจะแถลงรายละเอียดการส่งมอบเงินรวมถึงเปิดเผยภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาเผยแพร่

โวยดีเอสไอเร่งฟ้องคดีกบฏ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ศอ.รส. ส่งสำนวนคดีสั่งฟ้อง 58 แกนนำและแนวร่วม กปปส. ข้อหากบฏ ต่ออัยการว่าขอตั้งคำถามว่ากระบวนการสอบสวนเรื่องดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น เพราะได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่เพื่อนัดหมายพนักงานสอบสวน ได้รับคำตอบว่ายังสอบสวนไม่เสร็จ จึงสงสัยว่าทำไมดีเอสไอ จึงรีบร้อนดำเนินการ ทั้งที่ตนและพวกรวม 5 คนไปรับทราบข้อกล่าวหาอย่างบริสุทธิ์ใจ และขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ปากคำเพิ่มเติม ดีเอสไอก็ยังไม่ได้เรียกตนไปให้ปากคำเพิ่มเติม

“สาทิตย์” หวั่นเกิดเหตุเผชิญหน้า

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.กล่าวบนเวทีปราศรัย ว่ากรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยมีหนังสือคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ให้ระดมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเดินทางเข้า กทม.พร้อมสัมภาระที่จะปฏิบัติหน้าที่ขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรส.) ที่ปักหลักชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุเผชิญหน้า นายจารุพงศ์ต้องมีคำตอบให้กับสังคมว่าคาดหวังอะไรที่ให้ดำเนินการก่อนวันที่ กปปส.จะนำมวลชนร่วมกิจกรรมวันฉัตรมงคล จึงขอประกาศให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เดินทางเข้ามาแล้วให้มาร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม กปปส.แทนการกระทำที่ไม่เหมาะสมแทน ทั้งนี้นายจารุพงศ์ยังสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ทันที่จะถึงวันที่ 5 พ.ค.

นปช.ซัดม็อบทำเรื่องไม่บังควร

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.เหวง โตจิราการ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ตามที่พระพุทธอิสระประกาศจะนำมวลชนไป อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจัดกิจกรรมถวายคืนพระราชอำนาจระหว่างวันที่ 17-18 พ.ค.โดยมี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร และนายปราโมทย์ นาครทรรพ เข้าร่วมด้วยนั้น เห็นว่าการถวายคืนพระราชอำนาจเป็นสิ่งที่ไม่บังควร เพราะเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท อีกทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อมอยู่เหนือการเมือง ถือเป็นที่เคารพสูงสุด ไม่ควรรบกวนเบื้องพระยุคลบาท สิ่งที่พระพุทธอิสระและพวกจะทำจึงเป็นการไม่สมควร แม้จะอ้างว่าดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ก็ตาม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากเนื้อหาสาระที่จะเคลื่อนไหวเท่ากับเป็นการฟื้นคืนระบอบสมบูรณา– ญาสิทธิราชย์ อยากตั้งคำถามว่าต้องการแบบนั้นใช่หรือไม่

เชื่อคนร่วมชุมนุมล้นหลาม

นพ.เหวงกล่าวว่า สำหรับการนัดชุมนุมใหญ่ของ นปช.ในวันที่ 5 พ.ค.นั้น นปช.ได้เตรียมรณรงค์เพื่อเชิญชวนคนมาชุมนุมให้ได้ถึง 1 ล้านคน โดยจะรณรงค์ให้เข้าร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะ ด้วยการติดป้ายประชาสัมพันธ์ จัดทีมปราศรัยย่อย ทำแผ่นพับใบปลิวเชิญชวนและรณรงค์ทางอินเตอร์เน็ต เชื่อว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมากตามที่ นปช.กำหนดไว้

นปช.เลื่อนชุมนุมเป็น 10 พ.ค.

สายวันเดียวกัน ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ พร้อมบรรดาแกนนำเปิดเวทีปราศรัย “เคลื่อนพลคนประชาธิปไตย” โดยประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดง จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงทยอยไปยังเวทีปราศรัย โดย พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี นำกำลังตำรวจ 500 นาย มาดูแลรักษาความสงบ กระทั่งเวลา 18.00 น. แกนนำพร้อมมวลชนยืนเคารพธงชาติ ก่อนที่นายนายจตุพรขึ้นปราศรัยแจ้งผู้ชุมนุมว่า การเปิดเวทีที่สุพรรณบุรีจะเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนจะไปร่วมกันชุมนุมครั้งใหญ่ที่ถนนอักษะ กทม. ซึ่งเดิมจะชุมนุมในวันที่ 5 พ.ค. แต่คณะทำงานของ นปช.ได้มีมติเลื่อนไปเป็นวันที่ 10-14 พ.ค. ถือเป็นการรับคำท้าเพื่อวัดพลังกับนายสุเทพ จากนั้นนายณัฐวุฒิขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ประกาศจะจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ขณะที่สังคมโลกไม่ยอมรับระบบที่นายสุเทพจะดำเนินการ ทั้งนี้ นายจตุพรกับนายณัฐวุฒิ ใช้เวลาปราศรัยรวมกันแล้วไม่ถึง 30 นาที

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นปช.เสื้อแดงนัดชุมนุมม็อบการเมือง10 พ.ค.สุเทพ เทือกสุบรรณกปปส.เอ็ม 79ระเบิดเฉลิม อยู่บำรุงสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลสิริมา สุนาวินศอ.รส.ศาลอุทธรณ์จตุพร พรหมพันธุ์ฟ้องเทพไท เสนพงศ์กคป.

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้